โครงการคนปิยามุมัง ปรับเปลี่ยนตัวทัน ป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปี 2564
โครงการคนปิยามุมัง ปรับเปลี่ยนตัวทัน ป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปี 2564
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการคนปิยามุมัง ปรับเปลี่ยนตัวทัน ป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปี 2564 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปิยามุมัง | |
| วันที่อนุมัติ | 29 มีนาคม 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2563 - 30 กันยายน 2564 | |
| งบประมาณ | 27,139.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ||
| พื้นที่ดำเนินการ | จังหวัดปัตตานี |
- ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 36.85
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 11.93
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและถือว่าเป็น "ภัยเงียบ"เพราะเป็นโรคที่ไม่ปรากฏอาการและเป็นสาเหตุของโรคแทรกซ้อนในอวัยวะสำคัญหลายระบบของร่างกายเช่นตาไตหลอดเลือด หัวใจ และสมอง ในประเทศไทยนั้น อุบัติการณ์โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ในแต่ละปีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโรคที่จำเป็นต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง และยาวนานมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่สูงมากตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ได้กำหนดให้ประชากรที่มีอายุ35ปีขึ้นไป ต้องได้รับบริการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตตามมาตรฐานเพื่อป้องกันการเกิดโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงก็เป็นโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสำคัญอันดับหนึ่งของตำบลปิยามุมัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ปี 2561-2563 อำเภอยะหริ่ง มีการคัดกรองเบาหวานในกลุ่มประชากรทั่วไปอายุ 35 ปีขึ้นไป ร้อยละ 96.20 , 96.18, และ 94.48 ตามลำดับ พบกลุ่มเสี่ยงมีแนวโน้มสูงขึ้น ร้อยละ 15.20 , 12.22 และ 16.44สำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้รับการตรวจน้ำตาล HbA1c ร้อยละ 24.32 , 39.69 และ 44.83 ควบคุมน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 4.34 , 6.76 และ 2.71 (เกณฑ์ร้อยละ 40)ในส่วนของการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงประชากรในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป คัดกรองได้ร้อยละ 96.78 , 96.17 และ 95.15 ตามลำดับ พบกลุ่มเสี่ยงมีแนวโน้มลดลง คิดเป็นร้อยละ 28.38ร้อยละ 21.68ร้อยละ 6.65 กลุ่มสงสัยป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้น ร้อยละ 4.85 , 3.68 และ 4.02ความดันโลหิตสูงได้รับการวัดความดันฯ 2 ครั้งขึ้นไป ร้อยละ 40.78 , 66.46 และ 43.15 สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดีร้อยละ 14.41, 41.18 และ 23.29 (เกณฑ์ร้อยละ 50)จากสถานการณ์ข้างต้น จึงเห็นได้ว่า แนวโน้มของประชากรที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และสงสัยป่วยมีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมถึงการควบคุมรักษาโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานก็ยังเป็นปัญหาหลักๆที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ บวกกับขนบธรรมเนียมประเพณี การรับประทานอาหารของประชาชนในอำเภอยะหริ่ง ซึ่งค่อนข้างเป็นชุมชนเมือง ประชาชนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุวัยทำงาน มักซื้ออาหารนอกบ้านรับประทาน รวมถึงซื้อฝากผู้สูงอายุที่อยู่ในความดูแลด้วยบวกกับพื้นที่ของอำเภอยะหริ่งติดทะเล การประกอบอาชีพก็เป็นชาวประมง และการทำอาหารแห้ง ซึ่งรสชาติอาหารเน้นหนักไปในเรื่องของความเค็ม ดังนั้น ทีมสุขภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปิยามุมัง ตำบลปิยามุมัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานีตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ “คนปิยามุมัง ปรับเปลี่ยนตัวทัน ป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปี 2564” ขึ้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงสูง มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสามารถดูแลสุขภาพตนเอง เลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี ลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง/เบาหวาน ส่วนในรายที่สงสัยป่วยใหม่ได้รับการส่งต่อ เพื่อการรักษาอย่างต่อเนื่องและช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
- กิจกรรมที่ 1. จัดประชุมชี้แจงโครงการโดย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำรพ.สต.และ อสม. โดยแจ้งรายชื่อกลุ่มเป้าหมายพร้อมจัดทำแผนการออกปฏิบัติงานเชิงรุกในการดำเนินการ
- กิจกรรมที่ 2. จัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงปฏิบัติการแก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อให้มีความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน และแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง เพื่อให้ อสม.สามารถเป็นครูพี่เลี้ยงที่มีคุณภาพแก่ประชาชนกลุ่มเสี
- กิจกรรมที่ ๕ กิจกรรมข้อตกลงและถอดบทเรียน
- กิจกรรมที่ 3.จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำรพ.สต.
- กิจกรรมที่ 4. ติดตามกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหลังจากเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยอาสาสมัครประจำหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอวและประเมิน
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสมและยั่งยืนตามบริบทลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มสงสัยป่วยรายใหม่ได้รับการส่งต่อทันที