โครงการเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก รพ.สต.บ้านควน ปีงบประมาณ 2563
โครงการเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก รพ.สต.บ้านควน ปีงบประมาณ 2563
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก รพ.สต.บ้านควน ปีงบประมาณ 2563 | |
| รหัสโครงการ | 63-L5307-1-08 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.บ้านควน2 | |
| วันที่อนุมัติ | 19 ธันวาคม 2562 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 31 มกราคม 2563 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 20,300.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางนฤมล โต๊ะหลัง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน 2 | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขไทยตลอดมา เพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาโดยตลอด และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่าปัญหาโรคไข้เลือดออกไม่ได้ลดลงมากนัก และยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับประเทศเรื่อยมาพบผู้ป่วยไข้เลือดออก จะพบในกลุ่มเด็กอายุระหว่าง 5-9 ปี แต่ในปัจจุบันสามารถพบได้ทุกกลุ่มอายุ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการรณรงค์เฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 และดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามสถานการณ์การเกิดโรคไข้เลือดออกยังคงมีการระบาดทุกปีเพื่อเป็นการดูแลผู้ป่วยและเฝ้าระวังโรคติดต่อที่สำคัญแก่ประชาชนในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก ปีงบประมาณ 2563ที่สำคัญแก่ประชาชนในเขตรับผิดชอบ เพื่อพัฒนาศักยภาพ ทักษะส่วนบุคคลและชุมชนให้เกิดความพร้อม ครบถ้วนของการเฝ้าระวังและการสอบสวนโรคและส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้และป้องกันตนเองไม่ให้ป่วยด้วยโรคติดต่อที่ป้องกันได้ พร้อมทั้งเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพต่อไป จากรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน ปี2560– 2562พบมีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก จำนวน9,14 และ 10 รายตามลำดับ คิดเป็นอัตราป่วยต่อแสนแสนประชากรเท่ากับ 239.11, 371.94,265.67 ตามลำดับจะเห็นได้ว่าอัตราการป่วย โรคไข้เลือดออกส่วนมากจะพบผู้ป่วยในช่วงเดือน มีนาคม - กันยายน ของทุกปีซึ่งเป็นช่วงระหว่างปิดภาคเรียนพอดี และชีวนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวันจึงสันนิษฐานได้ว่าการแพร่เชื้อและการกระจายโรค จะเกิดขึ้นได้ทั้งชุนชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน การควบคุมโรคจะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจาก ชุมชน โรงเรียนและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่องโรคไข้เลือดออกสามารถป้องกันได้โดยการให้ประชาชนร่วมมือกันทำความสะอาด ปรับปรุงสภาพแวดล้อมของบ้านและชุมชน โดยนำมาตรการป้องกันโรคไข้เลือดออก 5 ป 1 ข มาใช้ ได้แก่1. ปิด ปิดภาชนะกักเก็บน้ำ2. เปลี่ยนเปลี่ยนถ่ายน้ำ ทุก 7 วัน เช่น แจกันดอกไม้ ถังเก็บน้ำสำหรับอาบ 3. ปล่อยปลาหางนกยูง หรือปลากินลูกน้ำในอ่างบัว หรือที่กักเก็บน้ำที่ไม่มีฝาปิด 4. ปรับปรุง สิ่งแวดล้อมไม่ให้มีน้ำขังในที่ต่างๆ 5. ปฏิบัติการดังกล่าวข้างต้นเป็นประจำทุกสัปดาห์ และในช่วงฤดูร้อนต่อช่วงฤดูฝนต้องเพิ่ม 1 ข คือ ขัดภาชนะที่เคยใช้กักเก็บน้ำก่อนมารองรับน้ำครั้งใหม่ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน ร่วมกับ อสม. หมู่ที่1,4จึงได้จัดทำกิจกรรมโครงการเฝ้าระวังและควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก รพ.สต.บ้านควน ปีงบประมาณ 2563ขึ้น เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในชุมชนมิให้มีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกไปในวงกว้าง ป้องกันโรคไข้เลือดออกล่วงหน้าให้ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดโรคและดำเนินการอย่างต่อเนื่องเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชนสถาบัน ต่างๆ โรงเรียน รวมทั้งประชาชนโดยทั่วไปได้ทราบและเล็งเห็นความสำคัญของการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคและร่วมกับชุมชน บริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เช่น จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ส่งผลให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออกดีขึ้น
- เพื่อให้แกนนำชุมชน และอสม.มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
- เพื่อเฝ้าระวังควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
- เตรียมความพร้อมก่อนทำโครงการ
- อบรมแกนนำชุมชนและ อสม.
- ติดตามการสุ่มลูกน้ำยุงลายและสภาพแวดล้อมบริเวณบ้าน
1.แกนนำชุมชนและ อสม.มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
2.อัตราป่วยด้วยไข้เลือดออกในชุมชนลดลง