โครงการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลตะโหมด
โครงการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลตะโหมด
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลตะโหมด | |
| รหัสโครงการ | 64-L7577-4-1 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | สำนักเลขานุการกองทุนฯ | |
| วันที่อนุมัติ | 18 สิงหาคม 2563 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2563 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 59,332.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | สำนักงานเลขานุการกองทุนฯ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง |
กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่นับเป็นนวัตกรรมที่สำคัญในระบบสุขภาพของประเทศไทยในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกสำคัญในการประสานงานองค์กรและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อค้นหาปัญหาด้านสุขภาพและความต้องการของประชาชน ร่วมกันวางแผนและส่งเสริมให้เกิดการร่วมดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพ และส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความตระหนักต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและสามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง ซึ่งในการจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพ จะมีคณะกรรมการจากหลายภาคส่วน เช่น ตัวแทนจากชุมชน ตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุขตัวแทนจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ มาร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อบริหารจัดการกองทุนให้บรรลุวัตถุประสงค์ และตอบสนองความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่ กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลตำบลตะโหมดได้ดำเนินการกิจกรรม ด้านการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกตามนโยบาย ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ และตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพ ในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2561 นั้นเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารหรือพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ไม่เกินร้อยละ 20 ของเงินรายรับของกองทุนฯในแต่ละปีงบประมาณ
- ข้อที่ ๑. เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพ ของคณะกรรมการบริหารกองทุน
- การจัดการกองทุนฯงบประมาณ 44,800 บาท
- พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ
1.กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลตะโหมดมีศักยภาพ สามารถบริหารจัดการกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. คณะกรรมการบริหารกองทุนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถบริหารจัดการกองทุน 2.ประชาชนสามารถเข้าถึงการบริการด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง