กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการหญิงตั้งครรภ์ฟันสวย ลูกน้อยฟันดี ตำบลบ่อหิน

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการหญิงตั้งครรภ์ฟันสวย ลูกน้อยฟันดี ตำบลบ่อหิน
รหัสโครงการ 64-L8429-01-08
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลสิเกา
วันที่อนุมัติ 12 พฤศจิกายน 2563
ปี 2564
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 25 มกราคม 2564 - 30 สิงหาคม 2564
งบประมาณ 4,240.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางอาภรณ์ แสงแก้ว
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานอาหารและโภชนาการ , แผนงานอนามัยแม่และเด็ก
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

การตั้งครรภ์เป็นสภาวะที่สภาพร่างกายของคนเกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนอย่างต่อเนื่อง ขณะตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงในช่องปากที่พบได้บ่อย คืออัตราไหลของน้ำลายลดลง เหงือกอักเสบ (การอักเสบของเหงือกและมีเลือดออกเหงือกบวมแดงเหงือกโตผิดปกติ) ฟันผุ และการสึกกร่อนของฟัน เป็นต้นโรคในช่องปากที่มีโอกาสพบมากในหญิงตั้งครรภ์คือเหงือกอักเสบโรคปริทันต์  และโรคฟันผุ หญิงตั้งครรภ์มีโอกาสเกิดเหงือกอักเสบรุนแรงกว่าช่วงเวลาอื่น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และอาจเกิด ฟันผุได้มากขึ้นเนื่องจากรับประทานอาหารบ่อยขึ้น และการมีอนามัยช่องปากที่ไม่ดีอาการอาเจียนบ่อยๆขณะแพ้ท้องอาจทำให้เกิดฟันสึกกร่อนจากการสัมผัสน้ำย่อยที่เป็นกรด ภาวการณ์เป็นโรคปริทันต์ หรือเหงือกอักเสบอาจส่งผลต่อคุณภาพของการตั้งครรภ์ และการคลอด มีการศึกษาที่ยืนยันถึงความสัมพันธ์ของโรคปริทันต์กับการเกิด ภาวะคลอดก่อนกำหนด และเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งยังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย จากการศึกษาของสำนักทันตสาธารณสุขพบว่า หญิงตั้งครรภ์มีฟันผุเฉลี่ย 6.6 ซี่ ร้อยละ 90.4 มีเหงือกอักเสบร้อยละ 89.60 และจากการศึกษาข้อมูลของหญิงตั้งครรภ์ในเขต ตำบลบ่อหิน ในปี 2564 จำนวน 25 คน พบว่าหญิงตั้งครรภ์มีฟันผุเฉลี่ย 5.2 ซี่ ร้อยละ54.2 มีเหงือกอักเสบ รวมทั้งพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของหญิงตั้งครรภ์ยังส่งผล ต่อการเกิดฟันผุของลูกในอนาคตเพราะเชื้อโรคที่ทำให้ฟันผุสามารถส่งต่อจากแม่หรือคนเลี้ยงไปสู่เด็กผ่านทางน้ำลาย ดังนั้นแม่ที่อนามัยช่องปากไม่สะอาดมีฟันผุมากจึงมีโอกาสสูงมากขึ้นที่จะส่งผ่านเชื้อไปสู่ลูกแม่ที่มีฟันผุสูงมีโอกาสที่จะ ส่งผ่านเชื้อที่ทำให้ฟันผุไปยังลูกผ่านทางน้ำลายโดยเด็กที่ได้รับเชื้อที่ทำให้ฟันผุตั้งแต่อายุน้อยร่วมกับการกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงจะเกิดฟันผุรวดเร็ว และรุนแรงนอกจากนี้การตรวจสุขภาพช่องปากและให้คำแนะนำรวมถึงให้บริการขูดหินน้ำลายยังช่วยลดอัตราการเกิดเหงือกอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ได้กว่าครึ่งรวมทั้ง การสร้างทัศนคติและทักษะให้แม่สามารถดูแลช่องปากของตนเองได้ดีจะส่งผลต่อทักษะการดูแลลูกต่อไปในอนาคต
    จากรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ย้อนหลัง 3 ปี (ปี58-60) พบว่าเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุ ร้อยละ 51.1 48.5 และ 47.1 ภาคใต้ พบเด็กเด็กอายุ 3 ปี (ปี58-60) ปราศจากฟันผุร้อยละ 43.6 45.8 และ 43.0 จังหวัดตรัง  เด็กอายุ 3 ปี (ปี57-59) ปราศจากฟันผุร้อยละ 48.8 44.7 และ 43.09
    และจากผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากย้อนหลัง 3 ปี (ปี 58-60) ของอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง พบว่าเด็กอายุ 3 ปี ปราศจากฟันผุร้อยละ 48.4 58.4  และ 58.71 จากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรม ทันตสุขภาพปี 2560 พบว่า ร้อยละการแปรงฟันในตอนเช้า ของเด็กปฐมวัย ระดับประเทศร้อยละ 86.8 ภาคใต้ 88.3 จังหวัดตรัง84.7 และอำเภอสิเกา 85. ร้อยละของผู้ปกครองแปรงฟันให้แก่เด็กปฐมวัยระดับประเทศ 42.5 ภาคใต้ 38.1 จังหวัดตรัง 45.7 และอำเภอสิเกา 44.8 ร้อยละการดื่มนมรสหวาน และรสเปรี้ยวระดับประเทศ 44.5 ภาคใต้ 44.2 จังหวัดตรัง 44.7 อำเภอสิเกา 43.1 และพฤติกรรมของการดูดนมจากขวดระดับประเทศ 39.5 ภาคใต้ 37.8 และจังหวัดตรัง 37.4 และอำเภอสิเกา 33.5     ในภาพรวมเด็กกลุ่มนี้ปราศจากฟันผุมากขึ้น แต่เมื่อวิเคราะห์การสำรวจพฤติกรรมพบว่ามีข้อพฤติกรรมบางอย่างของผู้ปกครองในอำเภอสิเกาที่ยังต้องปรับเปลี่ยน เช่นร้อยละการแปรงฟันในตอนเช้าของเด็กปฐมวัยยังน้อยกว่าระดับประเทศ และระดับภาค การรักษาโรคฟันผุในเด็กเล็กนั้นทำได้ยาก เพราะเด็กไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ในการรักษา ผู้ปกครองบางท่านไม่ให้ความสนใจที่จะพาเด็กมารับบริการ เนื่องจากการนำเด็กเล็กมารับบริการนั้นผู้ปกครองอาจจะต้องหยุดงานทำให้ขาดรายได้ ผู้ปกครองบางคน จึงไม่สามารถพาเด็กมารับบริการได้หรือมารับบริการได้แต่  ไม่ต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาโรคฟันน้ำนมผุเป็นจำนวนมาก ในขณะที่การป้องกันโรคฟันผุในเด็กเล็กนั้นสามารถ ทำได้ง่ายกว่าแนวทางการควบคุมและแก้ไขปัญหาการเกิดโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย ประการสำคัญคือการลดเชื้อโรค ในช่องปาก โดยการทำความสะอาดช่องปาก การควบคุมอาหารโดยเฉพาะอาหารหวาน และส่งเสริมการใช้ฟลูออไรด์รวมถึงการรักษาหากมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งการป้องกันสาเหตุการเกิดโรคนั้น สามารถดำเนินการโดยตรงได้จากผู้ปกครองหรือบุคคลในครอบครัว
ดังนั้นทางกลุ่มงานทันตกรรม โรงพยาบาลสิเกาจึงได้จัดทำโครงการหญิงตั้งครรภ์ฟันสวย ลูกน้อยฟันดี  ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้หญิงตั้งครรภ์สามารถดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเองและลูกได้ถูกต้อง

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและให้ทันตสุขศึกษา
  2. เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้ฝึกทักษะการแปรงฟันแบบลงมือปฏิบัติจริง ย้อมสีฟัน และขัดทำความสะอาดฟัน
  3. เพื่อให้ พ่อแม่/ผู้ดูแลเด็กได้ฝึกแปรงฟันแบบลงมือปฏิบัติและรับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรหลาน
  4. เพื่อให้เด็กอายุ 6เดือน – 2 ปี ได้รับการ ทาฟลูออไรด์วานิช
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1. กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ -หญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและให้ทันตสุขศึกษา -หญิงตั้งครรภ์ได้ฝึกทักษะการแปรงฟันแบบลงมือปฏิบัติจริง ย้อมสีฟัน และขัดทำความสะอาดฟัน
  2. เด็กก่อนวัยเรียน 0-2 ปี -พ่อแม่/ผู้ดูแลเด็กได้ฝึกแปรงฟันแบบลงมือปฏิบัติและรับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรหลาน -เด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี ได้รับการทาฟลูออไรด์วานิช
วิธีดำเนินการ

วิธีดำเนินการ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์
1. สำรวจ จำนวนและรายชื่อประชากร เพื่อเตรียมพร้อมดำเนินโครงการ 2. จัดทำแผนปฏิบัติงาน และประชาสัมพันธ์ 3.ตรวจสุขภาพช่องปาก และให้ทันตสุขศึกษา แก่หญิงตั้งครรภ์ 4.ฝึกทักษะการแปรงฟัน ย้อมสีฟัน และขัดทำความสะอาดฟันแก่หญิงตั้งครรภ์ 5. สรุปผล/รายงานผลการดำเนินโครงการต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลบ่อหิน เด็กก่อนวัยเรียน 0-2 ปี
1. สำรวจ จำนวนและรายชื่อประชากร เพื่อเตรียมพร้อมดำเนินโครงการ 2. จัดทำแผนปฏิบัติงาน และประชาสัมพันธ์ 3.ฝึกทักษะการแปรงฟันแก่พ่อแม่/ผู้ดูแลเด็กได้ฝึกการแปรงฟันแบบลงมือปฏิบัติจริง และเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากแก่บุตรหลาน 4.ทาฟลูออไรด์วานิช ในเด็ก 6 เดือน -2 ปี 5. สรุปผล/รายงานผลการดำเนินโครงการต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลบ่อหิน สถานที่ดำเนินการ
1. กลุ่มหญิงตั้งครรภ์    สถานที่ดำเนินการ คลินิกหญิงตั้งครรภ์โรงพยาบาลสิเกา 2. เด็กก่อนวัยเรียน 0-2 ปี สถานที่ดำเนินการ คลินิกเด็กดีโรงพยาบาลสิเกา

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

กลุ่มหญิงตั้งครรภ์
1. ลดอัตราการเกิดโรคฟันผุและการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 2. กลุ่มหญิงตั้งครรภ์รายใหม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วถูกต้องตามความเหมาะสม 3. กลุ่มหญิงตั้งครรภ์สามารถประเมินสุขภาพช่องปากของตนเองได้ เด็กก่อนวัยเรียน 0-2 ปี
1. ลดอัตราการเกิดโรคฟันผุและการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 2. เด็กก่อนวัยเรียน 0-2 ปี รายใหม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วถูกต้องตามความเหมาะสม