โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตำบลโตนดด้วน ประจำปี 2563
โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตำบลโตนดด้วน ประจำปี 2563
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตำบลโตนดด้วน ประจำปี 2563 | |
| รหัสโครงการ | 63-L3318-01-1 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโตนดด้วน | |
| วันที่อนุมัติ | 6 กุมภาพันธ์ 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2563 - 30 กันยายน 2563 | |
| งบประมาณ | 84,130.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายโชคชัย เสนเผือก | |
| พื้นที่ดำเนินการ | อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
- ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 17.00
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 20.00
- ร้อยละของประชาชนที่สงสัยเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 2.00
- ร้อยละของประชาชนที่สงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 8.00
จังหวัดพัทลุงสถิติจำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงในระดับประเทศย้อนหลัง ปี พ.ศ. 2560 มีจำนวนผู้ป่วย 55,955 คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,075.00 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 2561 มีจำนวนผู้ป่วย 56,116 คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,207.76 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 2562 มีจำนวนผู้ป่วย 57,686 คน คิดเป็นอัตราป่วย 1,078.13ต่อแสนประชากร ตามลำดับและสถิติจำนวนและอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวาน ปี พ.ศ. 2560 มีจำนวนผู้ป่วย 24,622 คน คิดเป็นอัตราป่วย 507.33 ต่อแสนประชากรปี พ.ศ. 2561 มีจำนวนผู้ป่วย 23,458 คน คิดเป็นอัตราป่วย 515.76 แสนประชากรปี พ.ศ. 2562 มีจำนวนผู้ป่วย 24,365 คนคิดเป็นอัตราป่วย 487.70 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพสุขภาพตำบลโตนดด้วนมีจำนวนสถิติและอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงย้อนหลังปี พ.ศ.2560มีจำนวนผู้ป่วย 757 คน คิดเป็นอัตราป่วย 11,078.59 ต่อแสนประชากร ปีพ.ศ.2561 มีจำนวนผู้ป่วย 788 คนคิดเป็นอัตราป่วย 11,549.118 ต่อแสนประชากรปีพ.ศ.2562 มีจำนวนผู้ป่วย892 คนคิดเป็นอัตราป่วย 13,618.32 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ และจำนวนสถิติอัตราป่วยด้วนโรคเบาหวานย้อนหลังปี พ.ศ. 2560 มีจำนวนผู้ป่วย 315 คนคิดเป็นอัตราป่วย 4,609.98 ต่อแสนประชากร ปีพ.ศ.2561 มีจำนวนผู้ป่วย 293 คนคิดเป็นอัตราป่วย 4,294.30 ต่อแสนประชากรปีพ.ศ.2562 มีจำนวนผู้ป่วย405 คนคิดเป็นอัตราป่วย 6,183.21 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ จากสถิติดังกล่าว จะเห็นได้ว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่งผลให้เกิดมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทำให้ประเทศชาติสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ดังนั้นการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนเป็นโรคเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเพราะทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ไม่สูญเสียงบประมาณในการดูแลการเจ็บป่วยแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเมื่อเกิดเป็นโรคแล้วจึงเป็นทางเลือกที่ดี การป้องกันและการควบคุมโรคซึ่งสามารถกระทำได้ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับบุคคล ครอบครัวและชุมชน
- 1.เพื่อคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในกลุ่มประชากรกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป
- เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก ๓อ.๒ส. ในกลุ่มสงสัยเป็นโรคจากการคัดกรอง
- เพื่อติดตามกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน(ค่า DTX ≥ 100 mg/dl ) มารับการเจาะ FBS หลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการที่ รพ.สต.ได้รับบริการตรวจประเมินสุขภาพเท้าตามแนวทางปฏิบัติ
- เจาะFBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน หลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- คัดกรองโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง
- อบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและ 3อ.2ส.ในกลุ่มสงสัยเป็นโรค จำนวน 1 รุ่น
- อบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเท้าและตรวจประเมินสุขภาพเท้าตามแนวทางผู้ป่วยเบาหวานปฏิบัติ
1.ประชาชนมีความรู้และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง 2.ลดอัตราการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในกลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยง 3.กลุ่มสงสัยเป็นโรคจากการคัดกรองได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3 อ.2 ส. 4.กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน(ค่า DTX ≥ 100 mg/dl ) ได้รับการเจาะ FBSซ้ำเพื่อติดตามผล 5.ผู้เข้าร่วมโครงการมีระดับความเสี่ยงสงสัยเป็นโรคลดลง 6.ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการตรวจเท้าตามเกณฑ์มาตรฐานได้รับการส่งต่อในรายที่พบความผิดปกติ