โครงการเฝ้าระวังผู้สัมผัสสารเคมีกำจัดแมลงในตำบลปันแต
โครงการเฝ้าระวังผู้สัมผัสสารเคมีกำจัดแมลงในตำบลปันแต
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเฝ้าระวังผู้สัมผัสสารเคมีกำจัดแมลงในตำบลปันแต | |
| รหัสโครงการ | 64-L3321-1-12 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต | |
| วันที่อนุมัติ | 24 กุมภาพันธ์ 2564 | |
| ปี | 2564 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2564 - 31 สิงหาคม 2564 | |
| งบประมาณ | 15,780.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายประดับวุฒิ ณ นิโรจน์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | พื้นที่หมู่ที่ 1 - 13 ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง |
- จำนวนผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย ขนาด 49.17
- จำนวนของเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน) ขนาด 33.34
ตำบลปันแต เป็นตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรมโดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตร ซึ่งประกอบไปด้วย การทำนาปี ทำสวนยางพารา พืชล้มลุกทางการเกษตรอีกหลายชนิด ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืชจึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรง และสูง ในปีงบประมาณ 2563 ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต ได้มีการเจาะเลือดเกษตรกลุ่มเสี่ยง เจาะเลือดเกษตรกรโดยใช้กระดาษ Reactive paper ครั้งที่ ๑ พบว่า ปกติ ร้อยละ 1.75 ปลอดภัย ร้อยละ 15.79 เสี่ยง ร้อยละ 49.12 และไม่ปลอดภัย ร้อยละ 33.34 กรณีพบว่า เสี่ยงและไม่ปลอดภัยในครั้งที่ ๑ เจาะเลือดเกษตรกรโดยใช้กระดาษ Reactive paper ครั้งที่ ๒ พบว่า ปลอดภัย ร้อยละ 29.62 เสี่ยง ร้อยละ 44.45 และไม่ปลอดภัย ร้อยละ 25.93 นอกจากเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงมีการศึกษาอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างกว้างขวาง และพบว่า สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเหล่านี้สามารถถูกสะสมในร่างกายมนุษย์ได้เป็นเวลานาน ผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ การดูดซึมทางผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ และการรับประทาน จึงได้มีเฝ้าระวังในกลุ่มผู้บริโภค โดยการเจาะสารเคมีในเลือดให้กลุ่มดังกล่าว โดยใช้กระดาษ Reactive paper ครั้งที่ ๑ พบว่า ปกติ ร้อยละ 2.01 ปลอดภัย ร้อยละ 10.70 เสี่ยง ร้อยละ 41.14 และไม่ปลอดภัย ร้อยละ 46.15 กรณีพบว่า เสี่ยงและไม่ปลอดภัยในครั้งที่ ๑ เจาะเลือดเกษตรกรโดยใช้กระดาษ Reactive paper ครั้งที่ ๒ พบว่า ปกติ ร้อยละ ๐ ปลอดภัย ร้อยละ 29.63 เสี่ยง ร้อยละ 44.44 และไม่ปลอดภัย ร้อยละ 25.93 กลุ่มเสี่ยงที่มาเจาะเลือดครั้งที่ ๒ มีผลเลือดเท่าเดิม ร้อยละ 44.44 ดีขึ้น ร้อยละ 44.44 แย่ลง ร้อยละ 11.12 จะเห็นได้ว่า ผู้สัมผัสสารเคมีกำจัดแมลงนั้นมีสารเคมีในเลือดอยู่ในกลุ่มที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลข้างต้นสถานการณ์สารเคมีตกค้างในเลือดทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคแสดงถึงความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากการปนเปื้อนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในผลผลิตทางการเกษตร
- 1. เพื่อเฝ้าระวังสภาวะสุขภาพจากสารเคมี ในประชาชนกลุ่มเสี่ยงอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป
- เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ที่มีระดับสารเคมีในเลือดระดับไม่ปลอดภัยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- กิจกรรมตรวจสารเคมีตกค้างในปะชาชน อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป
- กิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- เตรียมข้อมูลสถานะสุขภาพ กลุ่มเป้าหมายในการคัดกรอง ประชาชนกลุ่มเสี่ยง อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป
2 สำรวจความต้องการคัดกรองของกลุ่มเป้าหมาย
3 ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายทราบ พร้อมนัด วัน ตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเสี่ยง
4 เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองการตรวจเลือด โดยใช้กระดาษทดสอบเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรส
5 ดำเนินการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในกลุ่มเสี่ยง
6 จำแนกประชาชนที่ผลการตรวจพบระดับสารเคมีในเลือด ออกเป็น ๔ ระดับประกอบด้วยระดับไม่ปลอดภัย ระดับเสี่ยง ระดับปลอดภัย ระดับปกติ
7 แจ้งผลการตรวจหาสารเคมีในเลือด ให้คำแนะนำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมี ของเกษตรกร การเลือกบริโภคผักปลอดสารพิษ การล้างผักและผลไม้สดอย่างถูกวิธี 8 ประชาชนที่ผลการตรวจพบระดับสารเคมีในเลือด ระดับไม่ปลอดภัยและเสี่ยง แนะนำเข้าสู่กระบวนการขับสารพิษ ๒ วิธีคือ การอบสมุนไพร และการรับประทานชาชงรางจืด
9 ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีระดับสารเคมีตกค้างในเกณฑ์ปกติและปลอดภัย 2.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีพฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง