โครงการคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ปี 2563
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน1.00
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง1.00
จากการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ปี 2562 ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด ตำบลนาโหนด ประชากรกลุ่มเป้าหมาย ได้รับการตรวจคัดกรอง จำนวน 1,635 คน คิดเป็นร้อยละ ๙6.63 พบมีภาวะเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน (ค่าน้ำตาลในเลือด ๑๑๐ mg% ขึ้นไป) จำนวน 215คนและความดันโลหิตสูง (ค่าความดันโลหิตมากกว่า ๑๔๐/๙๐ มม.ปรอท จำนวน 376 คน รวม 591 คน จากการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในระยะเริ่มแรก กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลตนเองในการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง สามารถลดอัตราป่วยและลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มเสี่ยงที่ป่วยเป็นโรคขึ้นทะเบียนและรับการรักษาตามระบบ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาโหนด มีผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนโรคเบาหวาน จำนวน ๑67 คน และโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 477 คน รับยาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด จำนวน 140 คน ผู้ป่วยบางส่วนต้องไปรับยาผ่านคลินิกเติมยาจากโรงพยาบาลพัทลุงโดยตรงและจากหน่วยบริการศูนย์สุขภาพชุมชนแม่ข่ายทำให้ผู้ป่วยซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุไม่สะดวกในการไปรับยาโรคเรื้อรัง เป็นเหตุให้ผู้ป่วยบางคนต้องขาดยาไม่ได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง การเกิดภาวะแทรกซ้อนที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขโดยรวม ได้แก่ ไตวายเรื้อรัง โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคหัวใจและหลอดเลือด และการถูกตัดขา/ตัดนิ้ว
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาโหนด จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองโรคเบาหวาน/โรคความดันหิตสูง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง ปี 2563 ขึ้น เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในระยะเริ่มแรก และเพื่อให้สามารถดูแลตนเองในการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ลดอัตราป่วยและลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และป้องกันการขาดยาต่อไป
-
1 ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง1.001950.00
ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 80
-
2.กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และได้รับการติดตาม ตรวจซ้ำ ภายใน 3 เดือน1.00100.00
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และได้รับการติดตาม ตรวจซ้ำ ภายใน 3 เดือน จำนวน 100 คน
-
3กลุ่มผู้ป่วย มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ถูกต้อง1.00140.00
กลุ่มผู้ป่วย มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ถูกต้อง จำนวน 140 คน
-
กลุ่มวัยทำงาน1950
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง240
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.ค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ในระยะเริ่มแรก
1.ทำแผนการออกปฏิบัติงานและประชาสัมพันธ์แผนการดำเนินงานในเขตรับผิดชอบผ่านทาง อสม. ผู้นำชุมชน และแกนนำกลุ่มต่าง ๆ
2. เจาะโลหิตโดยเครื่อง DTX เพื่อวัดค่าน้ำตาลในเลือด และวัดความดันโลหิตในกลุ่มเป้าหมายพร้อมลง บันทึกและประเมินผล 3. ผู้ป่วยที่ระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๐๐ mg% นัดเจาะซ้ำห่างจากครั้งแรก ๔ สัปดาห์ ถ้าระดับ น้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๒๖ mg% นัดเจาะซ้ำห่างจากครั้งที่ ๒๔ สัปดาห์ ถ้าระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๒๖ mg % ส่งต่อโรงพยาบาลพัทลุงเพื่อรับการรักษาจากแพทย์ 4.ผู้ป่วยที่ระดับความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๒๐/๘๐ mmHg นัดวัดความดันโลหิตซ้ำห่างจาก
ครั้งแรก ๔ สัปดาห์ ถ้าระดับความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ ๑๔๐/๙๐ mmHg ส่งต่อโรงพยาบาลพัทลุงเพื่อรับการรักษาจากแพทย์ 5.แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยให้สุขศึกษา รายกลุ่ม 6. ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่เพื่อการดูแลและรับการรักษาอย่าง ต่อเนื่อง 7. ติดตามประเมินผลโดยการเยี่ยมบ้านเพื่อให้คำแนะนำผู้ป่วยและครอบครัว 8. ประเมินผลกิจกรรม โดยมีงบประมาณ ดังนี้
1.จัดซื้อวัสดุการแพทย์
- กระดาษตรวจน้ำตาลในเลือด 40 กล่องๆ ละ ๘60 บาท เป็นเงิน34,400บาท - เข็มเจาะเลือด20 กล่องๆ ละ ๗45 บาทเป็นเงิน14,900บาท รวมเป็นเงิน 49,300บาทถึง49300.00 บาท -
2 อบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิต
การเตรียมการ ๑. สำรวจกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพื้นที่ 2. ประสานงานทีมวิทยากร 3. จัดเตรียมเอกสาร เครื่องมือตรวจวัดต่าง ๆ ดำเนินการ ๑.วันอบรมรับลงทะเบียนและเจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และให้ผู้เข้ารับการ อบรมนั่งพักก่อนวัดความดันโลหิตอย่างน้อย ๑๕ นาที ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว หาดัชนีมวลกายแจ้งผลให้ทราบทันทีจะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมสนใจที่จะเรียนรู้ต่อไปและตรวจสอบประวัติการรักษา เพื่อใช้เปรียบเทียบประเมินผลหลังการอบรม ๒.ให้ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน สาเหตุของโรคปัจจัยเสริม อันตรายจากภาวะแทรกซ้อนและการปฏิบัติตน/การดูแลผู้ป่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและควบคุมโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
3. ระดมความคิดในการหาวิธีเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ได้ผลและยั่งยืนเหมาะสมกับสภาพผู้เข้ารับการอบรมและสภาพพื้นที่ความเป็นอยู่๑. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้รับความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ๒. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองได้และไม่ป่วยเป็นโรค
๓. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงที่ป่วยเป็นโรคขึ้นทะเบียนและรับการรักษาตามระบบ โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน100 คนๆ ละ ๒ มื้อๆ ละ ๒๐ บาทเป็นเงิน 4,00๐ บาท - ค่าอาหารกลางวัน จำนวน100 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ ๕๐ บาทเป็นเงิน 5,00๐ บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2 คนๆ ละ 2 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 2,4๐๐ บาท รวมเป็นเงิน 11,400 บาทถึง11400.00 บาท -
3 การอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเรื้อรัง
สำรวจข้อมูลประชาชนกลุ่มผู้ป่วย
ประสานงานทีมวิทยากร
จัดเตรียมเอกสาร เครื่องมือตรวจวัดต่าง ๆ
ประชุมชี้แจง อสม.เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ
อบรมผู้ป่วยที่รับยาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน จำนวน 2 ครั้ง/ปี ( 6 เดือน/ครั้ง)
อบรมผู้ป่วยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด เกี่ยวกับตรวจสุขภาพประจำปี มีการเจาะเลือด TOD เพื่อตรวจการทำงานของไต,การตรวจเท้า,การตรวจตา
ติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเพื่อติดตามผลการรักษาของแพทย์ทั้งผู้รับยาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาโหนด ผู้ป่วยรับยาที่อื่นๆ และผู้ป่วยติดเตียงตามแผนโครงการ
ประเมินผลโครงการปีงบประมาณ ๒๕๖2 เพื่อค้นหาปัญหาดำเนินการแก้ไขในปีงบประมาณ ๒๕๖3 ต่อไป
โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๑40 คนๆ ละ 4 มื้อๆ ละ ๒0 บาท เป็นเงิน 11,200 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 140 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ ๕๐ บาท เป็นเงิน 14,00๐ บาท
-ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คนๆ ละ 3 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,8๐๐ บาท
รวมเป็นเงิน 27,000 บาท
ถึง27000.00 บาท
- ประชาชนตรวจพบมีความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับคำแนะนำ และได้รับการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 100 2.ประชาชนที่ตรวจพบเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง (ผู้ป่วยรายใหม่) ได้รับการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ไม่เกิดโรคแทรกซ้อน ร้อยละ 100
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเกิดความตระหนักและสนใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเพิ่มขึ้นทำให้ทราบอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและพฤติกรรมที่ควรปรับปรุง
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงที่ป่วยเป็นโรคได้รับการดูแลรักษาตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรค ได้รับการส่งต่อตามระบบ
- ผู้ป่วยเรื้อรังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง และสามารถปรับเปลี่ยน พฤติกรรมเพื่อการป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ถูกต้อง
