| 1. |
1.ค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในระยะเริ่มแรก |
- |
- |
1.ทำแผนการออกปฏิบัติงานและประชาสัมพันธ์แผนการดำเนินงานในเขตรับผิดชอบผ่านทาง อสม.
ผู้นำชุมชน และแกนนำกลุ่มต่าง ๆ
2. เจาะโลหิตโดยเครื่อง DTX เพื่อวัดค่าน้ำตาลในเลือด และวัดความดันโลหิตในกลุ่มเป้าหมายพร้อมลง
บันทึกและประเมินผล
3. ผู้ป่วยที่ระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๐๐ mg% นัดเจาะซ้ำห่างจากครั้งแรก ๔ สัปดาห์ ถ้าระดับ
น้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๒๖ mg% นัดเจาะซ้ำห่างจากครั้งที่ ๒๔ สัปดาห์ ถ้าระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๒๖ mg % ส่งต่อโรงพยาบาลพัทลุงเพื่อรับการรักษาจากแพทย์
4.ผู้ป่วยที่ระดับความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๒๐/๘๐ mmHg นัดวัดความดันโลหิตซ้ำห่างจาก
ครั้งแรก ๔ สัปดาห์ ถ้าระดับความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๔๐/๙๐ mmHg ส่งต่อโรงพยาบาลพัทลุงเพื่อรับการรักษาจากแพทย์
5.แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยให้สุขศึกษา
รายกลุ่ม
6. ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่เพื่อการดูแลและรับการรักษาอย่าง
ต่อเนื่อง
7. ติดตามประเมินผลโดยการเยี่ยมบ้านเพื่อให้คำแนะนำผู้ป่วยและครอบครัว
8. ประเมินผลกิจกรรม
โดยมีงบประมาณ ดังนี้
1.จัดซื้อวัสดุการแพทย์
- กระดาษตรวจน้ำตาลในเลือด 40 กล่องๆ ละ ๘60 บาท เป็นเงิน34,400บาท
- เข็มเจาะเลือด20 กล่องๆ ละ ๗45 บาทเป็นเงิน14,900บาท
รวมเป็นเงิน 49,300บาท
|
-
|
-
|
-
|
-
|
| 2. |
2 อบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิต |
- |
- |
การเตรียมการ
๑. สำรวจกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพื้นที่
2. ประสานงานทีมวิทยากร
3. จัดเตรียมเอกสาร เครื่องมือตรวจวัดต่าง ๆ
ดำเนินการ
๑.วันอบรมรับลงทะเบียนและเจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และให้ผู้เข้ารับการ อบรมนั่งพักก่อนวัดความดันโลหิตอย่างน้อย ๑๕ นาที ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว หาดัชนีมวลกายแจ้งผลให้ทราบทันทีจะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมสนใจที่จะเรียนรู้ต่อไปและตรวจสอบประวัติการรักษา เพื่อใช้เปรียบเทียบประเมินผลหลังการอบรม
๒.ให้ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน สาเหตุของโรคปัจจัยเสริม อันตรายจากภาวะแทรกซ้อนและการปฏิบัติตน/การดูแลผู้ป่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและควบคุมโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
3. ระดมความคิดในการหาวิธีเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ได้ผลและยั่งยืนเหมาะสมกับสภาพผู้เข้ารับการอบรมและสภาพพื้นที่ความเป็นอยู่
๑. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้รับความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน
๒. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองได้และไม่ป่วยเป็นโรค
๓. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงที่ป่วยเป็นโรคขึ้นทะเบียนและรับการรักษาตามระบบ
โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน100 คนๆ ละ ๒ มื้อๆ ละ ๒๐ บาทเป็นเงิน 4,00๐ บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน100 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ ๕๐ บาทเป็นเงิน 5,00๐ บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2 คนๆ ละ 2 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 2,4๐๐ บาท
รวมเป็นเงิน 11,400 บาท
|
-
|
-
|
-
|
-
|
| 3. |
3 การอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเรื้อรัง |
- |
- |
- สำรวจข้อมูลประชาชนกลุ่มผู้ป่วย
- ประสานงานทีมวิทยากร
- จัดเตรียมเอกสาร เครื่องมือตรวจวัดต่าง ๆ
- ประชุมชี้แจง อสม.เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ
- อบรมผู้ป่วยที่รับยาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน จำนวน 2 ครั้ง/ปี ( 6 เดือน/ครั้ง)
- อบรมผู้ป่วยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด เกี่ยวกับตรวจสุขภาพประจำปี มีการเจาะเลือด TOD เพื่อตรวจการทำงานของไต,การตรวจเท้า,การตรวจตา
- ติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเพื่อติดตามผลการรักษาของแพทย์ทั้งผู้รับยาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด ผู้ป่วยรับยาที่อื่นๆ และผู้ป่วยติดเตียงตามแผนโครงการ
- ประเมินผลโครงการปีงบประมาณ ๒๕๖2 เพื่อค้นหาปัญหาดำเนินการแก้ไขในปีงบประมาณ ๒๕๖3 ต่อไป
โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๑40 คนๆ ละ 4 มื้อๆ ละ ๒0 บาท เป็นเงิน 11,200 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 140 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ ๕๐ บาท เป็นเงิน 14,00๐ บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คนๆ ละ 3 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,8๐๐ บาท
รวมเป็นเงิน 27,000 บาท
|
-
|
-
|
-
|
-
|