กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

account_balance

แผนงานผู้สูงอายุ ปี 2568 กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครสงขลา

แผนงานผู้สูงอายุ ปี 2568 กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครสงขลา
อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
ประจำปีงบประมาณ 2568

stars
ข้อมูลแผนงาน
ชื่อแผนงาน แผนงานผู้สูงอายุ ปี 2568 กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครสงขลา
ประเด็นแผนงาน แผนงานผู้สูงอายุ
องค์กร กองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครสงขลา
ปีงบประมาณ 2568
stars
สถานการณ์ปัญหา
สถานการณ์ปัญหาแบบสอบถาม
navigate_before 2567 navigate_next
ขนาดปัญหา
1 จำนวนผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน(คน)

 

350.00
2 จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว(คน)

 

350.00
3 จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดกรองแล้วมีภาวะซึมเศร้าและกังวล(คน)

 

4,500.00
4 จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง เช่น ตาต้อ กระจก เป็นต้น (คน)

 

240.00
5 ร้อยละของผู้สูงอายุทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน

 

6 ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง

 

7 ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์)

 

60.00
8 ร้อยละของผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม

 

70.00
9 ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีการบริโภคอาหาร ผัก ผลไม้ปลอดภัย เพื่อสุขภาพอย่างเพียงพอ

 

70.00
10 จำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้มง่าย เป็นต้น

 

30.00
11 จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล (คน)

 

60.00
12 ร้อยละสถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ

 

40.00
13 ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีกลุ่มหรือสังกัดชมรม

 

80.00
14 จำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน (คน)

 

58.00
15 ร้อยละแผนการดูแลรายบุคคล(CP) ที่ได้รับการอนมัติและดูแล

 

100.00

สภาพการณ์ในปัจจุบันปัญหาต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมได้ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากสังคมที่สงบที่มีความโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน กลับกลายเป็นสังคมที่วุ่นวายแก่งแย่งแข่งกัน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตของคนในชุมชนที่เห็นได้ชัดเจนคือกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นวัยที่พ้นจากวัยแรงงานจึงมักถูกทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพัง ผู้สูงอายุหลายคนขาดความสุขทางใจ เกิดเป็นโรคซึมเศร้า ผู้สงอายุจะต้องหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวเมื่อมีอารมณ์เศร้าเกิดขึ้น ควรพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่พึงพอใจเป็นประโยชน์เนื่องจากวัยสูงอายุเป็นวัยที่มีความต้องการแตกต่างไปจากวัยอื่นรวมทั้งปัญหาในด้านสุขภาพที่แตกต่างกัน ร่างกายมีการถดถอยและเสื่อมลงเป็นผลทำให้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆเบียดเบียน สิ่งสำคัญคือการได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบข้างซึ่งมีผลต่อสุขภาพกาย จิตใจ ชมรมผู้สูงอายุ เทศบาลนครสงขลา ได้เล็งเห็นความสำคัญของสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่เป็นชาวบ้านอาศัยอยู่ในชุมชน ในการจัดกิจกรรมต่างๆของชมรมเช่น การดูแลร่างกายที่เสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ เนื่องจากความชราระบบอวัยวะต่างๆ จะทำงานด้อยประสิทธิภาพลง อายุที่เพิ่มมากขึ้น ผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยทางด้านร่างกาย และด้านจิตใจ นำไปสู่ปัญหาทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจของครอบครัว การให้ความรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้สูงอายุเฝ้าระวังในการดูแล การป้องกันสุขภาพของตนเอง ผู้สูงอายุสามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนเกิดโรค เช่น โรคข้อเข่าต่างๆ การป้องกันการหกล้ม ความดัน เบาหวาน เป็นต้น สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือพบปะแลกเปลี่ยนเรียบรู้ ประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตกับเพื่อนในวัยเดียวกัน ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลนครสงขลา จึงได้จัดโครงการชมรมผู้สูงอายุสุขภาพดีขึ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุในชุมชน ได้รับความรู้ และสร้างเสริมทักษะการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัย ให้สมาชิกได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนวัยเดียวกัน
อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความเข้าใจในการสร้างเสริมสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขต่อไป

ปัจจุบัน สังคมไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรครั้งสำคัญ คือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยสัดส่วนจำนวนประชาชนวัยทำงานและวัยเด็กลดลง โครงสร้างประชากรที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสังคมที่เข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดยเมื่อถึงวัยผู้สูงอายุสภาพร่างกายและจิตใจมีการเปลี่ยนแปลง ต้องมีการปรับตัว และที่สำคัญเมื่ออายุมากขึ้นสภาพร่างกายเริ่มเสื่อมถอยลง ปัญหาด้านสุขภาพก็จะตามมา ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีปัญหาในเรื่องการดูแลสุขภาพ โรคเรื้อรัง ได้แก่ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ขาดการออกกำลังกายที่สม่ำเสมออย่างต่อเนื่องและการดูแลสุขภาพจิต มีปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง ให้เลี้ยงดูบุตรหลานตามลำพัง ผู้สูงอายุบางรายอาจเกิดภาวะโรคซึมเศร้าได้ ชมรมผู้สูงอายุศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข มีจำนวนสมาชิก 163 คน จากการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ได้รับการประเมินผ่านเกณฑ์ชมรมผู้สูงอายุระดับดี ผู้สูงอายุมีความพึงพอใจร้อยละ 98 จากข้อมูลผู้สูงอายุของศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุขทั้ง 7 ชุมชน มีจำนวน 1,240 คน เป็นผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้ 1,166 คน คิดเป็นร้อยละ 94.03 ผู้สูงอายุช่วยเหลือตังเองได้บ้างติดบ้าน 57 คน คิดเป็นร้อยละ 4.59 ผู้สูงอายุนอนติดเตียง 17 คน คิดเป็นร้อยละ 1.37 และป่วยเป็นโรคเรื้อรัง จำนวน 574 คน คิดเป็นร้อยละ 46.29 จากข้อมูลดังกล่าวทางชมผู้สูงอายุศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุขเล็งเห็นความสำคัญที่ต้องดูแลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ และด้านสังคมเศรษฐกิจ โดยการรวมกลุ่มเพื่อจัดกิจกรรมของชมรมอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น

ในปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กล่าวตามนิยามของสหประชาชาติ คือเมื่อประเทศใดมี ประชากร อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป เกินร้อยละ ๑๐ หรือ ประชากรอายุ ๖๕ ขึ้นไป เกินร้อยละ ๗ ของประชากรทั้งหมด ถือว่าประเทศนั้นได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์  (Aged Society) ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์    ในปี ๒๕๖8 หรืออีก ๙ ปีข้างหน้า เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมีผลกระทบต่ออัตราส่วนภาระพึ่งพิง หรือภาระโดยรวมที่ ประชากรวัยทำงานจะต้องเลี้ยงดูประชากรวัยสูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น  อาจนำไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงปัญหาในด้านสุขภาพของผู้สูงอายุด้วย เนื่องจากผู้สูงอายุมีภาวะด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลง มีความเสื่อมของร่างกาย อวัยวะต่างๆทั่วไปเริ่มอ่อนแอและเกิดโรคง่าย ภูมิต้านทานโรคน้อยลง รวมถึงมีการ เปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและสังคมเป็นหลัก

ดังนั้นชมรมผู้สูงอายุหน้าค่ายรามคำแหง มีจำนวนสมาชิก 80 คน ผู้สูงอายุมีความพึงพอใจร้อยละ 90 ต้องการให้มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจากการดำเนินงานในปีที่ผ่านๆมาของกลุ่มประชาชนผู้สูอายุ จากข้อมูลดังกล่าวทางชมรมผู้สูงอายุหน้าค่ายรามคำแหง จึงได้ตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพและการดูแลตนเองของผู้สูงอายุในชุมชน ซึ่งมีจำนวนมากที่ยัง ไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง การจัดกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุหน้าค่ายรามคำแหง โดยการจัด ประชุมประจำเดือนของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างหนึ่งเพื่อให้ผู้สูงอายุได้รวมตัวทำกิจกรรม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกันอันเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาความรู้ และอารมณ์ และจิตใจให้ผ่องแผ้วเบิกบาน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลด้านการพัฒนาสังคม คน และคุณภาพชีวิต และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติในยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น


ชมรมผู้สูงอายุชลาทัศน์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2565 โดยการรวมตัวกัน ของกลุ่มผู้สูงอายุในเขตวชิรา ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้สูงอายุมาทำกิจกรรมสร้างเสริม สุขภาพร่วมกัน และเป็นการพัฒนาจิตใจให้ผู้สูงอายุมีความสดชื่นเบิกบาน ซึ่งแนวโน้มของผู้สูงอายุนับวันจะมีจำนวนมากขึ้นอันจะนำมาซึ่งภาวะเสี่ยงและปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะการเจ็บป่วยเรื้อรัง เนื่องจากวัยสูงอายุมีธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงในทางที่เสื่อมลงทั้งทางด้านร่างกายจิตใจและสังคม ทั้งนี้พบว่า ผู้สูงอายุมีสถิติการเกิดโรคมากกว่าวัย อื่นๆ ถึง 4 เท่า ส่วนปัญหาทางด้านจิตใจในผู้สูงอายุที่สำคัญ คือ ภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากการสูญเสียบุคคลใกล้ชิด รวมทั้งการขาด รายได้การเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ในสังคม จึงมีความจำเป็นที่ต้องเตรียมการในการดูแลผู้สูงอายุในด้านการส่งเสริมบทบาททางสังคมและการดูแลสุขภาพเพื่อรองรับการบริการของผู้สูงอายุตามสิทธิ
ชุมชนวชิราซอยคี่ ตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพและการดูแลตนเองของผู้สูงอายุในชุมชนวชิรา ซึ่งมีจำนวนมากที่ยัง ไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง การจัดกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุชลาทัศน์ โดยการจัด ประชุมประจำเดือนของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างหนึ่งเพื่อให้ผู้สูงอายุได้รวมตัวทำกิจกรรม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกันอันเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการพัฒนาความรู้ และอารมณ์ และจิตใจให้ผ่องแผ้วเบิกบาน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลด้านการพัฒนาสังคม คน และคุณภาพชีวิต และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติในยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ และเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี ๒๕๖๗ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมีผลกระทบต่ออัตราส่วนภาระพึ่งพิง หรือภาระโดยรวมที่ประชากรวัยทำงานจะต้องเลี้ยงดูประชากรวัยสูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น อาจนำไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงปัญหาในด้านสุขภาพของผู้สูงอายุด้วย เนื่องจากผู้สูงอายุมีภาวะด้านสุขภาพที่เปลี่ยนแปลง โดยมีความเสื่อมของร่างกาย อวัยวะต่างๆเริ่มอ่อนแอและเกิดโรคง่าย ภูมิต้านทานโรคน้อยลง รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและสังคม
ชมรมผู้สูงอายุศูนย์สุขภาพชุมชนใจกลางเมืองได้ดำเนินการชมรมมาเป็นปีที่ ๘ มีสมาชิกจำนวน ๔0 คน สมาชิกมีความเข้มแข็งในการดำเนินกิจกรรมชมรมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้มีสุขภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่องและป้องกันภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวจึงได้ทำโครงการสูงวัยใส่ใจสุขภาพ ชมรมผู้สูงอายุ ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้สามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระแก่บุตรหลาน

อัตราการเกิดภาวะสมองเสื่อมมีความสัมพันธ์กับการมีอายุที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันพบว่ามีผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นเกือบ 10 ล้านคนในแต่ละปี (WHO, 2019) ภาวะสมองเสื่อมยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้เป็นภาวะที่ต้องดูแลต่อเนื่องและระยะยาว การดูแลที่ยาวนานทำให้ภาระการดูแลของผู้ดูแลรวมทั้งภาระงานด้านบริการของระบบสุขภาพต้องเพิ่มมากขึ้น สูญเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและผู้ดูแลลดลง ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสมองเสื่อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ การดูแลผู้สูงอายุตามแนวทางสบช.โมเดล ตามหลัก 3 อ. 3 ล. (อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย ลดเหล้า ลดบุหรี่ ลดน้ำหนัก) สามารถใช้เป็นแนวทางในการป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ โดยวิธีการปฏิบัติตัวเพื่อชะลอความเสื่อมของเซลประสาท อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะสมองเสื่อมที่สอดคล้องกับแนวทางสบช.โมเดล ประกอบด้วย การเลือกรับประทานอาหารที่บำรุงสมอง การออกกำลังกายหรือการมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้นและเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปที่สมอง การจัดการอารมณ์เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดส่งผลให้หัวใจและระบบไหลเวียนทำงานได้ดีไม่มีการหดเกร็งของหลอดเลือดจากความเครียดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น การหลีกเลี่ยงสารที่จะทำให้เกิดอันตรายแก่สมอง เช่น บุหรี่ และแอลกอฮอล์ เนื่องจากการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ประสาทเร็วขึ้น และการลดน้ำหนักเพื่อรักษาค่าดัชนีมวลกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ  เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยดูแลสมอง  ผู้ดูแลผู้สูงอายุทั้งบุคคลในครอบครัวและอาสาสมัครสาธารณสุขเป็นผู้ที่มีความสำคัญในการการดูแลผู้สูงอายุเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุดูแลป้องกันไม่ให้เกิดภาวะสมองเสื่อม จึงจัดโครงการการดูแลผู้สูงอายุเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม ตามแนวทางสบช.โมเดล ขึ้นซึ่งเป็นการตอบสนองนโยบายโครงการ 1,000 เตียง ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

stars
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ตัวชี้วัดขนาดปัญหาเป้าหมาย 1 ปี
1 เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน

ผู้สูงอายุที่มี ADL น้อยว่า 11 คะแนน มีจำนวนลดลง

300.00
2 เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว

ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง(ADL น้อยว่า 11 คะแนน)ได้รับการจัดบริการดูแลระยาว ลดลง

350.00
3 เพื่อเพิ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้าต้องได้รับการดูแล

จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้าได้รับการดูแล เพิ่มขึ้น

4,500.00
4 เพื่อแก้ปัญหาผู้สูงอายุที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง

จำนวนผู้สูงอายุที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง ลดลง

200.00
5 เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน

ผู้สูงอายุทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ลงลด

6 เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง

ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ลดลง

7 เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ

ผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์) เพิ่มขึ้้น

8 เพื่อลด จำนวนผู้สูงอายุที่ติดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม

ร้อยละของผู้สูงอายุที่ชอบบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม  ลดลง

9 เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีการบริโภคอาหารปลอดภัยและเพียงพอ

ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีการบริโภคอาหาร ผัก ผลไม้ เพื่อสุขภาพอย่างเพียงพอ เพิ่มขึ้น

80.00
10 เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ มีจำนวนลดลง

20.00
11 เพื่อเพิ่มจำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล

จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล เพิ่มขึ้น

65.00
12 เพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ

จำนวน สถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้น

13 เพื่อเพิ่มการเข้าร่วมกลุ่ม/ชมรม ของผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุมีกลุ่มหรือสังกัดชมรม เพิ่มขึ้น

85.00
14 เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน

จำนวนผู้ช่วยเหลือ(CG)ที่มีทักษะการดูและช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน มีจำนวนเพิ่มขึ้น

60.00
15 เพื่อเพิ่มการอนุมัติและนำแผนการดูแลรายบุคคล(CP)ไปปฏิบัติ

แผนการดูแลรายบุคคล(CP) ที่ได้รับการอนมัติและดูแล เพิ่มขึ้น

100.00
stars
แนวทาง/วิธีการสำคัญ
แนวทางวิธีการสำคัญ
1 การพัฒนาศักยภาพและทักษะบุคคล และเจ้าหน้าที่
  • การพัฒนาทักษะผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุติดบ้านและติดเตียง(ADL<11 คะแนน)
  • การพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมการก้าวสู่ “ผู้สูงอายุคุณภาพ”
  • การนำศักยภาพผู้สูงอายุ เช่น การเล่านิทาน การปั้น การทำเครื่องเล่นพื้นบ้าน มาร่วมแก้ปัญหาสุขภาพกลุ่มเด็กและเยาวชน
2 การจัดระบบริการแบบใหม่
  • การพัฒนากิจกรรมและใช้หลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุในมิติความร่วมมือชุมชนและศาสนา
  • การปรับประยุกต์ใช้หลักสูตรด้านอาหารพื้นบ้านและแพทย์แผนไทยหรือประเพณีพื้นบ้าน การละเล่นพื้นบ้านเพื่อดูแลสุขภาพจิต อารมณ์ผู้สูงอายุ
  • การจัดรูปแบบบริการเชิงรุกเพื่อคัดกรองภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรังในผู้สูงอายุ เช่น คัดกรองตาต้อกระจก การมองเห็น เป็นต้น
  • การจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เช่น การใช้ภูมิปัญญาชุมชน ประเพณี เป็นต้น แก่กลุ่มและชมรมผู้สูงอายุ หรือศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
  • การจัดบริการสาธารณสุขดูแลระยะยาวผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงไม่จำกัดสิทธิของผู้สูงอายุ
  • การจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุ(Day care)
3 การพัฒนาระบบและกลไกระบบดูแลผู้สูงอายุ
  • การพัฒนาทักษะแกนนำ อสม.เพื่อดูแลหญิงตั้งครรภ์
  • แกนนำ อสม.เฝ้าระวังสุขภาพและเยี่ยมดูแลผู้สูงอายุ
4 การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
  • การจัดทำระบบข้อมูลสถานการณ์ผู้สูงอายุในชุมชน
  • การร่วมกับชุมชนในการจัดทำแผนสุขภาพและโครงการแก้ไขปัญหาผู้สูงอายุ
5 การพัฒนานโยบายสาธารณะสำหรับผู้สูงอายุ
  • การมีนโยบายของ อปท.เกี่ยวกับการปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเป็นสังคมผู้สูงอายุ(ใช้งบกองทุนสุขภาพตำบลไม่ได้ แต่สามารถเสนอขอรับงบประมาณจากกองทุนฟื้นฟูคนพิการ)
  • การมีนโยบายสร้างความมั่นคงด้านการออมทรัพย์ผ่านกองทุนผู้สุงอายุ ร่วมกับ อปท.เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
paid
งบประมาณที่ตั้งไว้ตามแผนงาน (บาท)
449125.00
stars
โครงการที่ควรดำเนินการ
ชื่อโครงการย่อยประเภทผู้รับผิดชอบงบประมาณที่ตั้งไว้ (บาท)
1 โครงการชมรมผู้สูงอายุสุขภาพดี (ส่งเสริมสุขภาพกายใจวัยเก๋า) ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น ชมรมผู้สูงอายุสุขภาพผู้สูงอายุเทศบาลนครสงขลา 89,900.00
2 โครงการสูงวัยหัวใจรักสุขภาพ ชมรมผู้สูงอายุศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น ชมรมผู้สูงอายุศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข 54,750.00
3 โครงการส่งเสริมผู้สูงอายุหน้าค่ายสูงวัยใส่ใจสุขภาพ ชมรมผู้สูงอายุ (ชมรมหน้าค่ายสูงวัยใส่ใจสุขภาพ) ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น ชมรมผู้สูงอายุ (ชมรมหน้าค่ายสูงวัยใส่ใจสุขภาพ) 50,125.00
4 โครงการชมรมสูงวัย ใส่ใจสุขภาพ ชมรมผู้สูงอายุชลาทัศน์ ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น ชมรมผู้สูงอายุชลาทัศน์ 20,150.00
5 โครงการสูงวัยใส่ใจสุขภาพ ชมรมผู้สูงอายุ เขตศูนย์สุขภาพชุมชนใจกลางเมือง ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น ชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์สุขภาพชุมชนใจกลางเมือง 36,900.00
6 โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การดูแลผู้สูงอายุเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม ตามแนวทางสบช.โมเดล” ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา 36,000.00
7 โรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลนครสงขลา ประเภท 3 สนับสนุนหน่วยงานที่มีหน้ารับผิดชอบเกี่ยวกับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เทศบาลนครสงขลา 161,300.00
stars
โครงการที่ขอการสนับสนุนจากกองทุน
ยังไม่มีโครงการที่ขอการสนับสนุนจากกองทุนของแผนในปีนี้
stars
โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อติดตาม
ปีงบประมาณชื่อติดตามโครงการประเภทองค์กรรับผิดชอบงบประมาณ (บาท)
1 2568 โครงการสูงวัยใส่ใจสุขภาพ ชมรมผู้สูงอายุศูนย์สุขภาพชุมชนใจกลางเมือง ประเภท 2 ชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์สุขภาพชุมชนใจกลางเมือง 28,500.00
2 2568 โครงการชมรมผู้สูงอายุสุขภาพดี (ส่งเสริมสุขภาพกายใจวัยเก๋า) ประเภท 2 ชมรมผู้สูงอายุสุขภาพผู้สูงอายุเทศบาลนครสงขลา 45,100.00
3 2568 โครงการสูงวัยหัวใจรักสุขภาพ ชมรมผู้สูงอายุศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข ประเภท 2 ชมรมผู้สูงอายุศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข 51,250.00
4 2568 โครงการส่งเสริมผู้สูงอายุหน้าค่ายสูงวัยใส่ใจสุขภาพ (ชมรมหน้าค่ายสูงวัยใส่ใจสุขภาพ) ศูนย์สุขภาพชุมชนกุโบร์รวมใจ ประจำปีงบประมาณ 2568 ประเภท 2 ชมรมผู้สูงอายุหน้าค่ายรามคำแหง (ชมรมหน้าค่ายสูงวัยใส่ใจสุขภาพ) 23,900.00
5 2568 โครงการชมรมสูงวัย ใส่ใจสุขภาพ (ต่อเนื่อง) ศูนย์สุขภาพชุมชนชลาทัศน์ ประจำปีงบประมาณ 2568 ประเภท 2 ชุมชน วชิราซอยคี่ ชมรมผู้สูงอายุชลาทัศน์ 16,500.00
6 2568 โครงการโรงเรียนผู้สูงอายุ เทศบาลนครสงขลา ประจำปีงบประมาณ 2568 ประเภท 3 ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เทศบาลนครสงขลา 163,100.00
7 2568 โครงการส่งเสริมสุขภาพ “การดูแลผู้สูงอายุเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม ตามแนวทางสบช.โมเดล” ประเภท 1 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา 27,800.00
8 2568 โครงการส่งเสริมสุขภาพข้อเข่าด้วยธาราบำบัด ประจำปีงบประมาณ 2568 ประเภท 3 ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เทศบาลนครสงขลา 60,700.00
รวม 416,850.00