โครงการส่งเสริมการขยับเท่ากับออกกำลังกาย อบต.ท่าบอน
โครงการส่งเสริมการขยับเท่ากับออกกำลังกาย อบต.ท่าบอน
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการขยับเท่ากับออกกำลังกาย อบต.ท่าบอน | |
| รหัสโครงการ | 2565-L5221-1-08 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม | |
| วันที่อนุมัติ | 24 กุมภาพันธ์ 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2565 - 30 พฤศจิกายน 2565 | |
| งบประมาณ | 10,750.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายทนงค์ศักดิ์ ภักดีไพบูลย์สกุล | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลท่าบอน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา |
- ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 28.00
- ร้อยละหน่วยงาน สถานประกอบการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายเช่น การออกกำลังกาย การมีการเคลื่อนไหวระหว่างการทำงาน ขนาด 10.00
การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การทำงาน การเรียน และการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง แต่จากข้อมูลของ กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง รายงานผลทบทวน ผลกระทบจากการระบาด ของโรคโควิด 19 ต่อการมีกิจกรรมทางกาย พบว่า ประชากรไทย ส่วนใหญ่มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 66.3 ในปี พ.ศ. 2555 เป็น ร้อยละ 74.6 ในปี พ.ศ. 2562 ก่อนจะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 คนไทยมีกิจกรรมทางกาย 74.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับ 5-6 ปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 50-60 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อโควิดระบาด ทำให้มีข้อจำกัดมากขึ้น คนไทยขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวน้อยลงเหลือเพียง 55 เปอร์เซ็นต์ ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป อาจทำให้คนไทยสุขภาพไม่ดีในระยะยาว เสี่ยงเป็นโรค NCDs เพิ่มขึ้น แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมีความรู้ความเข้าใจว่าการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง สร้างภูมิต้านทานโรคได้และข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ดำเนินการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ โดยการสำรวจความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ในกลุ่มวัยทำงานอายุระหว่าง 15 - 59 ปี เรื่อง พฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ดำเนินการครอบคลุมพื้นที่ 13เขตสุขภาพ และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุข 76 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2564ผลการสำรวจ พบว่า ประชาชนวัยทำงานส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ไม่ถูกต้องต่อการออกกำลังกายสูงสุด คือ เรื่อง ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกาย เมื่อเหนื่อยจากการทำงานแล้ว ตอบว่า เห็นด้วยเฉลี่ย 29.3 % รองลงมา คือการออกกำลังกายหรือไม่ออกกำลังกายก็ส่งผลต่อสุขภาพไม่ต่างกันตอบว่าเห็นด้วย 24.9 %ในด้านความรู้ความเข้าใจพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจ ในระดับดีมาก
องค์การบริหารส่วนตำบลท่าบอน ให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญา ส่งเสริมให้มีการออกกำลังกายในวัยทำงาน ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาสุขภาพ ทำให้ร่างกายสดชื่นแจ่มใส การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การส่งเสริมกีฬาและสุขภาพเป็นภารกิจหน้าที่ประการหนึ่งตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มาตรา 16(10) พัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก สตรี คนชราและผู้ด้อยโอกาส (19) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล ประกอบกับพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 7 พ.ศ.2562 มาตรา 67 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ต้องทำในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ตาม(3) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมองค์การบริหารส่วนตำบลท่าบอน เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพของพนักงาน จึงจัดทำโครงการส่งเสริมการขยับเท่ากับออกกำลังกาย อบต.ท่าบอน ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มวัยทำงานมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคหรือลดความรุนแรงของโรคที่เป็นอยู่ สุขภาพจิตดี สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ
- เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่
- เพิ่มการมีกิจกรรมทางกายในสถานที่ทำงาน
- เตรียมการดำเนินโครงการ
- ขยับร่างกายลดอาการเมื่อยล้าจากการนั่งทำงาน(Office Syndrome)
- ขยับร่างกายสร้างสุขภาพกายแข็งแรง และจิตที่สดใส
- ออกกำลังกายต่อเนื่องที่บ้านเพื่อสุขภาพที่ดี
- ขยับร่างกายด้วยกิจกรรมการพัฒนา
1.ผู้บริหาร และพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลท่าบอนตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย 2.ผู้บริหาร และพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลท่าบอนมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ 3.ผู้บริหาร และพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลท่าบอนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดี