กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการรักษ์สุภาพกับคลีนิกใกล้บ้าน ปี 2564

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการรักษ์สุภาพกับคลีนิกใกล้บ้าน ปี 2564
รหัสโครงการ 64-L3355-2-5
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลท่ามิหรำ
วันที่อนุมัติ 1 พฤศจิกายน 2563
ปี 2564
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 พฤศจิกายน 2563 - 30 กันยายน 2564
งบประมาณ 53,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางกรุณา วิสโยภาส
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในคลีนิกรับยาโรคเรื้อรังของ รพ.สต. ขนาด 250.00
  2. ผู้่ป่วยเบาหวาน ในคลีนิกรับยาโรคเรื้อรง ของ รพ.สต. ขนาด 50.00
  3. ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะไตเสื่อม ระยะ 3 ในคลีนิกรับยาโรคเรื้อรังของ รพ.สต. ขนาด 40.00

จากปีงบประมาณ 2563 มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ไม่สามาถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติร้อยละ 61.43 ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตามในเลือดไม่ได้ร้อยละ 60 ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะไตเสื่อมระยะ 3มีการทำงานของไตดีขึ้นเพียง ร้อยละ 62.85 ผู้ป่วย 3 กลุ่มนี้ จำเป็นต้องฟื้นฟูเรื่องการดูแลสุขภาพของตนเองแบบเข้มข้น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นจากการเป็นโรคดังกล่าว จึงจำเป็นต้องมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใน 3 กลุ่มนี้ และหลังจากเสร็จสิ้นโครงการ พบว่า ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติได้ร้อยละ 76.42ผู้ป่วยเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ร้อย 76.67 ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีภาวะไตเสื่อมระยะ 3 มีการทำงานของไตดีขึ้น ร้อยละ 75 ในปีงบประมาณ 2564 ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลท่ามิหรำ เห็นว่าโครงการดังกล่าวมีผลลัพธ์ที่ดี จึงควรจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการดูแลสุขภาพของตนองแบบเข้มข้นสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีภาวะไตเสื่อมระยะ 3 ทุกคน เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนักในการดูแลตนเองได้ถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตให้ปกติ
  2. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีความรู้ ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ
  3. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
  4. เพื่อให้ผุ้ป่วยโรคเบาหวานไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน
  5. ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะไตเสื่อมระยะ 3 มีความรู้ ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ค่าการทำงานของไตดีขึ้น
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมรับยาในคลีนิกโรคเรื้อรัง
  2. กิจกรรมจ่ายยาโรคเรื้อรัง ติดตามผู้ป่วยที่ขาดนัด ตรวจเลือด ตรวจตา เอกซเรย์ปอด ตรวจช่องปาก และเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน
  3. กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยโรคเรื้อร้งที่มีภาวะสุขภาพ เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีภาวะไตเสื่อ่มระยะ 3
  4. กิจกรรมการวัดความดันโลหิตสูง ซ้ำในผู้ป่่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ และผู้ป่่วยโรคเรื้อรังมีภาวะไตเสื่อมระยะ 3 ให้สามารถดูแลไตให้มีการทำงานที่ดีขึ้น โดยการเจาะเลือดซ้ำ
วิธีดำเนินการ

ขั้นเตรียมการ 1.สำรวจข้อมูลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รับยาที่ รพ.สต.บ้านน้ำเลือด และผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีภาวะไตเสื่อมระยะ 3
2 .เขียนโครงการนำเสนอ วางแผนวันในการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3.ประชุมชี้แจง อสม.เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ ขั้นดำเนินการ 1.ประชาสัมพันธ์โครงการ โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม. 2.ปฏิบัติตามแผน โดยแยกผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะสุขภาพ เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีภาวะไตเสื่อมระยะ 3 3.นัดผู้ป่วย แต่ละกลุ่ม มาร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยทีมพยาบาลวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยตระหนัก และสามารถดูแลตัวเองได้ จนควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้และผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะไตเสื่อมระยะ 3 สามารถดูแลไตให้มีการทำงานที่ดีขึ้น เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
4.ติดตามระดับความดันโลหิตซ้ำในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีภาวะไตระยะ 3 ให้สามารถดูแลไตให้มีการทำงานที่ดีขึ้น โดยการเจาะเลือดซ้ำ 5.เยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะสุขภาพ 3 ประเภทดังกล่าวที่ไม่สามารถควบคุมได้

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้มีความดันโลหิตที่ปกติ ค่าน้ำตาลในเลือดปกติ เพื่อการป้องกันภาวะแทรกซ้อน ของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง 2.ผู้ป่วยที่มีภาวะไตเสื่อม สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้การทำงานของไตดีขึ้น 3.ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรับยาต่อเนื่อง ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน