โครงการมารดาหลังคลอดสุขภาพดี ทารกแฮปปี้กินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน ประจำปี 2566
| ชื่อโครงการ | โครงการมารดาหลังคลอดสุขภาพดี ทารกแฮปปี้กินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน ประจำปี 2566 |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 66-L6961-1-46 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานสาธารณสุขอื่นของ อปท. เช่น กองสาธารณสุขของเทศบาล |
| วันที่อนุมัติ | 28 มิถุนายน 2566 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 3 กรกฎาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 ตุลาคม 2566 |
| งบประมาณ | 67,500.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวรอซีดา เจ๊ะแว |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหง-โกลก จังหวัดนราธิวาส |
| ละติจูด-ลองจิจูด | place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | 50 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
มารดาในระยะหลังคลอดมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจและสังคม ซึ่งในช่วงแรกหลังคลอด มารดาอาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ร้องไห้ไม่มีเหตุผล หงุดหงิด นอนไม่หลับเป็นผลให้เกิดความเครียดและความผิดปกติทางอารมณ์ ดังนั้น หากมารดามีความรู้หรือมีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการสังเกตตนเอง รวมทั้งวิธีการปฏิบัติตัวต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระยะหลังคลอด เช่น การเปลี่ยนแปลงของเต้านม มดลูก น้ำคาวปลา แผลฝีเย็บ อาการเจ็บปวดไม่สุขสบายต่าง ๆ รวมไปถึงข้อมูลในการเลี้ยงดูบุตรจะช่วยให้มารดามีความมั่นใจและสามารถปรับตัวผ่านช่วงระยะเวลาหลังคลอดไปได้แต่ถ้าหากมารดาไม่สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดปัญหาทางจิตสังคมได้ รวมถึงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรากฐานที่ดีของชีวิต จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก ช่วยในการส่งเสริมการเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และจิตใจ เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่ทารกและลดการเจ็บป่วยในทารก และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังช่วยลดภาวะตกเลือดหลังคลอด ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเงิน ประหยัดเวลาทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสโลแกนขององค์กรพันธมิตรโลกเพื่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่กำหนดไว้สำหรับการรงค์ในสัปดาห์นมแม่โลก ประจำปี 2561 ว่านมแม่คือรากฐานที่สำคัญของชีวิต รวมทั้งแพทย์หญิงยุพยง กล่าวถึง ปัจจุบันคุณแม่วัยทำงานต่างให้ความสนใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น เนื่องจากหลายปัจจัย ในด้านเศรษฐกิจการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้ครอบครัวมีค่าใช้จ่ายลดลง เด็ก 1 คนจะมีค่าใช้จ่ายในการกินนมผงอยู่ที่ 4,000 บาท ต่อเดือน แต่หากเด็กเปลี่ยนมากินนมแม่ แต่ละครอบครัวจะประหยัดได้ถึง 24,000 บาท ภายในเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ ผลงานวิจัยจากในประเทศและต่างประเทศยังยืนยันว่า เด็กที่กินนมแม่จะมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง เติบโตสมวัย และนมแม่ยังช่วยลดความเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ ส่งผลให้แม่ลาหยุดงานน้อยลงและแม่จะทำงานได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นงานอนามัยแม่และเด็กเป็นงานส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในงานการบริการสาธารณสุขที่ให้บริการกับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มประชากรมารดาและทารก ซึ่งถือเป็นประชาชนกลุ่มหนึ่งที่สำคัญในการเริ่มต้นการดูแลสุขภาพ จึงมีความจำเป็นที่ต้องได้รับการดูแลจากบุคลากรสาธารณสุขฯตามมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก ถึงวิธีการแปฏิบัติตนที่ถูกต้องรวมถึงตั้งแต่การฝากครรภ์จนถึงระยะหลังคลอดให้ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ ทั้งนี้มารดาหลังคลอดที่ออกจากโรงพยาบาล ส่วนใหญ่ยังไม่ประสบผลสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เกิดจากการขาดความตระหนัก ความรู้ และทักษะในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งการเยี่ยมบ้านเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในชุมชน รวมถึงสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้เล็งเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จึงมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพมารดาและทารกให้มีร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์และการสร้างสัมพันธภาพระหว่างมารดาและทารกให้รู้สึกอบอุ่นอารมณ์ดีผ่อนคลาย และปลอดภัย
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อให้มารดาหลังคลอดมีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพของตนเองและลูกได้ถูกต้อง ร้อยละ 80 ของมารดามีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพของตนเองและลูกได้ถูกต้อง |
50.00 | 80.00 |
| 2 | เพื่อให้มารดาและทารกได้รับบริการตามมาตรฐานวิชาชีพ ร้อยละ 100 ของมารดาและทารกได้รับบริการตามมาตฐานวิชาชีพ |
80.00 | 100.00 |
| 3 | เพื่อให้มารดาหลังคลอด มีขวัญกำลังใจ ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน ร้อยละ 100 มารดาหลังคลอด มีขวัญกำลังใจ ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน |
80.00 | 100.00 |
- มารดาหลังคลอดมีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพของตนเองและลูกได้ถูกต้อง
- มารดาและทารกได้รับบริการมาตรฐานมีคุณภาพ
- มารดาหลังคลอด มีขวัญกำลังใจ ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2565 00:00 น.