โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID 19)และการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID 19)และการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID 19)และการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง | |
| รหัสโครงการ | 63-L7580-5-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนโรงเรียนอนุบาลเมืองสตูล | |
| วันที่อนุมัติ | 10 มีนาคม 2563 | |
| ปี | 2563 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 9 มีนาคม 2563 - 31 มีนาคม 2563 | |
| งบประมาณ | 70,045.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางผุสดี จันทร์มี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลฉลุง อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) เป็นโรคอุบัติใหม่ที่กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ของประเทศไทย โดยเกิดจากเชื้อไวรัสนี้มีชื่อเฉพาะว่า 2019-nCoV ในสมาชิกลำดับที่ 7 ในตระกูล coronaviruses lineage B, จีนัส betacoronavirus , เชื้อมีลำดับยีนมากกว่าร้อยละ 85 ที่เหมือนกับยีโนมของเชื้อ SARS-like CoV ในค้างคาว (bat-SL-CoVZC45, MG772933.1) การก่อ โรคใน มนุษย์จากเชื้อโรคในค้างคาวถือว่า เป็น zoonotic disease ด้วย รายงานการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศจีน โดยเริ่มจากการพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่ไม่รู้สาเหตุในเมืองอู่ฮั่นเพิ่มขึ้น และต่อมาได้ทราบว่ามีสาเหตุจากเชื้อไวรัส COVID-19 ที่แพร่จากคนสู่คน วันที่ 11 มกราคม 2563 ผลการตรวจเชื้อไวรัสในระดับรหัสสารพันธุกรรม ระบุว่าเป็น เชื้อไวรัส COVID-19 แม้จะยังไม่มีรายงานสรุปอย่างเป็นทางการ คาดว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องกันกับสัตว์ 2 ชนิด คือ งูเห่า และค้างคาวชนิดหนึ่ง” โดยมีจุดเริ่มต้นของผู้ติดเชื้อ เกิดจากคนงานและลูกค้าของตลาดขายส่งอาหารทะเล และเนื้อสัตว์แปลกๆ หายาก ที่ถูกจับมาขายในตลาดสดในสภาพที่ยังเป็นๆ สัตว์เหล่านี้มีเชื้อไวรัสถูกขังเกิดความเครียดล้มป่วย และมีการติดเชื้อข้ามไปยังสัตว์อีกสายพันธุ์ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน เมื่อนำไปบริโภคและติดเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย อาการคล้ายเป็นไข้หวัด มีน้ำมูกไหล ไอจาม ธรรมดา แต่แตกต่างตรงที่เมื่อถึงระยะหนึ่งปอดจะเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ยาลดไข้ทั่วไปไม่สามารถรักษาได้ทันเวลา หากไม่ได้รับการรักษาที่ดีพอ ก็จะกลายเป็นพาหะแพร่ระบาดไปสู่คนอื่นๆ โดยการไอจามรดกัน สัมผัสสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย น้ำตา ฯลฯ จนทำให้เกิดการป่วยและอาจเสียชีวิตได้ (คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, 2563), (Chee Kin, 2020)
สำหรับรายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) ลงวันที่ 2 มีนาคม 2563 เวลา 18.30 น. พบมีการแพร่ระบาด 47 ประเทศใน 3 ทวีปทั่วโลก พบผู้ป่วยทั่วโลกทั้งหมด 81,259 คน รักษาหายแล้ว 33,085 คน เสียชีวิต 2,770 คน อัตราตายร้อยละ 3 ของผู้ป่วยทั้งหมด ประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและควรงดเดินทางในช่วงนี้เด็ดขาด ประกอบด้วย จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน ซึ่งกลุ่มนี้เป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดจากคนสู่คนอย่างชัดเจน โดยสถานการณ์ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโคโรนา 2019 (COVID 19) ทั้งหมด 43 ราย รักษาหายแล้ว 31 ราย เสียชีวิต 1 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 11 ราย (กรมควบคุมโรค,2563) และมีแนวโน้มที่โรคจะแพร่กระจายมากขึ้น สำหรับจังหวัดสตูล จัดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีผู้สัญจรทั้งคนไทยและต่างประเทศไปมาจำนวนมาก แต่จากการรายงานยังไม่พบผู้ป่วยโรคดังกล่าว แต่ให้ดำเนินการเฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเสี่ยงทั้ง 4 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวด้วยระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยมะเร็งที่รับการรักษาด้วยคีโม ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ เป็นต้น
อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนในเขตเทศบาลตำบลฉลุง อ.เมือง จ.สตูล มีความตระหนักและเล็งเห็นถึงการสูญเสียที่เกิดจากการระบาดของโรคโคโรนา 2019 (COVID 19) เป็นอย่างมาก อีกทั้งนโยบายของรัฐบาลให้เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาและป้องกันอย่างเร่งด่วน อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนทั้ง 4 ชุมชนและเทศบาลตำบลฉลุง จึงได้ประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานดังกล่าวและมีมติให้อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนโรงเรียนอนุบาลเมืองสตูลเป็นผู้ดำเนินการจัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) และการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) และการทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง อนึ่งการดำเนินงานดังกล่าว จะส่งผลให้ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลฉลุง มีความเข้มแข็งในการป้องกันโรค ประชาชนมีความรู้และทักษะในการป้องกันโรค และไม่เกิดโรคโคโรนา 2019 (COVID 19) ในพื้นที่อย่างยั่งยืน
- เพื่อให้ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุข มีความรู้ ความเข้าใจในการเฝ้าระวัง การควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)
- เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขสามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้ด้วยตนเอง
- เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนในชุมชนมีความตระหนักเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) และวิธีการป้องกันที่ถูกต้อง
- จัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขเรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)
- อบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง
- รณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) แก่ประชาชนในชุมชน
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้แก่ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขเรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) 2. จัดทำหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเอง 3. รณรงค์ให้ความรู้และส่งเสริมทักษะในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) แก่ประชาชนในชุมชน 4. สรุปผลการดำเนินงาน
- ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขมีความรู้ ความเข้าใจในการเฝ้าระวัง การควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)
- ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขสามารถผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันตนเองได้
- ทำให้ประชาชนมีความตระหนักเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19)และวิธีการป้องกันที่ถูกต้อง