โครงการป้องกัน ควบคุม โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงแบบบูรณาการ
-
นายเอนก กลิ่นรส
-
นางสาวณัฎฐณิชา สมจิตร
-
นายธานัท ยอดแก้ว
-
นางกิตติยา พรหมปาน
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง4.00
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่12 มีความต่อเนื่องจากแนวคิดของแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 8-10 โดยคงยึดหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” และ”คนเป็นศูนย์กลางพัฒนา” และ “สร้างสมดุลการพัฒนา” ในทุกมิติได้ให้ความสำคัญกับการบริโภคที่ไม่เหมาะสมขาดการออกกำลังกายนำไปสู่การเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยกำหนดเป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพคนว่า“ลดอัตราเพิ่มของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้5อันดับแรกคือโรคหัวใจความดันโลหิตสูงเบาหวานมะเร็งและหลอดเลือดในสมองเพื่อนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพแรงงานและลดรายจ่ายด้านสาธารณสุข”เนื่องจากมีปัจจัยสาเหตุครอบคลุมทั้งเรื่องของพฤติกรรมบริโภคปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและวิถีการดำเนินชีวิตซึ่งโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานก็เป็นปัญหาสุขภาพที่ประชาชนไทยมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมเช่นการบริโภคอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ขาดการออกกำลังกายโดยที่ประชาชนจำนวนมากไม่รู้ตัวเองว่ามีความผิดปกติหรือเป็นโรคแล้วไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมจะทราบก็ต่อเมื่อเกิดผลแทรกซ้อนขึ้นแล้วซึ่งอาจเกิดเสียชีวิตฉับพลันหรืออาจเกิดความพิการที่ไม่อาจแก้ไขได้เช่นโรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกโรคไตวายและตาบอดโรคเบาหวานก็เช่นเดียวกันเนื่องจากภาวะทุพโภชนาการโดยเฉพาะในแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่อหลายสิบปีก่อนและพฤติกรรมการบริโภครวมถึงการขาดออกกำลังกายทำให้คนไทยป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้นในปีพ.ศ.2558มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จำนวน338,551รายเสียชีวิต7,725รายคาดว่าทั่วประเทศจะมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานประมาณ3 ล้านคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆผู้ป่วยร้อยละ50ไม่ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมจึงมีความเสี่ยงเกิดปัญหาแทรกซ้อน สถานการณ์ของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในพื้นที่รับผิดชอบในปี 2562มีความชุก 191.05/พันประชากร และ 46.35/พันประชากร ตามลำดับ ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง และกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโคกชะงาย เล็งเห็นปัญหาสำคัญนี้จึงจัดทำโครงการตรวจคัดกรองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มอายุ 35ปีขึ้นไปในพื้นที่ หมู่ที่ 1,7,9 ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
-
เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 9090.00
ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 90
-
เพื่อลดอัตราป่วยใหม่ด้วยโรคความดันโลหิตสูงไม่เกิน ร้อยละ 7โรคความเบาหวานไม่เกิน ร้อยละ73.00
อัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคความดันโลหิตสูงไม่เกิน ร้อยละ 7 โรคเบาหวานไม่เกิน ร้อยละ 3
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองซ้ำแล้วยังเสี่ยงได้รับการส่งตัวรักษาต่อและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพทุกคน100.00
กลุ่มเสี่ยงที่ผ่านการคัดกรองซ้ำ แล้วยังพบว่าเสี่ยงได้รับการส่งต่อและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ร้อยละ 100
-
กลุ่มวัยทำงาน1300
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิต
- เข็มเจาะน้ำตาลในเลือด จำนวน 7 กล่องๆละ 1,200 บาท เป็นเงิน 8,400 บาท
- แถบตรวจน้ำตาลในเลือด จำนวน 22 กล่องๆละ 900 บาท เป็นเงิน 23,400 บาท
- เครื่องวัดความดันโลหิตแบบพกพา จำนวน 4 เครื่องๆละ 2,500 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท
- เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอล จำนวน 4 เครื่องๆละ 1,200 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท
- ค่าถ่ายเอกสารแบบคัดกรองฯ จำนวน 1,300 ชุดๆละ 1 บาท เป็นเงิน 1,300 บาท
- ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ป้าย ขนาด 3 ตรม.ๆละ 180 บาท เป็นเงิน 540 บาท
ถึงประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับความรู้และได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตร้อยละ 90
48440.00 บาท -
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง
- ค่าวิทยากรจำนวน 1 คน เวลา 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 150 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 7,500 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม150 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 7,500 บาท
- เอกสารประกอบการประชุม จำนวน 150 ชุดๆละ 15 บาท เป็นเงิน 2,250 บาท
ถึง- กลุ่มเสี่ยงที่ผ่านการตรวจคัดกรองซ้ำ แล้วยังพบความเสี่ยง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและส่งต่อ ทุกคน
- อัตราป่วยรายใหม่ด้วยโรคความดันโลหิตสูงไม่เกินร้อยละ 7และโรคเบาหวานไม่เกินร้อยละ 3
20850.00 บาท
- ประชาชนกลุ่มอายุ35 ปีขึ้นไปได้รับความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงและการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิต
- กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตได้รับการคัดกรองซ้ำ
- กลุ่มเลี่ยงที่ผลการตรวจคัดกรองเสี่ยงอีกได้รับการส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลพัทลุง
- ลดอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงไม่เกิน ร้อยละ 7 โรคเบาหวานไม่เกินร้อยละ 3
