โครงการให้ความรู้มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเชิงรุกในพื้นที่ ในปีงบประมาณ 2565
โครงการให้ความรู้มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเชิงรุกในพื้นที่ ในปีงบประมาณ 2565
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการให้ความรู้มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเชิงรุกในพื้นที่ ในปีงบประมาณ 2565 | |
| รหัสโครงการ | 65-L2457-01-10 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางแม่นาง | |
| วันที่อนุมัติ | 1 กุมภาพันธ์ 2565 | |
| ปี | 2565 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2565 - 30 กันยายน 2565 | |
| งบประมาณ | 21,500.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางแม่นาง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี |
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับสามในหญิงไทย ซึ่งประเทศไทยมีโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระดับชาติโดยวิธี Pap smear ดำเนินการครอบคลุมทั่วประเทศในปี 2553 – 2557 ถึงแม้การตรวจโดยใช้วิธี Pap smear จะเป็นวิธีการตรวจที่มาตรฐาน แต่พบปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญคือ ประสิทธิภาพของวิธีการตรวจที่ยังมีจำกัดและการเก็บตัวอย่างเซลล์และการจัดเตรียมสไลด์เป็นงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ หากในสถานพยาบาลที่มีการเข้าออกหรือเปลี่ยนตำแหน่งความรับผิดชอบจะทำให้มีปัญหาในการดำเนินงาน ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาการตรวจด้วยวิธี HPV DNA Test ซึ่งให้ผลความไวและความถูกต้องที่ดีกว่าการตรวจ Pap smearโดยในปัจจุบันมีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีHPV DNA Test ซึ่งเป็นเทคนิคการตรวจด้านชีวโมเลกุล เพื่อตรวจหาเชื้อ HPV สายพันธ์ที่ก่อมะเร็งบริเวณปากมดลูกและผนังช่องคลอด โดยมีประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองที่ดีกว่า จึงเป็นการยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุข และเพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของหญิงไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหญิงไทยช่วงอายุ 30 – 59 ปี และหญิงไทยช่วงอายุ 15 – 29 ปี กรณีที่มีความเสี่ยงสูง ควรรับบริการตรวจคัดกรอง 1 ครั้ง ทุก ๆ 5 ปี และในส่วนมะเร็งลำไส้ใหญ่จากข้อมูลสถิติสถานการณ์สุขภาพคนไทย 10 ปีย้อนหลังรายเขตสุขภาพ ระหว่างปี 2552 – 2561 พบข้อมูลที่น่าสนใจคือ คนไทยมีแนวโน้มเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงขึ้น 2.4 เท่าทั้งเพศหญิงและชาย โดยในปี 2552 อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ในเพศชาย อยู่ที่ 3.6 คนต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นเป็น 8.9 คนต่อแสนประชากรในปี 2561 เช่นเดียวกับเพศหญิง ในปี 2552 อยู่ที่ 2.8 คนต่อแสนประชากร เพิ่มขึ้นเป็น 6.7 คนต่อแสนประชากรในปี 2561 ที่น่าสนใจคือคนในเขตเมืองมีแนวโน้มเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้สูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตกทม.ที่มีจำนวนมากที่สุด 15.1 คนต่อแสนประชากร ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1.9 เท่าในรอบ 10 ปี ตามด้วยภาคกลาง 10.2 คนต่อแสนประชากร ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2.4 เท่า โดยจากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า คนไทยมีแนวโน้มการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ให้มีประสิทธิภาพและทั่วถึง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่างแม่นาง จึงจัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนท้องถิ่นเทศบาลเมืองบางแม่นาง
- ขั้นเตรียมการ
- ขั้นดำเนินงาน
- ขั้นสรุปผลการดำเนินงาน
- อสม./แกนนำ มีความรู้และทักษะการตรวจเต้านมด้วยตน ร้อยละ 100
- ร้อยละ 50 ของสตรีอายุ ๓๐-๖๐ ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจเฝ้าระวังโรคมะเร็งเต้านม
- ร้อยละ ๑๐ ของสตรีที่มีอายุ ๓๐-๖๐ ปี ได้รับการตรวจมะเร็งคัดกรองปากมดลูก
- ร้อยละ ๑๐ ประชาชนกลุ่มอายุ 50-70 ปี ได้รับการตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ร้อยละ ๑๐๐ ของประชาชน ที่ตรวจพบความผิดปกติ ได้รับการรักษาส่งต่อตามแนวทางที่กำหนด