โครงการติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่มีภาวะเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนคอหงส์ 1 ปี 2563
-
๑. นางสาวกัญดา ติ้งเพ็ง
-
๒. นางณัฐพรบัวแก้ว
-
๓. นางสาวนนทยานฤพงษ์
-
๔. นางสาวพนิตนารถอ่อนด้วง
-
๕. นางพินิตก่อเกิด
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ รวมทั้งยังเป็นโรคที่เราเรียกว่า “ภัยเงียบ” ที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ตามมา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้มีการจัดการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังสภาวะเสี่ยงต่อสุขภาพ สำหรับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง พร้อมทั้งให้ดำเนินการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่มีภาวะแทรกซ้อนในอวัยวะที่สำคัญของร่างกายหลายระบบ เช่น ตา ไต หัวใจ เท้า เป็นต้น จาก การดำเนินงานคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป ของชุมชนคอหงส์ ๑ ซึ่งมีประชาชนในกลุ่มอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป จำนวน ๒๑๖คนในปี ๒๕๖๒กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน ๑๒๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๗.๘๗ ผลการคัดกรองปกติ จำนวน ๖๘คน คิดเป็นร้อยละ ๕๔.๔๐อยู่ในกลุ่มเสี่ยง จำนวน๕๐คนคิดเป็นร้อยละ ๔๐.๐๐ กลุ่มสงสัยป่วย ๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๕.๖๐กลุ่มป่วย ๑๒คน คิดเป็น ๕.๕๕และได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน ๑๒๕คน ผลการคัดกรองปกติ๖๓คนคิดเป็นร้อยละ ๕๐.๔๐ อยู่ในกลุ่มเสี่ยง๕๒คน คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๐กลุ่มสงสัยป่วย ๑๐คนคิดเป็นร้อยละ ๘กลุ่มป่วย ๑๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๗.๘๗ ตามลำดับจะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มต่อการเพิ่มขึ้น เนื่องจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในการดูแลสุขภาพ การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็มและอาหารจานด่วนของคนในชุมชนคอหงส์ ๕ ซึ่งเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท มีสถานที่จำหน่ายอาหารที่หาได้ง่าย จากการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพ พบว่ามีกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร หวาน มัน เค็ม ร้อยละ๖๐ไม่ออกกำลังกาย ร้อยละ ๕๘มีการดื่มสุรา ร้อยละ ๓๐และสูบบุหรี่ ร้อยละ ๒๕ส่วนใหญ่นิยมรับประทานอาการแกงถุง อาหารนอกบ้าน และมีงานเทศกาลต่างๆ มากกมาย ทำให้ไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย หรือดูแลตนเองไม่มีการคำนึงถึงพลังงานที่ควรได้รับ ส่งผลให้มีการสะสมไขมัน เกิดภาวะอ้วนลงพุงเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงตามมา จากข้อมูลดังกล่าว ของชุมชนคอหงส์ ๑ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา พบว่าจำนวนกลุ่มเสี่ยงด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งนี้เป็นผลจากการคัดกรองได้ครอบคลุมมากขึ้นแต่ขณะเดียวกัน หากผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคจากผลการคัดกรองไม่ตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น และเมื่อมีความเจ็บป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประชาชนเกิดความเครียด ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การเจ็บป่วยทางด้านจิตใจได้ในอนาคต และในกลุ่มที่ป่วยแล้วต้องมีการดำเนินการไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไปจึงได้จัดโครงการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนคอหงส์ ๑ปี ๒๕๖๓ ซึ่งมีกิจกรรมหลักในการคัดกรองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงและเพิ่มทักษะการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี สำหรับกลุ่มประชาชนอายุ ๓๕ ปีขึ้นไปให้สามารถดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และในกลุ่มที่เป็นโรคได้รับการดูแลและรักษาได้อย่างทันท่วงทีและได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นต่อไป
-
เพื่อติดตามและเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง0.00
๑. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามและคัดกรองโรคเบาหวาน ร้อยละ ๙๐ จำนวน ๕๐คน
๒. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามและคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๙๐ จำนวน ๕๐ คน -
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้ที่มีภาวะเสี่ยง ไม่ให้ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง0.00
๑. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ ๕๐
๒. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้กลับสู่ภาวะปกติมากกว่าร้อยละ ๒๐ ๓. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ -
เพื่อติดตามและสร้างแรงจูงในในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง0.00
- กลุ่มเสี่ยงทุกคนได้รับการดูแลและติดตาม
ร้อยละ ๑๐๐
- กลุ่มเสี่ยงทุกคนได้รับการดูแลและติดตาม
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน และอบรม อสม.ในชุมชน
๑.๑ประชุมคณะกรรมการในการดำเนินงานจำนวน ๑ ครั้ง ประกอบด้วย อสม.กรรมการชุมชน กรรมการสปส
ค่าอาหารว่าง๒๐คนx ๒๕ บาท x๑ มื้อ = ๕๐๐ เป็นเงิน๕๐๐ บาท
๑.๒อบรมฟื้นฟูความรู้ และเพิ่มสมรรถนะให้แก่ อสม.เพื่อเพิ่มทักษะในการดำเนินการติดตามและฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน โดยเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน ๑ วัน
- ค่าอาหารว่าง ๑๐ คนx ๒๕ บาท x๒ มื้อ เป็นเงิน๕๐๐ บาท
- ค่าอาหารกลางวัน ๑๐ คนx ๘๐ บาท x๑ มื้อ เป็นเงิน๘๐๐ บาท
- ค่าเอกสารในการดำเนินงานจำนวน ๑๐ ชุดๆละ ๒๐บาท เป็นเงิน๒๐๐บาท
- ค่าวัสดุ (ถุงผ้าใส่เอกสาร) จำนวน ๑๐ ถุง ถุงละ ๕๐ บาท เป็นเงิน ๕๐๐ บาทถึง2500.00 บาท -
กิจกรรมเฝ้าระวังและติดตามกลุ่มเสี่ยงของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
๒.๑ กิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการฯ
- แผ่นพับประชาสัมพันธ์ จำนวน ๕๐ ใบใบละ ๕ บาท เป็นเงิน ๒๕๐ บาท
๒.๒ กิจกรรมจัดหาครุภัณฑ์ในการดำเนินงาน
- ค่าครุภัณฑ์การแพทย์ ได้แก่
๑. เครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน ๒ เครื่อง เครื่องละ ๒,๒๐๐ บาทเป็นเงิน ๔,๔๐๐ บาท
๒. เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด จำนวน ๒ เครื่อง เครื่องละ ๒,๕๐๐ บาท เป็นเงิน ๕,๐๐๐บาท
๓. เครื่องชั่งน้ำหนัก จำนวน ๑ เครื่อง ๖๐๐ บาท
๒.๓ กิจกรรมจัดหาวัสดุในการดำเนินงาน
-ค่าวัสดุ ได้แก่
๑.ค่าแถบตรวจน้ำตาลในเลือด จำนวน ๖ กล่อง กล่องละ๘๐๐ บาท เป็นเงิน๔,๘๐๐ บาท
๒.ค่าเข็มเจาะเลือดจำนวน ๔ กล่องกล่องละ ๘๐๐ บาท เป็นเงิน ๓,๒๐๐ บาท
๓. ค่าสำลีแห้ง ๒ ถุง ถุงละ ๑๕๐ บาท เป็นเงิน ๓๐๐ บาท
๔. ค่าตลับวัดรอบเอว ๔ ตลับ ตลับละ ๒๕๐บาท เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท
๕. ค่าแอลกอฮอล์จำนวน ๒ ขวด ขวดละ๕๐ บาท เป็นเงิน ๑๐๐ บาท
๖. สมุดบันทึกการตรวจสุขภาพและบันทึกความรู้ ๓ อ. ๒ ส. จำนวน ๕๐ เล่ม เล่มละ ๓๐ บาท เป็นเงิน๑,๕๐๐ บาท
๗. ค่าวัสดุ (ถุงผ้าใส่เอกสาร) จำนวน ๕๐ ถุง ถุงละ ๕๐ บาท เป็นเงิน ๒,๕๐๐ บาท
๘. กล่องใส่อุปกรณ์ จำนวน ๒ กล่อง กล่องละ ๒๕๐ บาท เป็นเงิน ๕๐๐บาท
๒.๔ กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องอาหาร การออกกำลังกาย อารมณ์ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา (๓ อ. ๒ ส) สำหรับกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน ๑ มื้อๆละ ๕๐ คนๆละ ๘๐ บาท เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๕๐ คน จำนวน ๒ มื้อๆละ๒๕ บาท เป็นเงิน ๒,๕๐๐ บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน ๒ คนๆละ ๓ ชม.ๆละ ๖๐๐ บาท เป็นเงิน ๓,๖๐๐ บาท
- ค่าไวนิลโครงการฯ ขนาด ๓ x ๒ เมตรจำนวน ๑ ผืน ตารางเมตรละ ๑๕๐ เป็นเงิน ๙๐๐ บาท
๒.๕ กิจกรรมติดตามกลุ่มเสี่ยงหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน ๓ ครั้ง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม กลุ่มเสี่ยงมาติดตามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน ๓ ครั้งๆละ ๒๕ บาท จำนวน ๕๐ คน เป็นเงิน ๓,๗๕๐ บาทถึง37900.00 บาท -
สรุปผลการดำเนินงาน
๓.๑ ประชุมคณะกรรมการในการสรุปผลดำเนินงาน
- ค่าอาหารว่าง๒๐คน x ๒๕ บาท x ๑ มื้อ เป็นเงิน๕๐๐ บาท ๓.๒จัดทำเอกสารส่ง สปสช.
- ค่าเอกสารสรุปผลการดำเนินงานจำนวน ๒ ชุดชุดละ ๒๕๐ บาท เป็นเงิน ๕๐๐ บาทถึง1000.00 บาท
