กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอดเชิงรุก ศูนย์แพทย์ชุมชนท่ามิหรำ ปีงบประมาณ 2563

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลเมืองพัทลุง

โครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอดเชิงรุก ศูนย์แพทย์ชุมชนท่ามิหรำ ปีงบประมาณ 2563

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอดเชิงรุก ศูนย์แพทย์ชุมชนท่ามิหรำ ปีงบประมาณ 2563
รหัสโครงการ 2563-L7275-01-001
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ศูนย์แพทย์ชุมชนท่ามิหรำ โรงพยาบาลพัทลุง
วันที่อนุมัติ 30 ตุลาคม 2562
ปี 2563
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 พฤศจิกายน 2562 - 31 สิงหาคม 2563
งบประมาณ 32,615.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสุรภรณ์ เกตุแสง
พื้นที่ดำเนินการ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานอนามัยแม่และเด็ก
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การฝากครรภ์เป็นมาตรการหนึ่งในการบริบาลและเฝ้าระวังความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนของหญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด กระทรวงสาธารณสุขได้แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ไปรับบริการดูแลครรภ์จากบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างน้อย 5 ครั้ง และควรไปฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่ออายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและอัตราการตายของมารดาและทารกในภาพรวม รวมทั้งมารดาได้รับการตระเตรียมในการเลี้ยงดูทารกที่จะเกิดมา ย่อมส่งผลต่อคุณภาพเด็ก ไทยในอนาคต จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่กระตุ้นให้ไปฝากครรภ์ ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลและแรงสนับสนุนจากครอบครัว ในเขตพื้นที่ศูนย์แพทย์ชุมชนท่ามิหรำ ปีพ.ศ.2561พบว่าที่ผ่านมามีหญิงตั้งครรภ์ 38 คน ได้รับการติดตามเยี่ยมดูแลครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ เพียง 6 คน (ร้อยละ 15.79 )ได้รับการติดตามเยี่ยมดูแลครบ 5 ครั้ง 18 คน(ร้อยละ 47.37) คน  มีการฝากคครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ 16 คน(42.11) ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการ หญิงวัยเจริญพันธุ์เองยังไม่ให้ความสำคัญของดูแลสุขภาพในช่วงระยะ แรกของการตั้งครรภ์ และ การไม่มีข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ในชุมชนเพื่อกระตุ้นให้หญิงตั้งครรภ์ได้เข้าถึงบริการก็เป็นปัญหาหนึ่ง และหลังคลอดพบว่าหญิงหลังคลอดไม่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ปัญหาหลักที่พบส่วนใหญ่เกิดจากมีน้ำนมไม่เพียงพอ แม่ไปทำงาน จากสถิติข้อมูลการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ปีพ.ศ.2561 พบว่าหญิงหลังคลอดได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือนเพียงร้อยละ 50ความคลอบคุมวัคซีน และการติดตามประเมินพัฒนาการยังไม่ได้ 100 เปอร์เซนต์     จากปัญหาดังกล่าวศูนย์แพทย์ชุมชนท่ามิหรำ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพ หญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอดเชิงรุกศูนย์แพทย์ชุมชนท่ามิหรำ ปีงบประมาณ 2563 เพื่อสร้างองค์ความรู้ จัดกิจกรรมเยี่ยมดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ หญิงหลังคลอด เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ไปฝากครรภ์แต่เนิ่นและอย่างต่อเนื่องที่หน่วยบริการ ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตลอดจนการส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการสมวัย ซึ่งย่อมเป็นผลดีแก่สุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และทารกที่จะเกิดมา รวมถึงต่อความมั่นคง มั่งคั่งของประเทศในอนาคต

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อค้นหาหญิงตั้งครรภ์รายใหม่และกระตุ้นให้ไปฝากครรภ์เร็วที่สุด (ท้องปุ๊บ ฝากปั๊ป)
  2. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ และครอบครัวมีความรู้ในการดูแลสุขภาพตัวเองขณะตั้งครรภ์
  3. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ ได้รับการเฝ้าระวังและติดตามภาวะเสี่ยง
  4. เพื่อให้หญิงหลังคลอด ได้รับการเฝ้าระวังและติดตามภาวะเสี่ยง
  5. เพื่อส่งเสริมให้หญิงหลังคลอดได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน
  6. เพื่อส่งเสริมให้ เด็กมีพัฒนาการสมวัย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ประชุมชี้แจงการดำเนินงาน
  2. ประชาสัมพันธ์โครงการ
  3. ค้นหา เยี่ยมดูแล เฝ้าระวังหญิงวัยเจริญพันธุ์ ที่มีการตั้งครรภ์
  4. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์
  5. ติดตามเยี่ยมหลังคลอด
  6. ติดตามประเมินพัฒนาการตามวัย
  7. จัดมุมสร้างเสริมพัฒนาการ
  8. สรุปโครงการ
วิธีดำเนินการ
  1. กิจกรรมค้นหาหญิงตั้งครรภ์เร็ว ฝากครรภ์ไว้ก่อน 12 สัปดาห์ มีวิธีดำเนินการดังนี้

- สร้างความเข้าใจผลดีการฝากครรภ์เร็วผ่านเสียงตามสายของชุมชนและป้ายประชาสัมพันธ์ - เจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์ชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุข ดำเนินการออกสำรวจทุกเดือน ค้นหาหญิงตั้งครรภ์รายใหม่ (พร้อมตรวจการตั้งครรภ์ด้วยแผ่นทดสอบปัสสาวะ) เพื่อจัดทำทะเบียน ประเมินอายุครรภ์ ให้คำแนะนำและส่งตัวไปฝากครรภ์ครั้งแรกที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด - จัดทำทะเบียนหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่อยู่กินกับสามีเพื่อติดตามภาวะการตั้งครรภ์2. จัดอบรมให้ความรู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และสมาชิกในครอบครัว เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยมีเนื้อหาสำคัญ ดังนี้ - การเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์ - การปฏิบัติตนขณะตั้งครรภ์
- ความรู้ด้านโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์
- ความรู้เรื่องภาวะโลหิตจางกับการตั้งครรภ์
2. การเยี่ยมดูแล เฝ้าระวังและติดตามภาวะเสี่ยง
- เจ้าหน้าที่ร่วมกับอสม.ทบทวนทะเบียนหญิงตั้งครรภ์ เพื่อวางแผนการออกเยี่ยม - แจ้งหญิงตั้งครรภ์ถึงวัตถุประสงค์ของการเยี่ยมบ้าน ขออนุญาตดูรายละเอียดการฝากครรภ์จากสมุดบันทึกสุขภาพสีชมพู และหากจำเป็นขออนุญาตหญิงตั้งครรภ์ประสานกับโรงพยาบาลเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
- การเยี่ยมดูแล การเฝ้าระวัง ติดตาม มีแนวปฏิบัติดังนี้ - กรณีหญิงตั้งครรภ์ทั่วไป ที่ความเสี่ยงต่ำ: ติดต่อสอบถามทุกครั้งหลังจากหญิงตั้งครรภ์ไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล และออกเยี่ยม 1 ครั้งก่อนไปฝากครรภ์ครั้งต่อไป โดยการซักถามอาการ การตรวจร่างกาย เช่น ตรวจครรภ์ วัดความดันโลหิต แนะนำการดูแลตนเองตามอายุครรภ์ เช่น การรับประทานอาหาร การกินยา (ธาตุเหล็ก ไอโอดีนและโฟลิก) การพักผ่อน อาการผิดปกติหรือภาวะฉุกเฉิน ช่องทางติดต่อกับเจ้าหน้าที่หรือโรงพยาบาล - กรณีหญิงตั้งครรภ์ ที่มีความเสี่ยงสูง: ติดต่อสอบถามทุกครั้งหลังจากหญิงตั้งครรภ์ไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล และขออนุญาตประสานข้อมูลกับโรงพยาบาล สอบถามอาการ ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ตรวจครรภ์ วัดความสูงของยอดมดลูก ตรวจดูภาวะบวมที่ขาและเท้า ตรวจไข่ขาวในปัสสาวะโดยใช้แผ่นตรวจปัสสาวะ แนะนำการดูแลตนเองตามอายุครรภ์ เช่น การรับประทานอาหาร การกินยา การพักผ่อน อาการผิดปกติหรือภาวะฉุกเฉิน ช่องทางติดต่อกับเจ้าหน้าที่หรือโรงพยาบาล
- กรณีหญิงตั้งครรภ์มีความดันโลหิตเพิ่มมากกว่าปกติหรือสูง ทำการเฝ้าระวังและติดตามทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ครั้งหรือมากกว่า เพื่อชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ตรวจโปรตีนในปัสสาวะ ทั้งนี้อาจให้หญิงตั้งครรภ์และญาติดำเนินการเองโดยให้ยืมเครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดความดันโลหิต และแผ่นตรวจไข่ขาวในปัสสาวะ พร้อมบันทึกผล  ติดต่อปรึกษาหารือกับแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อการดูแลและส่งต่อที่เหมาะสม
- กรณีหญิงหลังคลอด: ออกเยี่ยมอย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อตรวจดูแผลฝีเย็บและน้ำคาวปลา ตรวจดูเต้านม แนะนำการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การรับประทานอาหาร การกินยา
- ติดตามประเมินพัฒนาการเด็ก และส่งเสริมให้พ่อแม่ ผู้ดูแลมีทักษะในการส่งเสริมพัฒนาการ

  1. สรุปผลการดำเนินงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. หญิงวัยเจริญพันธุ์ได้รับความรู้และสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
  2. หญิงตั้งครรภ์ได้เข้าถึงบริการและมีการฝากครรภ์ก่อน12 สัปดาห์
  3. หญิงหลังคลอดสามารถดูแลสุขภาพได้ถูกต้องเหมาะสม
  4. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวมีจำนวนเพิ่มขึ้น
  5. เด็กอายุแรกเกิด – 1ปี มีพัฒนาการสมวัย