กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายในชุมชนด้วยบาสโลป

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายในชุมชนด้วยบาสโลป
รหัสโครงการ 64-L3360-2-15
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านหูแร่
วันที่อนุมัติ 10 มีนาคม 2564
ปี 2564
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 เมษายน 2564 - 30 กันยายน 2564
งบประมาณ 24,740.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ ประธานชมรม อสม.รพ.สต.บ้านหูแร่(นางสลิลทิพย์ นิลแก้ว)
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลร่มเมือง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานกิจกรรมทางกาย
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน) ขนาด 10.01
  2. ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 54.77
  3. ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 62.33
  4. ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน ขนาด 80.00
  5. ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน ขนาด 67.59
  6. ร้อยละของเวลาในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีการเรียนการสอนและการเล่นแบบกระฉับกระเฉง (Active play Active learning) ขนาด 66.66
  7. ร้อยละหน่วยงาน สถานประกอบการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายเช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน ขนาด 87.50

การเปลี่ยนแปลงทางสังคมไปตามกระแสโลกาภิวัฒน์จากสภาพสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคม อุตสาหกรรม เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสภาพแวดล้อม ทำให้หลายคนมองข้ามการออกกำลังกายหลายคนอ้างว่าไม่มีเวลา บางคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงอิริยาบถในชีวิตประจำวันไม่เป็นการออกกำลังกาย จึงเป็นเหตุให้สุขภาพอ่อนแอลงและอาจประสบกับปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน โรคมะเร็ง ความเครียด ภาวะปวดเมื่อยจากการทำงาน ฯลฯ และเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยโรคเรื้อรังขาดรายได้ในการครองชีพซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ในชุมชน       จากการเก็บข้อมูลในหมู่บ้านที่รับผิดชอบ ของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหูแร่ ปี 2562- 2563 มีประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป – 60 ปี จำนวน 568 คน ได้รับการออกกำลังกายตามรูปแบบ  จำนวน 120  คน  ร้อยละ 21.12 และ มีภาวะเจ็บป่วยด้วยโรคปวดเมื่อยในวัยทำงานและวัยผู้สูงวัย จำนวน 121  คน ร้อยละ 21.30  จากการเก็บข้อมูลผู้รับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหูแร่       ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหูแร่ ตำบลร่มเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง จึงเล็งเห็นความสำคัญปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบจึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายในชุมชนด้วยบาสโลป ให้กับประชาชนที่มีอายุ15 ปีขึ้นไปในพื้นที่ เพื่อได้ออกกำลังกายตามรูปแบบทางกายเพียงพอ โดยการมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ เพื่อลดปัญหาความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน โรคมะเร็ง ความเครียด ภาวะปวดเมื่อยจากการทำงาน ฯลฯ พร้อมสร้างเครือข่ายการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องในชุมชน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในเด็กและวัยรุ่น
  2. เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่
  3. เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ
  4. เพิ่มพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
  5. เพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน
  6. เพิ่มการเรียนการสอนในลักษณะ Active learning และ Active play ในโรงเรียนและศูฯย์เด็กเล็ก
  7. เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายในสถานที่ทำงาน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมที่ 1กิจกรรมให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายรูปแบบทางกาย
  2. กิจกรรมที่ 2การออกกำลังกายในหมู่บ้าน โดยรูปแบบการเต้นบาสโลป
วิธีดำเนินการ

จัดทำแผนและขออนุมัติจัดทำโครงการฯ และขอความร่วมมือในการดำเนินงานบุคลากรด้านสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    2. ประชุม ชี้แจง คณะกรรมการ/คณะทำงานในการจัดทำโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายในชุมชนด้วยบาสโลป
    3. เสนอขออนุมัติโครงการต่อประธานกองทุน ฯ     4. เตรียมข้อมูลประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป คณะทำงานออกกำลังกาย เอกสาร และวัสดุอุปกรณ์ในการจัดอบรมโครงการฯ
    5. ติดต่อประสานงานวิทยากร
    6. จัดการอบรมให้ความรู้การออกำลังกายรูปแบบทางกายแบบบาสโลป     7. ดำเนินกิจกรรมในการรณรงค์พฤติกรรมการออกกำลังกายในหมู่บ้าน     8. จัดกิจกรรมการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติงานขมรมออกกำลังกาย
    9. นิเทศติดตาม/ประเมินผล ปีละ ๒ ครั้ง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ เรื่องการออกกำลังกายรูปแบบทางกายร้อยละ 85 2. ประชาชนที่มีสุขภาพจิตที่ดี เกิดเป็นกลุ่มสังคมแห่งความสุข 3. ประชาชนในพื้นที่มีภาวะเจ็บป่วยจากการปวดเมื่อยลดลงจากปีที่ผ่านมา