กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
รหัสโครงการ 2562-L7572-01-021
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ งานเวชปฏิบัติครอบครัว และศูนย์แพทย์ชุมชน โรงพยาบาลพัทลุง
วันที่อนุมัติ 15 พฤษภาคม 2562
ปี 2562
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มิถุนายน 2562 - 2 กันยายน 2562
งบประมาณ 93,850.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวยามีหละ ใมหมาด
พื้นที่ดำเนินการ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานกิจกรรมทางกาย
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ด้วยปัจจุบันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป้นโรคที่ประชากรในประเทศไทยมีการเจ็บป่วยเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีความชุกของเบาหวานในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 ในปี 2552เป้นร้อยละ 8.9 ในปี 2557 และความชุกของโรคความดันโลหิตสูงในปี 2557 (ร้อยละ 24.7) พบว่าสูงกว่าปี 2552 เช่นกัน (ร้อยละ 21.4) สาเหตุของโรคดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เช่นการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา การขาดการออกกำลังกาย เป้นต้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของเศรฐษกิจ สิ่งแวดล้อม สังคมในปัจจุบัน ซึ่งเอื้อต่อการทำให้เกิดการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น

จากการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของศูนย์แพทย์ชุมชน 3 ศูนย์ ที่ผ่านมาพบว่าศูนย์แพทย์ชุมชนคูหาสวรรค์มีประชากรกลุ่มเสี่ยงป่วยด้วยโรคดังกล่าวจำนวน 1,748 คน ศูนย์แพทย์ชุมชนดอนยอจำนวน 1,888 คน และศูนย์แพทย์ชุมชนท่ามิหรำจำนวน 1,704 คน (ข้อมูล HDC วันที่ 23 เม.ย. 2562) ซึ่งกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ต้องได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อเป็นการป้องกันการเจ็บป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในอนาคต ดังนั้นงานเวชปฏิบัติครอบครัวและศูนย์แพทย์ชุมชนเห้นความสำคัญของกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการนำหลัก 3อ. 2ส. เข้ามาเพื่อเป็นกรอบแนวคิดในการจัดโครงการ โดยมีการจัดกระบวนการให้ความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การลดหรืองดการสูบบุหรี่และดื่มสุรา ซึ่งในกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นการให้กลุ่มเสี่ยงป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีการจับคู่ เพื่อให้สามารถปรึกษา พูดคุย และคอยกระตุ้นเตือนซึ่งกันและกัน ทั้งในเรื่องของวิธีการรับประทานอาหาร วิธีการออกกำลังกาย วิธีการผ่อนคลายความเครียด รวมถึงวิธีการลดหรืองดการสูบบุหรี่และดื่มสุรา และในโครงการนี้กิจกรรมการออกกำลังกายจะเน้นไปในส่วนของการเดินและวิ่ง เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเองที่บ้นระหว่างประชาชนกลุ่มเสี่ยงกับทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เช่น SMBG/SMBP และสามารถแจ้งอาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญให้แก่ทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
  2. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต ดัชนีมวลกาย(BMI) และรอบเอวลดลง
  3. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตามดูแลที่บ้าน (SMBP)
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน
  2. อบรมให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  3. กิจกรรมเรียนรู้แลกเปลี่ยนข้อมูล
  4. กิจกรรมจับคู่ เดิน-วิ่ง
  5. ประเมินผลโครงการ
วิธีดำเนินการ

ขั้นเตรียมการ

  1. ประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการแก่เจ้าหน้าที่และอสม.ของศูนย์แพทย์ทั้ง 3 ศูนย์ พร้อมจัดตั้งทีมในการติดตามกระตุ้นเตือนผู้เข้าร่วมโครงการ

  2. ประชาสัมพันธ์โครงการในพื้นที่

  3. เตรียมเอกสาร เช่น แบบประเมินพฤติกรรมการรับประทานอาหาร แบบประเมินความเครียด แบบสำรวจการสูบบุหรี่และการดื่มสุรา

ขั้นดำเนินการ

  1. รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ

  2. จัดทำทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ ข้อมูลประกอบไปด้วย น้ำหนัก ส่วน สูง ค่าดัชนีมวลกาย รอบเอว ค่าน้ำตาลในเลือด ค่าความดันโลหิต (ซึ่งสามารถนำข้อมูลจากการคัดกรองที่ผ่านมาใช้ได้ แต่กรณีที่ข้อมูลเกิน 3 เดือน ควรมีตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนเข้าร่วมโครงการอีกครั้ง

  3. ผู้เข้าร่วมโครงการทำแบบประเมินพฤติกรรม 3อ. 2ส.

  4. สร้างไลน์กลุ่มเพื่อใช้ในการติดตามและกระตุ้นเตือนผู้เข้าร่วมโครงการตลอดระยะเวลา 3 เดือน

  5. กิจกรรมให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย

  6. กิจกรรม จับคู่เดิน-วิ่ง แบบดูโอ สร้างสุขภาพที่ดีร่วมกัน

ขั้นประเมินผล

  1. ตรวจร่างกาย โดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัเรอบเอว วัดความดันโลหิตและตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

  2. ทำแบบประเมิน 3อ. 2ส. หลังเสร็จสิ้นโครงการ

  3. รวบรวมระยะทางของกิจกรรม จับคู่เดิน-วิ่ง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ได้