โครงการควบคุมและป้องกันโรคระบาดในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
| ชื่อโครงการ | โครงการควบคุมและป้องกันโรคระบาดในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 65-L1536-3-001 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 3 สนับสนุนหน่วยงานที่มีหน้ารับผิดชอบเกี่ยวกับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานสาธารณสุขอื่นของ อปท. เช่น กองสาธารณสุขของเทศบาล |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล์กองค์การบริหารส่วนตำบลปากแจ่ม |
| วันที่อนุมัติ | 30 ธันวาคม 2564 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2564 - 30 กันยายน 2565 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 กันยายน 2565 |
| งบประมาณ | 47,120.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล์กองค์การบริหารส่วนตำบลปากแจ่ม |
| พี่เลี้ยงโครงการ | คณะกรรมการกองทุน สปสช.อบต.ปากแจ่ม |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.737,99.724place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | 108 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
จตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563และตามมติคณะรัฐมนตรีได้ขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ออกไปถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 เว็บไซด์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ที่ 15/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ประกาศระบุว่าตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 14 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 นั้น สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดถึง 23 จังหวัด เนื่องจากมีการติดเชื้อแบบกลุ่มใหม่ ๆ ในการระบาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระบบสาธารณสุขที่ให้บริการรักษาเข้าสู่ภาวะวิกฤตในการให้การดูแลผู้ป่วย ทั้งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นบุคลากรและสถานที่ที่ให้การรักษามีอัตราครองเตียงสูงมากยิ่งขึ้น มีผลกระทบขยายวงกว้างไปยังทุกจังหวัดในประเทศ ซึ่งจังหวัดตรังอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ยังมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง
ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0816.4/ว 5902 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2564 เรื่อง มาตรการดำเนินการเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดดำเนินการตามมาตรการดำเนินการเปิดศูนย์ฯ โดยจัดเตรียมอุปกรณ์ตรวจเชื้อ Antigen Test Kit (ATK) ให้เพียงพอต่อความต้องการของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผู้ปกครอง และบุคคลในครอบครัวของเด็กเล็ก ซึ่งผู้ปกครองและบุคคลในครอบครัวของเด็กเล็กทุกคนต้องได้รับ การตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ด้วย Antigen Test Kit (ATK) ก่อนเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กไม่เกิน 7 วันบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ฯ ทุกคน ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อฯด้วย ATK ในวันแรกที่เปิดศูนย์ฯ และกรณีอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้ตรวจหาเชื้อทุก 2 สัปดาห์
ดังนั้น แนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขเพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรณีเปิดสถานประกอบกิจการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID Free Setting) สำหรับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 2. แนวปฏิบัติด้านผู้ให้บริการ (COVID-FREE Personal) ข้อ 2.3 การตรวจคัดกรองเชื้อ (3) บุคลากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุม (สีแดงและสีส้ม) หากไม่ได้รับวัคซีนครบ ตามเกณฑ์ ให้ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยการตรวจแบบ ATK ทุก 2 สัปดาห์ สำหรับแนวปฏิบัติด้านผู้รับบริการ (COVID-FREE Customer) 3.1 การเฝ้าระวังและป้องกันโรค (2) เด็กปฐมวัย หรือสมาชิกทุกคนในครอบครัว ต้องได้รับการตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ครบ 100% ก่อนเปิดไม่เกิน 7 วัน (อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพ) 3.3 การตรวจคัดกรองเชื้อ (1) การตรวจ ATK ของครอบครัวและเด็กปฐมวัย ใช้หลักเกณฑ์ ข) เด็กปฐมวัยหรือสมาชิกทุกคนในครอบครัว ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุม (สีแดงและสีส้ม) หากไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ให้ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยการตรวจแบบ ATK ทุก 2 สัปดาห์ หรือเมื่อมีอาการ
ด้วยเหตุนี้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลปากแจ่ม จึงต้องจัดหาอุปกรณ์การตรวจเชื้อ Antigen Test Kit (ATK) ให้เพียงพอต่อความต้องการของครูผู้ดูแลเด็ก เด็กนักเรียน ผู้ปกครองและบุคคลในครอบครัวของเด็กเล็ก และผู้ประกอบอาหาร
เป้าหมาย ครูผู้ดูแลเด็ก เด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้ประกอบอาหารในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลปากแจ่ม จำนวน 108 คน
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี |
|---|
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
วิธีดำเนินการ
1. จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติ
2. จัดประชุมคณะทำงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง
3. ดำเนินโครงการตามรายละเอียดของกิจกรรม
3.1 จัดหาอุปกรณ์การตรวจเชื้อ Antigen Test Kit (ATK)
3.2 จัดทำทะเบียนผู้รับการคัดกรองประกอบด้วยข้อมูล ชื่อ สกุล เลขบัตรประชาชน วันที่ตรวจ (เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบภายหลัง)
4. ประเมินผลการดำเนินงานและรายงานผล
งบประมาณจัดหาอุปกรณ์การตรวจเชื้อ Antigen Test Kit (ATK)
- ชุดตรวจ ATK ที่ได้รับรองจาก อย. สำหรับเด็ก จำนวน 164 ชุดๆละ 80 บาท
- ชุดตรวจ ATK ที่ได้รับรองจาก อย. สำหรับผู้ใหญ่ จำนวน 268 ชุดๆละ 100 บาท
- หน้ากากอนามัย N95 จำนวน 4 กล่องๆละ 1,700 บาท
- ถุงมือยาง จำนวน 2 กล่องๆละ 200 บาท
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ครูผู้ดูแลเด็ก เด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้ประกอบการอาหารมีการตรวจคัดกรองเชิงรุก ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค หากผลการตรวจเป็นบวกสามารถประสานการส่งต่อได้อย่างทันท่วงที
2. ครูผู้ดูแลเด็ก เด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้ประกอบการอาหารสร้างพฤติกรรมใหม่ตามหลัก New Normal และ DMHTT
ง
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2565 16:33 น.