กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน
รหัสโครงการ 66-L7577-1-1
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลตะโหมด
วันที่อนุมัติ 23 พฤศจิกายน 2565
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ธันวาคม 2565 - 31 สิงหาคม 2566
งบประมาณ 53,104.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลตะโหมด
พื้นที่ดำเนินการ เขตเทศบาลตำบลตะโหมด
ประเด็น
แผนงานขยะ , แผนอนามัยและสิ่งแวดล้อม , แผนงานมลพิษจากสิ่งแวดล้อม
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้น 25.70 ล้านตัน หรือ 70,411 ตัน/วัน กระจายตัว ตามภูมิภาคต่าง ๆ มีอัตราการเกิดขยะมูลฝอย เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร์ปี พ.ศ. 2565 ของกรมการปกครอง เฉลี่ยเท่ากับ 1.07 กิโลกรัม/คน/วัน เมื่อพิจารณาปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น ขยะมูลฝอยมีปริมาณเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (24.98 ล้านตัน) ร้อยละ 3 เนื่องจากในปี พ.ศ. 2563 -2564 ประเทศไทยอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ซึ่งมีการจำกัด กิจกรรมของประชาชน รวมถึงการเดินทางทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ได้คลี่คลายลงจากจำนวนของผู้ติดเชื้อที่มีแนวโน้มลดลง ทำให้รัฐบาลได้มีประกาศมาตรการคลายล็อกดาวน์ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศและเริ่มเปิดประเทศ ส่งผลให้ประชาชนกลับมา ดำเนินชีวิตตามปกติมากขึ้น และวิถีการดำเนินชีวิตประชาชนบางส่วนยังคงพฤติกรรมการซื้อและบริโภค ในบริการสั่งซื้อสินค้าและอาหารผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ขยะมูลฝอยประเภทบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบ ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single use plastic) ยังคงมีปริมาณสูง รวมทั้งนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับมาเที่ยวในประเทศ ไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2564 จำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 400,000 คน เป็น 11 ล้านคน ในปี 2565 (กองเศรษฐกิจการการท่องเที่ยวและกีฬา, 2565) ทำให้ภาพรวมปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นมีปริมาณเพิ่มขึ้นเช่นกัน ปีพ.ศ.2563,2564,2565 ปริมาณขยะที่เกิดขึ้น 25.37,24.98,25.70 ล้านตัน อัตราการเกิดขยะมูลฝอย 1.05,1.07,1.03 กิโลกรัม/คน/วัน ตามลำดับ ปัญหาขยะมูลฝอยเป็นปัญหาสำคัญที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานและนับวันยิ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น สาเหตุเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะมูลฝอยทุกปีตามอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการอุปโภคบริโภคของประชาชน ชุมชนจัดเป็นแหล่งสำคัญหนึ่งที่ผลิตของเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม แม้ว่าขยะจากชุมชนหรืออาคารบ้านเรือนจะไม่ใช่ของเสียที่เป็นอันตราย เมื่อเปรียบเทียบกับของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือการเกษตรกรรม แต่ก็ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะขยะมูลฝอยจากชุมชนหรืออาคารบ้านเรือน ขยะที่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (recycle) ขยะประเภทวัสดุเหลือใช้ ขยะที่อาจเป็นอันตรายอันเนื่องมาจากสารพิษ โรคทางเดินหายใจ สารพิษปนเปื้อนในแหล่งน้ำ เป็นต้น องค์ประกอบขยะมูลฝอยประกอบด้วย ขยะทั่วไป (ร้อยละ 3)ขยะรีไซเคิล (ร้อบละ 30)ขยะอันตราย (ร้อยละ 3) และขยะอินทรีย์ (ร้อยละ64) ซึ่งขยะอินทรีย์มีปริมาณมากที่สุดและเป็นขยะที่สามารถย่อยสลายได้ดังนั้นการลดปริมาณขยะจำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือจากครัวเรือนในการคัดแยกขยะจากต้นทางเพื่อลดปริมาณขยะที่จะนำเข้าสู่ระบบกำจัดโดยส่งเสริมให้ประชาชนมีองค์ความรู้ในการคัดแยกขยะจากต้นทางด้วยหลัก 3RS (Reduce Reuse Recycle) กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลตะโหมด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในปัญหาขยะ ซึ่งส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพต่อคนในชุมชน และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนในชุมชนมีความรู้และตระหนักในการจัดการขยะจากครัวเรือนจึงได้จัด “โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน”ขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อรณรงค์สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการลดปริมาณขยะในระดับครัวเรือน และบูรณาการรักษาสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี
  2. เพื่อขับเคลื่อนและลดปริมาณขยะอินทรีย์ในครัวเรือน
  3. เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม ลดแหล่งเพาะพันธุ์โรค
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานการจัดการขยะมูลฝอย
  2. จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่แกนนำ
  3. รณรงค์ประชาสัมพันธ์
  4. เคาะประตูบ้าน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ประชาชนทราบถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากขยะ และมีจิตสำนึกและตระหนักถึง ความสำคัญในการลดปริมาณและคัดแยกขยะ
  2. ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะที่ต้นทาง การจัดการขยะแบบ 3Rs การนำ กลับมาใช้ใหม่ วิธีการกำจัดขยะประเภทต่าง ๆ อย่างถูกวิธี และสามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดผลได้จริง