โครงการป้องกัน ควบคุม โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงแบบบูรณาการ
โครงการป้องกัน ควบคุม โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงแบบบูรณาการ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกัน ควบคุม โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงแบบบูรณาการ | |
| รหัสโครงการ | 2563-L3351-01-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบางส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว | |
| วันที่อนุมัติ | 1 ตุลาคม 2562 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2562 - 30 มีนาคม 2563 | |
| งบประมาณ | 69,290.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายเอนก กลิ่นรส | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง |
- ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 4.00
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่12 มีความต่อเนื่องจากแนวคิดของแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 8-10 โดยคงยึดหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” และ”คนเป็นศูนย์กลางพัฒนา” และ “สร้างสมดุลการพัฒนา” ในทุกมิติได้ให้ความสำคัญกับการบริโภคที่ไม่เหมาะสมขาดการออกกำลังกายนำไปสู่การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยกำหนดเป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพคนว่า“ลดอัตราเพิ่มของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้5อันดับแรกคือโรคหัวใจความดันโลหิตสูงเบาหวานมะเร็งและหลอดเลือดในสมองเพื่อนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพแรงงานและลดรายจ่ายด้านสาธารณสุข”เนื่องจากมีปัจจัยสาเหตุครอบคลุมทั้งเรื่องของพฤติกรรมบริโภคปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและวิถีการดำเนินชีวิตซึ่งโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานก็เป็นปัญหาสุขภาพที่ประชาชนไทยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมเช่นการบริโภคอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ขาดการออกกำลังกายโดยที่ประชาชนจำนวนมากไม่รู้ตัวเองว่ามีความผิดปกติหรือเป็นโรคแล้วไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมจะทราบก็ต่อเมื่อเกิดผลแทรกซ้อนขึ้นแล้วซึ่งอาจเกิดเสียชีวิตฉับพลันหรืออาจเกิดความพิการที่ไม่อาจแก้ไขได้เช่นโรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกโรคไตวายและตาบอดโรคเบาหวานก็เช่นเดียวกันเนื่องจากภาวะทุพโภชนาการโดยเฉพาะในแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่อหลายสิบปีก่อนและพฤติกรรมการบริโภครวมถึงการขาดออกกำลังกายทำให้คนไทยป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้นในปีพ.ศ.2558มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จำนวน338,551รายเสียชีวิต7,725รายคาดว่าทั่วประเทศจะมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานประมาณ3 ล้านคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆผู้ป่วยร้อยละ50ไม่ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมจึงมีความเสี่ยงเกิดปัญหาแทรกซ้อน สถานการณ์ของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพื้นที่รับผิดชอบในปี 2562มีความชุก 191.05/พันประชากร และ 46.35/พันประชากร ตามลำดับ ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง และกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโคกชะงาย เล็งเห็นปัญหาสำคัญนี้จึงจัดทำโครงการตรวจคัดกรองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มอายุ 35ปีขึ้นไปในพื้นที่ หมู่ที่ 1,7,9 ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
- เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 90
- เพื่อลดอัตราป่วยใหม่ด้วยโรคความดันโลหิตสูงไม่เกิน ร้อยละ 7โรคความเบาหวานไม่เกิน ร้อยละ
- เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองซ้ำแล้วยังเสี่ยงได้รับการส่งตัวรักษาต่อและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพทุกคน
- กิจกรรมตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิต
- กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง
- ประชาชนกลุ่มอายุ35 ปีขึ้นไปได้รับความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงและการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิต
- กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตได้รับการคัดกรองซ้ำ
- กลุ่มเลี่ยงที่ผลการตรวจคัดกรองเสี่ยงอีกได้รับการส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลพัทลุง
- ลดอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงไม่เกิน ร้อยละ 7 โรคเบาหวานไม่เกินร้อยละ 3