โครงการวัยเรียน วัยใส รักอย่างไรไม่ให้เสี่ยงปีงบประมาณ 2562
โครงการวัยเรียน วัยใส รักอย่างไรไม่ให้เสี่ยงปีงบประมาณ 2562
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการวัยเรียน วัยใส รักอย่างไรไม่ให้เสี่ยงปีงบประมาณ 2562 | |
| รหัสโครงการ | 62-L5281-107 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งนุ้ย | |
| วันที่อนุมัติ | 24 มิถุนายน 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2562 - 30 กันยายน 2562 | |
| งบประมาณ | 37,200.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวไลล่า บินตะสอน | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล |
สภาพสังคมไทยในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิตในสังคมจากครอบครัวขยาย กลายเป็นครอบครัวเดี่ยว อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้พ่อแม่ต้องประกอบอาชีพนอกบ้าน ส่งผลให้สภาพครอบครัวขาดความอบอุ่น เยาวชนในครอบครัวขาดการดูแลและชี้แนะในสิ่งที่เหมาะสม ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคโลกาภิวัตน์ และวัฒนธรรมข้ามชาติ ทำให้เยาวชนถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้า เช่น สื่อลามกในโลกอินเตอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้มีผลทำให้เยาวชนเกิดพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม ด้วยการขาดวุฒิภาวะและทักษะในการควบคุมอารมณ์ ทางเพศของตนเอง เยาวชนจึงมีเพศสัมพันธ์ในเวลาที่ไม่เหมาะสม และขาดความเข้าใจเรื่องเพศศึกษา จึงส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์
ปัญหาแม่วัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ นับเป็นปัญหาที่สำคัญในสังคมปัจจุบันที่ต้องได้รับการแก้ไข จากข้อมูลที่ผ่านมาของรายงานจากยูนิเชฟ (UNICEF) เมื่อปี พ.ศ.2552 พบว่า แม่วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ของไทย มีจำนวนสูงถึง 150,000 คน ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และจากผลการสำรวจในครั้งนี้ก็พบว่า เยาวชนมีความรู้เรื่อง เพศศึกษา การคุมกำเนิด การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในระดับที่ต่ำมาก ซึ่งยังมีการรับรู้เรื่องเพศไม่ถูกต้อง เช่นการนับระยะปลอดภัยหน้า7 หลัง7 เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ เป็นต้น สำหรับอัตราการคลอดบุตรของแม่วัยรุ่น อายุต่ำกว่า 20 ปี วันละ 336 ราย เฉลี่ยปีละ 122,640 และพบว่ามีแม่วัยรุ่นอายุน้อยลงเรื่อยๆ
เนื่องจากวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมมีอายุน้อยลงมาก วัยรุ่นเหล่านี้จึงขาดวุฒิภาวะในการจัดการกับปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้น วัยรุ่นบางคนไม่ทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ ทำให้ไม่ได้ดูแลสุขภาพร่างกาย และไม่ได้รับอาหารเสริม บุตรของแม่วัยรุ่นมักประสบปัญหาสุขภาพไม่สมบูรณ์แข็งแรง น้ำหนักน้อย บางรายหาทางออก โดยวิธีการทำแท้ง ผลจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เด็กตกเลือด ติดเชื้อ รุนแรงจนอาจเสียชีวิตได้ บางรายก็ต้องออกจากโรงเรียน เนื่องจากอับอายส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของแม่วัยรุ่นในอนาคต
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งนุ้ย ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งนุ้ย จึงจัดทำโครงการให้ความรู้กับเยาวชนในโรงเรียน เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องเพศศึกษา และพัฒนาการทางเพศของตนเอง โดยให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการคิด มีการเรียนรู้โดยใช้กลุ่มเพื่อน เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฝึกให้เยาวชนได้คิดถึงปัญหาทางเพศ การแก้ไขและการป้องกันปัญหา
- เพื่อให้ เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจเรื่อง เพศศึกษาและพัฒนาการของตนเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น
- เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ และทักษะในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ
- เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการเห็นคุณค่าในตนเองและสร้างความภาคภูมิใจ ในตนเอง
- อบรมให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่อง เพศศึกษาและพัฒนาการของตนเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นมีความรู้ และทักษะในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ
ขั้นเตรียมการ
๑. เสนอร่างโครงการผ่านเวทีพิจารณาโดยคณะกรรมการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งนุ้ย
๒. จัดทำทะเบียนกลุ่มเป้าหมายในเขตรับผิดชอบ
ขั้นดำเนินการ
๓. เขียนโครงการและศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ
๔. เสนอโครงการผ่านเวทีประชุมคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ องค์หารบริหารส่วนตำบลทุ่งนุ้ย
เพื่อขออนุมัติ และสนับสนุนงบประมาณ
๕. ปรับปรุงแก้ไขโครงการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพ
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนุ้ย
๖. ดำเนินการตามแผนงานโครงการที่จัดทำขึ้น ดังนี้
-กำหนดวัน เวลา สถานที่ในการจัดประชุม
- จัดทำหนังสือเชิญชวนให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองเด็กเข้าร่วมประชุม
- จัดประชุมโดยการบรรยายและการสาธิต
ขั้นประเมินผล
๗. ประเมิลผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์
๘. ประเมิลผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับเป้าหมาย
๙. ประเมิลผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับงบประมาณ
๑๐. ประเมิลผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑๑. ประเมิลผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับความทันเวลาในการดำเนินโครงการ
2.1 เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจเรื่อง เพศศึกษาและพัฒนาการของตนเองเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น 2.2 เยาวชนมีความรู้ และทักษะในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ 2.3 เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการเห็นคุณค่าในตนเองและสร้างความภาคภูมิใจ ในตนเอง