กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการเกษตรกรตำบลบ้านหารปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ปี 2563

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการเกษตรกรตำบลบ้านหารปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข ปี 2563
รหัสโครงการ 63-L5211-2-02
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลบ้านหาร
วันที่อนุมัติ 24 ตุลาคม 2562
ปี 2563
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 มกราคม 2563 - 30 มิถุนายน 2563
งบประมาณ 14,855.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางห่ำด๊ะ หมัดอะดัม, นางสาวพเยาว์ สุวรรณชาตรี
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา
ประเด็น
แผนงานแรงงานนอกระบบ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า
เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ตำบลบ้านหารเป็นตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำสวน ทำไร่ ทำนาปี ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในเขตตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่บ้างเป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งสารเคมีกำจัดศัตรูพืชบางรายการเป็นสารต้องห้าม ประชาชนยังขาดความรู้ จึงทำให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง
ดังนั้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จึงได้จัดทำโครงการเกษตรกรตำบลบ้านหารปลอดโรค ปลอดภัย
กายใจเป็นสุข ปี 2563 ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวัง ติดตามดูแลสุขภาพต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อตรวจคัดกรองสุขภาพเกษตรกรที่มีความเสี่ยงต่อสารกำจัดศัตรูพืช
  2. เพื่อให้ความรู้การป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารเคมีห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และการล้างผัก ผลไม้เพื่อลดสารปนเปื้อนสารเคมีแก่เกษตรกร
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. คัดกรองและตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเกษตรกร
  2. อบรมให้ความรู้การป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารเคมีห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และการล้างผัก ผลไม้เพื่อลดสารปนเปื้อนสารเคมีแก่เกษตรกร
วิธีดำเนินการ
  1. ประชุมชี้แจงโครงการ แนวทางการดำเนินงานให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ
  2. จัดทำแผนงานโครงการเพื่อเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุน
  3. จัดทำทะเบียนสำรวจเกษตรกรและประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเกษตรกรทราบเพื่อเตรียมกลุ่มเป้าหมาย
    และนัด วัน เวลา และสถานที่ในการตรวจ
  4. เตรียม เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรอง
    • โดยการคัดกรองสุขภาพตามแบบฟอร์ม นบก.1-56
    • โดยการตรวจเลือด โดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส
  5. ประสานผู้นำชุมชน อสม.ในพื้นที่ เพื่อเตรียมการและวางแผนการดำเนินงานคัดกรองและตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง
  6. ดำเนินการคัดกรองและตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเกษตรกร ตามวัน และเวลาที่นัดหมาย ดังนี้
    • การออกสำรวจคัดกรองสุขภาพเกษตรกร ตามแบบคัดกรองความเสี่ยงในเกษตรกร
    • ตรวจสอบความถูกต้องของแบบคัดกรอง เพื่อประเมินความเสี่ยง   - แยกกลุ่มประชากรตามแบบคัดกรอง แบ่งเป็นกลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยง
    • การเจาะเลือดเกษตรกลุ่มเสี่ยง เพื่อตรวจหาระดับสารเคมีในเลือด
    • สรุปผลการตรวจเลือดให้ประชาชนได้ทราบผลการตรวจ หากตรวจพบว่าปกติ เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำในการดูแลพฤติกรรม สุขภาพ หากตรวจพบความผิดปกติ จะได้รับการส่งต่อในการรักษาไปยังโรงพยาบาล
  7. จัดคลินิกสุขภาพเกษตรกรใน รพ.สต. โดยเน้นให้มีมุมให้ความรู้ด้านสุขภาพเกษตรเกษตรและการใช้สมุนไพรรางจืด เพื่อขับสารพิษออกจากร่างกาย
  8. อบรมให้ความรู้การป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารเคมีห้ามใช้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และการล้างผัก ผลไม้เพื่อลดสารปนเปื้อนสารเคมีแก่เกษตรกร
  9. ติดตามเยี่ยมดูแลเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง นัดตรวจสุขภาพซ้ำภายใน 3 เดือน
  10. ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เมื่อสิ้นสุดโครงการ พร้อมรายงานผลการดำเนินงาน
  11. ปรับปรุง พัฒนาจากผลการดำเนินงาน เพื่อใช้ในการจัดทำแผนงาน/โครงการต่อไป
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชาชนเป้าหมายในพื้นที่ ตำบลบ้านหาร ได้รับการตรวจสารเคมีในเลือด ร้อยละ 100
  2. ประชาชนที่มีระดับสารเคมีในเลือดระดับไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  3. เกษตรกร มีความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารเคมีต้องห้ามตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และการล้างผัก ผลไม้เพื่อลดสารปนเปื้อนที่ถูกวิธี