โครงการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค สู่ รพ.สต.ควบคุมโรคเข้มแข็ง ปี 2562
โครงการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค สู่ รพ.สต.ควบคุมโรคเข้มแข็ง ปี 2562
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค สู่ รพ.สต.ควบคุมโรคเข้มแข็ง ปี 2562 | |
| รหัสโครงการ | 2562-L3306-2-11 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม. หมู่ที่ 9 บ้านโล๊ะจังกระ | |
| วันที่อนุมัติ | 7 พฤษภาคม 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 22 พฤษภาคม 2562 - 31 ธันวาคม 2562 | |
| งบประมาณ | 31,157.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายเหมมันต์ มณีโรจน์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง |
โรคติดต่อเป็นโรคที่ต้องมีการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา เช่น โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคไข้เลือดออก โรคตาแดง โรคอาหารเป็นพิษ โรคสุกใส โรคมือเท้าปาก ฯลฯ การแพร่ระบาดของโรคติดต่อมักมีโอกาสที่จะแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็ว ผลกระทบที่ร้ายแรงคือการทำให้อวัยวะทุกส่วนในร่างกายล้มเหลว อาจถึงแก่ชีวิตได้ จากการคืนข้อมูลสุขภาพของชุมชน พบว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อในชุมชนยังคงมีโรคที่ระบาดอยู่เป็นประจำทุกปี แม้ไม่มีอัตราป่วยตายก็ตาม แต่ผู้ป่วยก็จะได้รับความทุกข์ทรมานจากการเป็นโรคและสูญเสียค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น โดยระยะเวลา 5 ปีย้อนหลัง (ปี 2557-2560 และปี 2561 เฉพาะ ม.ค.-ก.ย.2561) พบอัตราป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วงเป็นอันดับหนึ่งและมีแนวโน้มแพร่ระบาดทุกปี ได้แก่ 1,024.98 , 1,102.36 , 1,700.57 , 1,514.25 และ 1,179.64 ต่อแสนประชากรตามลำดับ , โรคไข้เลือดออก อัตราป่วย 256.25 , 0 , 333.44 , 801.66 และ 134.82 ต่อแสนประชากรตามลำดับ , โรคตาแดง อัตราป่วย 160.15 , 503.94 , 300.10 , 59.38 และ 33.70 ต่อแสนประชากรตามลำดับ , โรคอาหารเป็นพิษ อัตราป่วย 128.12 , 220.47 , 300.10 , 29.69 และ 33.70ต่อแสนประชากรตามลำดับ , โรคสุกใส อัตราป่วย 32.03 , 125.98 , 33.34 , 89.07 และ 33.70 , โรควัณโรค อัตราป่วย 64.06 , 31.50 , 66.69 , 29.69 , 0 , 0 ต่อแสนประชากรตามลำดับ รวมถึงในปี 2561 เกิดโรคมือเท้าปากขึ้นในโรงเรียน จำวน 5 ราย อัตราป่วย 29.69 ต่อแสนประชากรตามลำดับ ซึ่งจากการระบาดของโรคดังกล่าวข้างต้น จะทำให้มีโอกาสเกิดโรคระบาดซ้ำอยู่ในปีถัดไป ซึ่งอาจมีปัจจัยของภัยสุขภาพอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องได้แก่ ขยะ มูลสัตว์ น้ำโสโครกที่ทำให้เกิดโรคกับประชาชนในชุมชนได้ เช่น ถังขยะไม่มีการเก็บที่มิดชิด เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน สุนัขหรือแมวกัดกินอาหารและขยะตามถังเก็บขยะที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน , น้ำขังในบ้านเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ดังนั้นหากปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้รับการแก้ไข เร่งสร้างความตระหนักในการป้องกันโรค และสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการกำจัดโรคในชุมชนอย่างเหมาะสม จะทำให้อัตราป่วยด้วยโรคติดต่อและผลกระทบด้านสุขภาพต่อประชาชนในชุมชนลดลง ประชาชนในชุมชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขด้วยสุขภาวะที่ดี ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 9 บ้านโล๊ะจังกระ ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง รวมถึงภาคีเครือข่ายอื่นๆ ในชุมชน ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาโรคติดต่อและปัจจัยของภัยสุขภาพอื่นๆที่เกี่ยวข้อง จึงดำเนินการจัดโครงการควบคุม ป้องกันโรคติดต่อและภัยสุขภาพในชุมชน ปีงบประมาณ 2562 ขึ้น เพื่อดำเนินการควบคุมและป้องกันโรคติดต่อและภัยสุขภาพในชุมชน รวมถึงเป็นการสร้างเกราะป้องกันและรณรงค์ให้เกิดจิตสำนึกของชุมชนให้มีส่วนร่วมในการสร่างสุขภาพที่ดี ส่งผลต่อการลดลงของอัตราป่วยด้วยโรคติดต่อและภัยสุขภาพในชุมชนของและการมีสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป
- เพื่อลดอัตราป่วยและอัตราป่วยตายด้วยโรคไข้เลือดออกและโรคไข้ปวดข้อยุงลาย
- เพื่อลดอัตราป่วยและอัตราป่วยตายด้วยโรคติดต่อที่ป้องกันได้
- .เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ มีความตระหนัก และร่วมมือกันกำจัดลูกน้ำยุงลาย ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านเรือน ชุมชนของตนเอง ร่วมกันปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สะอาดถูกสุขลักษณะ
- เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน มีส่วนร่วมและดำเนินการควบคุมโรค
- เพื่อพัฒนาคุณภาพการควบคุมวัณโรคโดยกลยุทธ์ DOTS ให้มีคุณภาพทำให้เพิ่มอัตราการรักษาหาย/รักษาสำเร็จ
- งานป้องกันโรคล่วงหน้า
- อบรมให้ความรู้
- งานควบคุมโรคขณะเกิดโรค
๑.การดำเนินงานป้องกันโรคล่วงหน้า
๑.๑ ในชุมชน
(๑) จัดรณรงค์ในชุมชนภายใต้กรอบแนวคิด “ทุกวันศุกร์ กำจัดลูกน้ำยุงลาย ไม่มีลูกน้ำ ก็ไม่มีไข้เลือดออก
(๒) จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน
ครู ประชาชน ผู้นำศาสนาเพื่อระดมความคิดในการสร้างกระแสชุมชน และ มีส่วนร่วมในการควบคุมป้องกันโรค
(๓) จัดประชุมอาสาสมัครสาธารณสุข ผู้นำชุมชน เพื่อชี้แจงการดำเนินงาน การจัด
กิจกรรมตามโครงการความรู้โรค การป้องกันโรค และการควบคุม
(๔) จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ในโครงการฯ เอกสารให้ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก
ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย น้ำมันดีเซลใช้ผสมสารเคมี และน้ำมันเบนซิน สารเคมีที่ใช้พ่นหมอกควันกำจัดยุงลาย
(๕) ประชาสัมพันธ์โดยการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ แผ่นพับ ชี้แจงทางหอกระจาย
ข่าวของหมู่บ้าน และในที่ประชุมประจำเดือนของหมู่บ้านเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีการจัดสภาพแวดล้อม ปรับปรุงสภาพสุขาภิบาลในบ้าน/บริเวณบ้าน อย่างพร้อมเพรียงกันในทุกวันศุกร์ เพื่อเป็นการลดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และให้ความรู้โรคอุจจาระร่วง โรคตาแดง โรคมือเท้าปาก โรคคางทูม โรคที่มีแนวโน้มจะระบาดเกิดขึ้นใน ปี ๒๕61 ได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคตาแดง และโรคมือเท้าปาก
(๖) ดำเนินประเมินหมู่บ้านสะอาด ปลอดลูกน้ำยุงลาย ปลอดโรค
(๗) คณะกรรมการสำรวจลูกน้ำยุงลายระดับหมู่บ้านลงสำรวจลูกน้ำ เพื่อสำรวจบริเวณ
บ้านให้สะอาดสะอาด ปลอดลูกน้ำยุงลาย ปลอดโรค
(๘) ประธาน อสม.และคณะกรรมการ สรุปผลการดำเนินการตามโครงการ ฯ ของเขตที่
รับผิดชอบส่งหน่วยบริการ
(๙) เฝ้าระวังและป้องกันโรคอุจจาระร่วง โดยการเยี่ยมบ้านผู้ปกครองที่มีเด็กอายุต่ำกว่า
2 ปี เป็นโรคอุจจาระร่วง
(๑๐) เฝ้าระวังและป้องกันวัณโรค โดยการคัดกรองตามแบบฟอร์มที่กำหนด คัดกรอง
วัณโรคด้วย sputum AFB ลงประเมินติดตามเยี่ยมบ้านสำหรับกลุ่มเสี่ยง และผู้ป่วย
(๑๑) คณะกรรมการควบคุมโรคระดับหมู่บ้านอภิปรายปัญหา พร้อมหาแนวทาง
แก้ปัญหา เป็นแนวทางการปฏิบัติงานในปีต่อไป
(๑๒) คณะกรรมการควบคุมโรคระดับหมู่บ้านสรุปและรายงานผล
๑.๒ ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
(๑) การควบคุมและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์
(๒) ติดต่อประสานงานขอความร่วมมือไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในการควบคุมและ
ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายทุกวันศุกร์อย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมส่งแบบสำรวจลูกน้ำยุงลาย
(๓) สนับสนุนทรายอะเบทให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้เพียงพอต่อการใช้งาน
(๔) สำรวจลูกน้ำยุงลายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดย อสม. ที่รับผิดชอบทุกเดือน
(๕) ดำเนินการพ่นเคมีกำจัดยุงลายตัวเต็มวัยและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย
ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนเปิดเทอม จำนวน ๒ เทอม ๆ ละ ๒ ครั้ง รวมเป็น ๔ ครั้ง โดยห่างจากครั้งแรกภายใน ๗ วัน
(๖) ลงพื้นที่ ศพด.เพื่อคัดกรองโรคติดต่อในเด็กนักเรียนเป็นประจำทุกเดือน ได้แก่ โรคตาแดง โรคมือเท้าปาก และโรคคางทูม
๑.๓ ในวัด สถานบริการสาธารณสุข และสถานที่ราชการต่าง ๆ
(๑) ติดต่อประสานงานขอความร่วมมือในการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในทุก
วันศุกร์
(๒) สำรวจลูกน้ำยุงลายในวัด สถานบริการสาธารณสุข และสถานที่ราชการต่างๆโดย
อสม. ที่รับผิดชอบทุกเดือน
(๓) สนับสนุนทรายอะเบทให้เพียงพอต่อการใช้งาน
(๔) สนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการควบคุมลูกน้ำยุงลาย
๒.การดำเนินการขณะเกิดโรค
๒.๑ ตรวจสอบข้อมูล และประสานผู้เกี่ยวข้องเพื่อทำการควบคุมและป้องกันโรค
๒.๒ พ่นเคมีกำจัดยุงลายตัวเต็มวัย และรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ ให้ความรู้ประชาชน
ภายใน ๒๔ ชั่วโมง หลังได้รับรายงานการเกิดโรค
๒.๓ ทำการสอบสวนโรค ค้นหาสาเหตุ และเขียนรายงานการสอบสวนเสนอต่อผู้บริหารให้
รับทราบ
๓.การดำเนินการหลังเกิดโรค
๓.๑ รณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง
๔.ดำเนินการตามคุณลักษณะสู่ตำบลควบคุมโรคเข้มแข็ง
๔.๑ คุณลักษณะที่ ๑
(๑) ประชุมประชุมของคณะกรรมการ ๑ ครั้ง/ปี
๔.๒ คุณลักษณะที่ ๒
(๑) ประชุมทีม SRRT เครือข่ายระดับตำบลปีละ ๒ ครั้ง
(๒) พัฒนาศักยภาพทีม SRRT โดยการควบคุมและสอบสวนโรค ๑ ครั้ง/ปี จัดอบรม
ทบทวน “การเฝ้าระวังเหตุการณ์” แก่ SRRT เครือข่ายระดับตำบล และการแจ้งเตือนข่าวภัยคุกคามทางสุขภาพและการบันทึกข้อมูลทางเครือข่ายSRRT ตำบล
(๓) จัดทำรายงานสถานการณ์ทุกเดือน
๔.๓ คุณลักษณะที่ ๓ ซ้อมแผนรองรับการควบคุมโรค/ภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับอำเภอ
อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
๔.๔ คุณลักษณะที่ ๔ ระดมทรัพยากรหรือการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องเป็นรูปธรรม
๔.๕ คุณลักษณะที่ ๕ ประชุมสรุปผลสำเร็จของการควบคุมโรคที่สำคัญตามนโยบายกระทรวง
สาธารณสุขและโรคที่เป็นปัญหาในพื้นที่อย่างน้อยประเด็นละ ๑ เรื่อง
๑. ลดอัตราป่วยและอัตราป่วยตายด้วยโรคไข้เลือดออกและโรคไข้ปวดข้อยุงลาย
๒. ลดอัตราป่วยและอัตราป่วยตายด้วยโรคติดต่อที่ป้องกันได้
๓. ประชาชนมีความรู้ มีความตระหนัก และร่วมมือกันกำจัดลูกน้ำยุงลาย ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านเรือน ชุมชนของตนเอง ร่วมกันปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สะอาดถูกสุขลักษณะ
๔. ประชาชน ชุมชน มีส่วนร่วมและดำเนินการควบคุมและป้องกันโรค
๕. กระบวนการควบคุมวัณโรคโดยกลยุทธ์ DOTS มีคุณภาพ อัตราการรักษาหาย/รักษาสำเร็จ
6. มีชุมชน สะอาด ปลอดลูกน้ำยุงลาย ปลอดโรค อย่างน้อย 1 ชุมชน