โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง | |
| รหัสโครงการ | 2562-L3306-1-10 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโล๊ะจังกระ | |
| วันที่อนุมัติ | 11 กันยายน 2562 | |
| ปี | 2562 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 20 กันยายน 2562 - 31 ธันวาคม 2562 | |
| งบประมาณ | 23,450.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายพงษ์ศักดิ์ เผือกสม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคลองเฉลิม อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง |
ปัจจุบันคนไทยเจ็บป่วย พิการ และเสียชีวิตที่มีสาเหตุมาจากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโรคไม่ติดต่อเหล่านี้ส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม โดยเฉพาะพฤติกรรมด้านการบริโภคและพฤติกรรมการออกกำลังกาย รวมทั้งการที่ต้องเผชิญกับความเครียดจากปัญหาการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการดูแลรักษาหรืออาจจะตลอดชีวิตและมีภาวะแทรกซ้อนอันตรายที่ตามมาหลายอย่าง เช่น อัมอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ ไตวาย เป็นต้น ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างหลีกไม่ได้ ดังนั้น การดำเนินการเพื่อยับยั้งหรือขจัดปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่อาจจะนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและ ความดันโลหิตสูงของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโดยใช้กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์ ซึ่งสามารถลดอัตราป่วยลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ หมายถึง การบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการ การมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม ร่วมกับมีพฤติกรรมสุขภาพอื่นๆที่จำเป็น เช่น การงดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนและการผ่อนคลายความเครียด เหล่านี้เป็นต้น การส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสม ถือเป็นหัวใจสำคัญในการส่งเสริมและป้องกันการเกิดโรค โดยเฉพาะในประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่จะต้องได้รับการดูแลเพื่อป้องกันและลดอัตราการป่วยด้วยโรคเหล่านี้ลงให้ได้ เนื่องจากประชาชนที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะพัฒนาไปเป็นผู้ป่วยในอนาคตค่อนข้างสูง ถ้าหากว่าไม่ได้รับการดูแลเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้านต่างๆอย่างถูกต้องเหมาะสม การดำเนินการป้องกันการเกิดโรคโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในเรื่องของพฤติกรรมการรับประทานอาหาร พฤติกรรมการออกกำลังกายและการมีสุขภาพจิตที่ดีนั้น สามารถลดอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงและโรคอื่นๆลงได้ ในปัจจุบันมีการศึกษาพบว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือวิถีการดำเนินชีวิต(Lifestyle intervention or Lifestyle modification ) สามารถชะลอหรือป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในอนาคตได้ โดยการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ ๓๐ นาที่ขึ้นไป และการควบคุมอาหาร จนทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้โดยประมาณร้อยละ ๖ ขึ้นไป สามารถลดอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง(Incident case ) ได้ถึงร้อยละ ๔๐ – ๖๐ (คุณภาพระดับ ๑, น้ำหนักคำแนะนำ ++) นอกจากนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยังช่วยลดภาระงานในการดูแลผู้ป่วยของบุคลากรทางสุขภาพและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณของหน่วยงานด้านสาธารณสุขอีกด้วย จากการดำเนินงานตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโล๊ะจังกระ ในปีงบประมาณ ๒๕62 นั้น พบว่ามีประชาชนที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง คิดเป็นร้อยละ ๓๗.๑๙ และกลุ่มที่สงสัยเป็นโรคคิดเป็นร้อยละ ๔.๗๖ ของผู้ที่มารับการตรวจคัดกรองทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโล๊ะจังกระ จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงขึ้น เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ได้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง เหมาะสม สามารถลดอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคอื่นๆลงได้ตามเป้าหมาย(ไม่เกินร้อยละ ๕ ของกลุ่มเสี่ยง)
- เพื่อลดอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนกลุ่มเสี่ยง
- เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคไม่ติดต่ออื่นๆ
- จัดประชุมให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ต่อเนื่อง โดยประเมินดรรชนีมวลกาย วัดรอบเอว วัดความดัน เจาะน้ำตาลในเลือด
กิจกรรมที่1
1.1. สำรวจกลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงและรับสมัครกลุ่มผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ
กิจกรรมที่ 2
2.2. จัดอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยยึดหลัก 3 อ. 2 ส. ได้แก่ อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มสุรา
2.3 นำกลุ่มเป้าหมายทดสอบความรู้ก่อนการอบรม
2.4.อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยแบ่งเนื้อหา 2 หลักสูตร หลักสูตรแรกสำหรับกลุ่มแฝง/เสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลักสูตรที่สองสำหรับกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
2.5.นำกลุ่มเป้าหมายทดสอบความรู้หลังการอบรม
2.6 เชิญชวนผู้ตรวจสุขภาพที่มีน้ำหนักและรอบเอวเกินเกณฑ์มาตรฐานให้เข้าคลินิก “หุ่นสวย ”
2.7. จัดทำทะเบียนติดตาม
2.8 นำกลุ่มเสี่ยงที่มีค่าดัชนีมวลกายเกินเข้าอบรมในคลินิกไร้พุง
กิจกรรมที่ 3 เฝ้าระวังและติดตามกลุ่มเสี่ยง โดย อสม.อย่างต่อเนื่องทุกเดือน
2.1 ติดตามผลการอบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
2.2 ติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ต่อเนื่อง โดยประเมินดรรชนีมวลกาย วัดรอบเอว วัดความดัน เจาะน้ำตาลในเลือด
๑. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและเหมาะสม สามารถดูแลตนเองและสมาชิกในครอบครัวให้ปลอดภัยจากโรคต่างๆได้
๒. ชุมชนมีความตระหนักและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง สร้างและสนับสนุนสภาพแวดล้อมในชุมชนให้เอื้อต่อการมีสุภาวะที่ดี
๓. หน่วยบริการสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่สุขภาพทุกระดับตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคต่างๆ
๔. ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึงและได้มาตรฐาน ครอบคลุมทุกมิติอย่างผสมผสานทั้งการดูแลส่งเสริมป้องกันโรคในระดับชุมชนและการให้บริการในสถานบริการ