โครงการลดหวาน มัน เค็ม ประจำปี 2562
โครงการลดหวาน มัน เค็ม ประจำปี 2562
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการลดหวาน มัน เค็ม ประจำปี 2562 | |
| รหัสโครงการ | 62-L4121-1-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสันติ2 | |
| วันที่อนุมัติ | 22 พฤษภาคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 22 พฤษภาคม 2562 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 20,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวนูไรดา สาแล๊ะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา |
ในปัจจุบันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื่้อรัง ที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขต้องสูญเสียงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัญหาภาวะแทรกงซ้อนจากโรคเบาหวานอย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาข้อมูลสถิติในปี 2550 พบว่า ผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น 4 ใน 5 เป็นชาวเอเซีย พบว่าผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงขาดความรู้ในการดูแลตนเอง ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้คงที่ ไม่เคยได้รับการตรวจเท้า ไม่รู้ว่าทำไมต้องตรวจเลือด ไม่รู้วิธีการดูแลสุขภาพตนเอง ขาดความตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง มีพฤติกรรมการดูแลตนเองไม่เหมาะสมทั้งเรื่องการรับประทานอาหาร การกินยา การออกกำลังกาย การดูแลระดับน้ำตาลในเลือด การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน ว่ามีความสำคัญอย่างไร นั้นแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยมีโอกาส เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดผลกระทบจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นทุกปี กลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ในปี 2560 และ2561 ของโรคความดันโลหิตสูงของอำเภอธารโต 32 ราย และ 34 ราย และโรคเบาหวานรายใหม่ในปี 2560 และ 2561 จองอำเภอธารโต 21 ราย และ 36 ราย จากการทกสอบความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพทั้งการรับประทานอาหารและยา ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง พบว่าผู้ป่วยยังขาดความรู้ จึงส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ดี ดังนั้นโครงการนี้จึงมีความสำคัญในการเตรียมผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับการอบรมจากสหวิชาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักสุขศึกษาและโภชนาการ โดยเน้นให้ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ให้สามารถดูแลสุภาพได้อย่างถูกวิธี แบบพึ่งพาตนเอง ไม่ต้องพึ่งยามากเกินความจำเป็น ให้เป็นแบบยั่งยืน และนำไปพัฒนางานให้เกิดรูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบครบวงจร ส่งเสริมให้ทีมงานสหวิชาชีพมีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบและเป็นต้นแบบที่มีประสิทธิภาพ ทั้งช่วยส่งเสริมการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในโรงพยาบาลสมุทรสาครให้ดีขึ้น
- เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเบาหวาน ความดันโลหิตสูงมีความรู้ในเรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง การดูแลสุขภาพ การรับประทานอาหารและยา การออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพตา ไต เท้า ทั้งสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง
- เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนำความรู้ที่ได้รับ มาปรับพฤติกรรมในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง ใช้ยาได้อย่างปลอดภัย ถูกวิธี และลดการพึ่งพาการใช้ยาที่เกินความจำเป็น
- เพื่อนำความรู้มาพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในหน่วยงานแบบครบวงจร ร่วมกับทีมงานสหวิชีพ (แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักโภชากร นักสุขศึกษา เป็นต้น)
- อบรมให้ความรู้
- ขั้นก่อนอบรม
1.1 จัดทำโครงการเสนอเพื่อโปรดลานามอนุมัติ
1.2 จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน
1.3 ประชุมชี้แจงผู้ที่เกี่ยวข้อง
1.4 จัดทำแผนการอบรม วัน เวลา สถานที่ในการอบรม
1.5 จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ การอบรม แจ้งกลุ่มเป้าหมาย
2 ขั้นกิจกรรมอบรม
2.1 เป็นการบรรยายให้ความรู้
3 ขั้นตอนหลังการอบรม บทบาทหน้าที่อสม.
3.1 ช่วยเตรียมกลุ่มเป้าหมายที่จะคัดกรอง และร่วมดำเนินการคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วย
3.2 มีทะเบียนผู้ป่วยรายโรค และแยกระดับผู้ป่วยในการรักษา ในเขตรับผิดชอบ
3.3 ช่วยร่วมกิจกรรมดำเนินการตามแผนการรักษาของแพทย์ เป็นพี่เลี้ยงในการดูแลสุขภาพดีขึ้น 3.5 ให้ขวัญและกำลังใจผู้ป่วยที่มีส่วนร่วมและมีการรักษาที่ดีขึ้น 4 ขั้นตอนหลังการอบรม บทบาทหน้าที่ผู้ดูแล 4.1 ช่วยร่วมกิจกรรมดำเนินการตามแผนการรักษาของแพทย์ เป็นผู้ดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องที่บ้าน 4.2 เช็คกิจกรรมประจำวันของผู้ป่วยทุกวัน และรวบรวมส่ง รพ.สต.ทุกสิ้นเดือน 4.3 ร่วมรับทราบการสรุปผลการประเมินและปรับระดับคนไข้ ที่มีระดับการดูแลสุขภาพดีขึ้น 4.4 ให้ขวัญและกำลังใจผู้ป่วยที่มีส่วนร่วมและมีผลการรักษาที่ดีขึ้น 5 ขั้นตอนหลังการอบรม บทบาทหน้าที่ผู้ป่วย 5.1 ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตนตามคำแนะและตามแผนการรักษาของแพทย์ 5.2 มารักการรักษาตามนัด 5.3 รับทราบการสรุปผลการประเมินกิจกรรมเปรียบเทียบระดับ น้ำตาล และความดัน เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- กลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจ ตระหนัก รวมทั้งสามารถประเมินสภาวะสุขภาพในเรื่องการป้องกันโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงได้
- บุคลากรในชุมชน (อสม./ผู้ดูแล) มีความรู้และสามารถคัดกรองโรคเบาหวาน/ความดัน ตลอดจนการดูแลผู้ป่วยไดอย่างต่อเนื่อง
- ผู้ป่วยมีความรู้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ยืดระยะเวลาการมีภาวะแทรกซ้อนหรือการเกิด ภาวะแทรกซ้อนลดลง
- มีระบบการดำเนินการโรค เบาหวาน/ความดัน แบบครบวงจร โดยชุมชนมีส่วนร่วม