โครงการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19)ด้วยชุดตรวจ Antigen Test kit (ATK) ต่อเนื่อง
| ชื่อโครงการ | โครงการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19)ด้วยชุดตรวจ Antigen Test kit (ATK) ต่อเนื่อง |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 65-L 1536-5-001 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | องค์การบริหารส่วนตำบลปากแจ่ม |
| วันที่อนุมัติ | 8 กุมภาพันธ์ 2565 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2565 - 30 กันยายน 2565 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 28,800.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | องค์การบริหารส่วนตำบลปากแจ่ม |
| พี่เลี้ยงโครงการ | สำนักงานเลขานุการกองทุน /คณะกรรมการกองทุนฯ |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.737,99.724place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ |
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 26 มีนาคม 2563 และมติคณะรัฐมนตรีได้ขยาย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ราชอาณาจักรออกไปถึง 30 กันยายน 2564 และในปี 2564 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ที่ 11/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ประกาศระบุว่าตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 13 จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2564 นั้น สถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ และมีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระบบสาธารณสุขที่ให้บริการรักษาเข้าสู่ภาวะวิกฤตในการให้การดูแลผู้ป่วย ทั้งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นบุคลากรและสถานที่ที่ให้การรักษามีอัตราครองเตียงสูงมากยิ่งขึ้น มีผลกระทบขยายวงกว้างไปยังทุกจังหวัดในประเทศ ซึ่งจังหวัดตรังยังคงมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเพื่อเป็นการร่วมมือหยุดการแพร่ระบาด เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาเชิงรุกและการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งมาจากการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องของบุคคลทั่วไปและผู้ที่มีสุขภาพอ่อนแอ โดยมีภาวะโรคประจำตัวที่มีความสูงใน 7 กลุ่มโรค เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองและโรคทางเดินหายใจ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดเสี่ยงสูง หรือผู้สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ตามนิยามผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงต้องกำหนดมาตรการควบคุมป้องกัน ตามหลัก New Normal และ DMHTT อย่างเข้มงวดเพียงพอต่อควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้จากข้อมูลการแพร่ระบาดในปัจจุบัน ผู้ติดเชื้อโควิด 19 ของตำบลปากแจ่ม มีทั้งผู้ติดเชื้อ ที่อยู่ในขั้นตอนการรักษา และหายดีกลับบ้านได้แล้วรวมทั้งมีมาตรการกักตัวเพื่อระวังในสถานที่กลาง ที่จัดตั้งขึ้น (Local Quarantine) รวมถึงที่กักตัวที่พักอาศัยของผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่แพร่ระบาดเสี่ยงสูง หรือผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อสูง ซึ่งมีการคัดกรองโดยทีมสอบสวนโรค Home Quarantine ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์การบริหารส่วนตำบลปากแจ่ม ได้มีความร่วมมือกับหน่วยบริการ ในพื้นที่โดยมีความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์พักคอย Community Isolation และ Home Isolation เพื่อรองรับกับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง รวมถึงประสานการส่งต่อการตรวจยืนยัน RT-PCR กรณีที่มีการตรวจคัดกรองขั้นต้นด้วยชุดตรวจ Antigen Test kit (ATK ) ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาและรักษาผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งการใช้ ATK ในการคัดกรองเป็นที่ยอมรับว่าให้ผลดีและรวดเร็ว โดยดำเนินการตามมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดแนวทางในการตรวจและควบคุมโรคนี้ ในการนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและองค์การเภสัชกรรมร่วมกันจัดหาชุด ATK เพื่อให้หน่วยงานสาธารณสุขนำไปให้ประชาชนในการตรวจคัดกรองตนเองและตรวจเชิงรุกเพิ่มมากขึ้น แต่ยังอยู่ในช่วงการจัดหาและจัดระบบการกระจายซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีกพอสมควร ซึ่งอาจไม่ทันต่อการระงับยับยั้งตามสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ดังนั้นเพื่อเป็นการดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid-19) ให้ทันต่อสถานการณ์ ตามบทบาทหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการป้องกันและควบคุมและระงับโรคติดต่อ ประกอบกับหนังสือซักซ้อมแนวทางการดำเนินการและการใช้จ่ายงบประมาณในการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ มท 0808.2/ว 4116 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 องค์การบริหารส่วนตำบลปากแจ่ม จึงได้จัดทำโครงการตรวจคัดกรองเชื้อ ไวรัสโคโรนา (COVID - 19) ด้วยชุดตรวจ Antigen Test kit (ATK) ต่อเนื่อง ขึ้น
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี |
|---|
| วันที่ | ชื่อกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) | งบกิจกรรม (บาท) | ทำแล้ว | ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
|---|
หมายเหตุ : งบประมาณ และ ค่าใช้จ่าย รวมทุกวัตถุประสงค์อาจจะไม่เท่ากับงบประมาณรวมได้
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูง ได้รับการเฝ้าระวัง คัดกรองเบื้องต้นด้วย ATK ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ได้รับความรู้ด้านระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อไม่ให้แพร่ระบาดในชุมชน
7.2 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูง และครอบครัวรวมถึงบุคคลในท้องถิ่น ในพื้นที่มีพฤติกรรมตามหลัก New Normal และ DMHTT สามารถลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดติดเชื้อโรคโควิด-19
7.3 มีกลไกลการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลซึ่งกันและกันในการป้องกัน การแพร่ระบาด
ของโรคโควิด 19
งบประมาณ
งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลปากแจ่มเป็นเงิน 28,800.- บาท (สองหมื่นแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน) รายละเอียด ดังนี้
6.1 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง ATK แบบจมูก (COVID -19 Anigen Test Sels-Test Kits)
จำนวน 200 ชุดๆ ละ 100.- บาท เป็นเงิน 20,000.- บาท
6.2 หน้ากากอนามัย N 95 (20ชิ้น/กล่อง) จำนวน 1 กล่องๆละ 1,000.- บาท เป็นเงิน 1,000.- บาท
6.3 ชุดป้องกันเชื้อไวรัส/เชื้อโรคและสารเคมี (ชุด PPE) จำนวน 20 ชุดๆละ 180.- บาท เป็นเงิน 3,600.- บาท
6.4 ถุงคลุมเท้า จำนวน 20 คู่ๆละ 20.- บาท เป็นเงิน 400.- บาท
6.5 แอลกอฮอล์ ความเข้มข้น 75 % (ขนาด 5 ลิตร) จำนวน 2 แกลลอนๆละ 500.- บาท เป็นเงิน 1,000.- บาท
6.6 ถุงมือยางทางการแพทย์ จำนวน 10 กล่องๆละ 220 บาท เป็นเงิน 2,200.- บาท
6.7 ชุดป้องกันแบบพลาสติก (ชุด CPE) จำนวน 30 ชุดๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 600.- บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 28,800.- บาท (สองหมื่นแปดพันแปดร้อยบาทถ้วน)
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2565 14:42 น.