กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนคอหงส์ 1 ปี 2563

กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองคอหงส์

โครงการติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนคอหงส์ 1 ปี 2563

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนคอหงส์ 1 ปี 2563
รหัสโครงการ 63-L7257-2-29
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนบ้านคอหงส์ 1
วันที่อนุมัติ 3 กุมภาพันธ์ 2563
ปี 2563
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 กุมภาพันธ์ 2563 - 31 สิงหาคม 2563
งบประมาณ 42,400.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวกัญดา ติ้งเพ็ง
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ รวมทั้งยังเป็นโรคที่เราเรียกว่า “ภัยเงียบ” ที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ตามมา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้มีการจัดการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังสภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพ สำหรับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง พร้อมทั้งให้ดำเนินการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่มีภาวะแทรกซ้อนในอวัยวะที่สำคัญของร่างกายหลายระบบ เช่น ตา ไต หัวใจ เท้า เป็นต้น จาก การดำเนินงานคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ของชุมชนคอหงส์ ๑ ซึ่งมีประชาชนในกลุ่มอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป จำนวน ๒๑๖คนในปี ๒๕๖๒กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน ๑๒๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๗.๘๗ ผลการคัดกรองปกติ จำนวน ๖๘คน คิดเป็นร้อยละ ๕๔.๔๐อยู่ในกลุ่มเสี่ยง จำนวน๕๐คนคิดเป็นร้อยละ ๔๐.๐๐ กลุ่มสงสัยป่วย ๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๕.๖๐กลุ่มป่วย ๑๒คน คิดเป็น ๕.๕๕และได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน ๑๒๕คน ผลการคัดกรองปกติ๖๓คนคิดเป็นร้อยละ ๕๐.๔๐ อยู่ในกลุ่มเสี่ยง๕๒คน คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๐กลุ่มสงสัยป่วย ๑๐คนคิดเป็นร้อยละ ๘กลุ่มป่วย ๑๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๗.๘๗ ตามลำดับจะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มต่อการเพิ่มขึ้น เนื่องจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในการดูแลสุขภาพ การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็มและอาหารจานด่วนของคนในชุมชนคอหงส์ ๕ ซึ่งเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท มีสถานที่จำหน่ายอาหารที่หาได้ง่าย จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพ พบว่ามีกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็ม ร้อยละ๖๐ไม่ออกกำลังกาย ร้อยละ ๕๘มีการดื่มสุรา ร้อยละ ๓๐และสูบบุหรี่ ร้อยละ ๒๕ส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาการแกงถุง อาหารนอกบ้าน และมีงานเทศกาลต่างๆ มากกมาย ทำให้ไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย หรือดูแลตนเองไม่มีการคำนึงถึงพลังงานที่ควรได้รับ ส่งผลให้มีการสะสมไขมัน เกิดภาวะอ้วนลงพุงเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงตามมา จากข้อมูลดังกล่าว ของชุมชนคอหงส์ ๑ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา พบว่าจำนวนกลุ่มเสี่ยงด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งนี้เป็นผลจากการคัดกรองได้ครอบคลุมมากขึ้นแต่ขณะเดียวกัน หากผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคจากผลการคัดกรองไม่ตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น และเมื่อมีความเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประชาชนเกิดความเครียด ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การเจ็บป่วยทางด้านจิตใจได้ในอนาคต และในกลุ่มที่ป่วยแล้วต้องมีการดำเนินการไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไปจึงได้จัดโครงการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนคอหงส์ ๑ปี ๒๕๖๓ ซึ่งมีกิจกรรมหลักในการคัดกรองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงและเพิ่มทักษะการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี สำหรับกลุ่มประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปให้สามารถดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และในกลุ่มที่เป็นโรคได้รับการดูแลและรักษาได้อย่างทันท่วงทีและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อติดตามและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
  2. เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ที่มีภาวะเสี่ยง ไม่ให้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
  3. เพื่อติดตามและสร้างแรงจูงในในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ประชุมคณะทำงาน และอบรม อสม.ในชุมชน
  2. กิจกรรมเฝ้าระวังและติดตามกลุ่มเสี่ยงของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
  3. สรุปผลการดำเนินงาน
วิธีดำเนินการ
  1. จัดประชุมเจ้าหน้าที่/อสม. เพื่อวางแผนการดำเนินงาน กำหนดพื้นที่เป้าหมาย และรูปแบบวิธีการดำเนินงาน
  2. เสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุน
  3. แต่งตั้งคณะทำงานและจัดทำแผนปฏิบัติงานตามโครงการ
  4. ดำเนินการจัดหาวัสดุ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ในการติดตามและเฝ้าระวังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
  5. ประชาสัมพันธ์โครงการและรับสมัครกลุ่มเสี่ยงเข้าร่วมกิจกรรม
  6. จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่กลุ่มเสี่ยงในชุมชนและติดตามอย่างต่อเนื่อง
  7. ลงพื้นที่ติดตามและเฝ้าระวังพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง จำนวน ๓ ครั้ง
  8. ประเมินผล และสรุปโครงการ
    ขั้นดำเนินการ
  9. ประชาสัมพันธ์กลุ่มเสี่ยงเข้าร่วมโครงการฯ โดยแยกเป็นรายชุมชน และแยกเป็นกลุ่มย่อย ตามแผนปฏิบัติงาน
  10. จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่กลุ่มเสี่ยงในชุมชนและติดตามอย่างต่อเนื่อง
  11. ปฏิบัติงานตามแผนฯ การให้ความรู้รายกลุ่มเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง, การเจาะเลือดปลายนิ้วหาค่าน้ำตาลในเลือดและวัดความดันโลหิตสูง ชั่งน้ำหนัก/วัดส่วนสูง/วัดรอบเอว/การประเมินความเครียดด้วยตนเอง/การคัดกรองภาวะซึมเศร้า พร้อมแจ้งผลให้ทราบ
  12. จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่กลุ่มเสี่ยงในชุมชน

- จัดให้มีกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เรื่องโรค
- การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
5. ติดตาม/เฝ้าระวังให้การดูแลกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
- ติดตามการปฏิบัติตนในการเฝ้าระวังพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยงโดย อสม. ๓ เดือน/ครั้ง
- ติดตาม/เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง โดยติดตามระดับความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือด วัดความดันฯ และ เจาะเลือดซ้ำ เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงตามเกณฑ์มาตรฐาน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตามและฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๘๐
  2. ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๐
  3. ประชากรกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ถูกต้องสม่ำเสมอ สามารถกลับสู่ภาวะปกติมากกว่าร้อยละ ๒๐ และกลุ่มเสี่ยงทุกคนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง