โครงการค้นหาป้องกันความเสี่ยงของเกษตรกรตำบลนาทอน
| ชื่อโครงการ | โครงการค้นหาป้องกันความเสี่ยงของเกษตรกรตำบลนาทอน |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 60-L5294-1-02 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพสตวังตง |
| วันที่อนุมัติ | 2 พฤษภาคม 2560 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2560 - 30 กันยายน 2560 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 67,450.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายประพันธ์ สันมาหมีน |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.032,99.743place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ |
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
จากการประกอบอาชีพการเกษตรกรรม ซึ่งพบว่า การประสบปัญหาเรื่องสารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช วัชพืช สฃล้วนมีอันตรายโดยเฉียบพลัน และมีการสะสมของสารเคมีในกระแสเลือด เนื่องจากขาดความรู้ขาดความตระหนัก ขาดความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้บริโภค ซึ่งส่วนมากมักจะปลูกพืชผักเพื่อการค้าขาย ทั้งขายส่ง หรือขายปลีก บางส่วนก็ใช้บริโภคเอง เมื่อมีการสะสมของสารก่อมะเร็ง หรือสารพิษในร่างกาย อย่างต่อเนื่องย่อมจะทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนระบบต่างๆในร่างกาย ไปทุกเวลาจนวันหนึ่งจะส่งผลต่อชีวิตของเขาเอง ถึงแม้จะไม่มีระเบียบข้อบังคับในเรื่องการใช้สารที่ได้จากพืชหรือสารที่ผลิตจากภูมิปัญญาชาวบ้านมาแทนการใช้สารเคมีเช่นสะเดา ดาวเรือง แต่ในท้อถิ่นส่วนน้อยที่จะทำการจัดทำหรือเตรียมสิ่งเหล่านี้มาใช้แทนสารเคมี ซึ่งอาจจะเกิดจากความต้องการอย่างจำกัดของระยะเวลา ความต้องการของตลาด เพื่อให้เกิดความทันต่อเหตุการณ์เหล่านี้ ซึ่งมีผลการกระทบต่อรายได้ ต้นทุน อย่างแน่นอน เมื่อมีศัตรูพืชมารบกวน หรือการระบาดของแมลงศัตรูพืช จึงต้องการความเด็ดขาด เพราะอายุของพืชเกือบทุกชนิดมีเวลาสั้นๆ และเกษตรที่ปลูกพืชหลายชนิดอาจจจะต้องขาดทุน นอกจากอาศันธรรมชาติแล้ว ยังไม่มีข้อบังคับในเรื่องความปลอดภัยในการใช้สารเคมี ดังนั้นการดำเนินการต้องอาศัยความรู้และปรับเปลี่ยนความคิดในการเพาะปลูกที่ปลอดสารเคมี หรือใช้สารเคมีน้อยที่สุดและการกำกับดูแลให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลด้านความปลอดภัยในการทำงานของเกษตรกร กระทรวงสาธารณสุขได้ทำหน้าที่ของผู้รับผิดชอบด้านอาชีวอนามัย ร่วมกับการใช้แนวทางที่เป็นภูมิปัญญาของเกษจรกรเอง โดยการประสานจากหน่วยราชการอื่นๆ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพานิชย์ การประชาสัมพันธ์ และการให้ประชาชนได้มีความรู้ในเรื่องอาหารปลอดภัยด้วย โดยเฉพาะการเลือกซื้อพืชผักปลอดสารพิษ เพื่อลดอันตรายจากสารเคมีดังกล่าวข้างต้น
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อลดความสี่ยงในการเพาะปลูกพืชผักที่่ไม่ปลอดภัยและเพิ่มพฤติกรรมที่ให้ความปลอดภัยในเกษตรกรเองและผู้บริโภค 1 เสริมสร้างความรู้ ทัศนคติและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 2 ลดความเสี่ยงภัยต่อสารเคมี ที่สัมผัสตลอดจนถึงการบริโภค |
||
| 2 | เพื่อค้นหากลุ่มเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่มีีสารเคมีสะสมในร่างกาย ค้นหาผู้ที่ใช้สารเคมีและผู้บริโภคที่สะสมร่างกาย |
||
| 3 | เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงหรือพบสารเคมีในร่างกายได้รับการรักษาพยาบาลก่อนที่จะแสดงอาการของโรคที่เกิดจากสารเคมี 1 เมื่อพบผู้มีภาวะเสี่ยงจะได้เฝ้าระวังตัวเข้ารับการรักษา 2 ให้เปลี่ยนการใช้สารเคมีมาใช้สารธรรมชาติที่มีปลอดภัย |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
1 ฝึกอบรมความรู้แกนนำสุขภาพ เกษตรในพื้นที่ รวมถึงผู้บริโภคตำบลนาทอน
2 สำรวจข้อมูลเกษตรกรและผู้บริโภคในตำบลนาทอนโดยแกนนำที่ผ่านการอบรม
3 นัดหมายการเจาะโลหิตเพื่อตรวจสามรเคมีในร่างกายในพื้นที่ทุกหมู่บ้าน
4 จัดทำยะเบียนสรุปผลการสำรวจสารเคมีในร่างกายทุกคนแจ้งข้อมูลกลับทุกราย โดยแยกเป็นเกษตรกรและผู้บริโภค
5 ดำเนินการให้ความรู้กลุ่มเสี่ยง ส่งเสริมให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวปก่ผู้สัมผัสสารเคมีในร่างกายและส่งต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในรายที่ผลสารตกค้างในร่างกายและติดตามผล
1 สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงของเกษตรกรและผู้บริดภคจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้
2 สามารถติดตามและเฝ้าระวังเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้รับการดุแลสุขภาพและปริมาณเพิ่มมากขึ้น
3 สามารถลดอันตรายจากสารเคมีปนเปื้อนในอาหารได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2560 14:36 น.