โครงการส่งเสริมความปลอดภัยในสถานศึกษา
โครงการส่งเสริมความปลอดภัยในสถานศึกษา
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมความปลอดภัยในสถานศึกษา | |
| รหัสโครงการ | 64-L3326-02-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองการศึกษา เทศบาลตำบลแหลมโตนด | |
| วันที่อนุมัติ | 18 มกราคม 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 18 มกราคม 2564 - 17 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 102,090.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวรัตนาภรณ์ คงมี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | จังหวัดพัทลุง |
- สถิติปี 2562 จังหวัดพัทลุง มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต อัตราการเสียชีวิต(คน) ต่อประชากรจำนวน100,000คน ขนาด 5.40
- สถิติปี 2562 อัตราการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่เป็นเด็กในประเทศไทย อัตราร้อยละ ขนาด 8.00
ความปลอดภัยของเด็กถือเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษาและชุมชนซึ่งเป็นหน่วยทางสังคมที่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด การที่เด็กจะเป็นคนดี มีความสุข และเป็นคนเก่งของสังคมนั้นคงจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดซึ่งความปลอดภัยในชีวิต ซึ่งปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำ ของเด็กมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2542 – 2548 และเริ่มลดลงตั้งแต่ปลายปี 2549 หลังจากกรมควบคุมโรคและภาคีเครือข่ายเริ่มดำเนินการป้องกัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจำนวนการจมน้ำจะลดลงแต่ยังคงลดลงอย่างช้าๆ โดยเฉพาะช่วงเด็ก 5 – 15 ปี พบว่าลดลงน้อยมาก ทั้งนี้หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปในอีก ๑๐ ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะยังคงสูญเสียเด็กไปอีกเกือบ 13,000 คน จากสาเหตุการจมน้ำ สถิติอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ของจังหวัดพัทลุง ปี 2562 มีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 5 ราย คิดเป็น5.4 รายต่อประชากร 100,000คน
ทั้งนี่้รัฐบาลมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ ๓ ประการ ให้มีการบริหารจัดการให้มีการดำเนินงานการป้องกันเด็กจมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มีการดำเนินงานตามมาตรการดำเนินงานการป้องกันเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำภายใต้อำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน จากสำนักงานควบคุมโรคไม่ติดต่อสำหรับการดำเนินงานป้องกันเด็กจมน้ำ 1) ควรให้เด็กทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป ได้เรียนหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด (ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำการเอาชีวิตรอด และวิธีการช่วยเหลือ) เป็นหลักสูตรภาคบังคับสำหรับเด็ก 2) ควรออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ สำหรับท้องถิ่นในการขุดแหล่งน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ต้องมีมาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้แหล่งน้ำดังกล่าวกลายเป็นแหล่งน้ำสี่ยงของชุมชน เช่นเดียวกับแหล่งน้ำที่จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว (น้ำตก ทะเล อ่างเก็บน้ำ สวนน้ำ) และสระว่ายน้ำ จำเป็นต้องกำหนดให้มีมาตรการความปลอดภัย เช่น การมีเจ้าหน้าที่ (Lifeguard) ดูแล การมีกฎระเบียบให้ผู้มารับบริการทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่เดินทางหรือทำกิจกรรมทางน้ำ การมีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำติดตั้งไว้เป็นระยะและสามารถเข้าถึงได้ง่าย การมีป้าย/ธงแจ้งเตือน (ห้ามลงเล่นน้ำ น้ำลึก น้ำวน) ป้ายบอกระดับความลึกของน้ำ 3) ควรให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่มีการสร้างทีมผู้ก่อการดีภาคีแหลมโตนด เพื่อดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ อย่างน้อยตำบลละ 1 ทีม เพื่อให้เกิดการ บูรณาการการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำของหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ครอบคลุมทุกมาตรการในระดับพื้นที่ และเน้นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
เทศบาลตำบลแหลมโตนดเห็นความสำคัญในการส่งเสริมความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนในตำบลจึง ได้จัดโครงการส่งเสริมความปลอดภัยในสถานศึกษาขึ้นเพื่อรณรงค์ป้องกันเด็กจมน้ำรณรงค์ความปลอดภัยสวมใส่หมวกกันน็อคซักซ้อมแผนป้องกันอัคคีภัยและป้องกันเด็กติดในรถยนต์
- เพื่อพัฒนาทักษะการว่ายน้ำหรือการลอยตัวในน้ำสำหรับเด็ก อายุ 7 - 16 ปี
- เพื่อพัฒนาทักษะการช่วยเหลือคนตกน้ำได้ (ตะโกนโยน ยื่น) สำหรับประชาชน
- เพื่อพัฒนาทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) สำหรับเด็กอายุประชาชน
- รณรงค์ประชาสัมพันธ์มาตรการสร้างความปลอดภัยและจัดการแหล่งน้ำเสี่ยงในสถานศึกษาและชุมชน
- ส่งเสริมความปลอดภัยและป้องกันเด็กจมน้ำสำหรับเด็กในศูนพัฒนาเด็กเล็ก
- ฝึกอบรมทักษะการว่ายน้ำ/ลอยตัวในน้ำสำหรับเด็กอายุ 7 - 16 ปี
- ฝึกอบรมทักษะการปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) การตะโกน โยน ยื่น และการว่ายน้ำ/การลอยตัวในน้ำสำหรับวิทยากร ครู ก
- ฝึกอบรมทักษะการการตะโกน โยน ยื่น และการว่ายน้ำ/การลอยตัวในน้ำสำหรับประชาชน
- ประชุมทีมผู้ก่อการดีภาคีแหลมโตนดและวิทยากรครู ก.
- เด็กอายุ 13 - 15 ปี สามารถว่ายน้ำ/ลอยตัวในน้ำได้
- เด็กอายุ 13 - 15 ปี สามารถช่วยเหลือคนตกน้ำ (ตะโกนโยน ยื่น)ได้
- เด็กอายุ 13 - 15 ปี สามารถปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ได้
- เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเรียนรู้การหนีภัย สามารถเปิดประตูหรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือกรณีติดอยู่ในรถยนต์ และเรียนรู้อย่าใกล้อย่าเก็บอย่าก้ม
- ทีมผู้ก่อการดีภาคีแหลมโตนดและทีมวิทยากรครู ก. มีความเข้มแข็ง