โครงการรู้เท่าป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก HPV DNA Test ปี 2566
โครงการรู้เท่าป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก HPV DNA Test ปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการรู้เท่าป้องกันได้ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก HPV DNA Test ปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L3011-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะลุโบะ | |
| วันที่อนุมัติ | 22 มีนาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 13,540.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางมาสีเตาะ นิมาปู | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
โรคมะเร็ง เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยมาแล้วหลายชีวิต ปัจจุบันโรคมะเร็งถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย และมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากและต่อเนื่องในอนาคต ในปัจจุบันพบว่ามีอัตราเกิดโรคสูงขึ้น โดยสถิติล่าสุดที่พบมีผู้ป่วยรายใหม่ 139,206 คนต่อปี และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 84,073 คนต่อปี โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากในเพศหญิงที่พบได้ในสตรีตั้งแต่วัยสาวถึงวัยชรา และพบมากเป็น อันดับ 2 ของมะเร็งในสตรีไทย รองจาก มะเร็งเต้านม ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้ถึงร้อยละ 80 หากได้รับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอแต่พบว่ามีผู้หญิงจำนวนมากมีความกังวลในการเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อเอชพีวี ซึ่งเป็นสาเหตุหลักมะเร็งปากมดลูกด้วยเหตุผล คืออาย กลัวการขึ้นขาหยั่ง กลัวเจ็บ เป็นต้น ทำให้ไม่เข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ ไปจนถึงไม่เข้ารับการตรวจเลย จนไปพบสูตินรีแพทย์เมื่อมีอาการแล้วซึ่งอาจจะทำให้รักษาไม่ทันการณ์ ปัจจุบันมีนวัตกรรมในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเบื้องต้นด้วยวิธี เอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA Test) จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ได้พบว่า การคัดกรอง โดยวิธีการตรวจ HPV DNA Test คือ การตรวจในระดับโมเลกุลเป็นการตรวจด้วยวิธีเจาะลึกระดับดีเอ็นเอโดยมีวิธีการตรวจเหมือนตรวจภายใน คือเก็บเซลล์บริเวณตัวอย่างที่ปากมดลูกช่องคลอดด้านใน ส่งตรวจเหมือนวิธีการตรวจด้วยน้ำยา เพื่อตรวจหาเชื้อเอชพีวี สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 14 สายพันธุ์ คือสายพันธุ์ 16, 18 และ เอชพีวี อีก 12 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักสูงถึง 99% ของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง และเชื้อเอชพีวี สายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกสูงถึง 70% การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี เอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA Test)สตรีสามารถเลือกเก็บตัวอย่างได้ด้วยตนเอง
จากการดำเนินงานการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธ์ อายุ 30-60 ปี ด้วยวิธี(HPV DNA Test)ทั้งหมด 1,826 คน ที่ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แล้ว 123 คน คิดเป็นร้อยละ 6.74 จากผลงานสะสม ปี 2565 – 2569 ซึ่งยังไม่ผ่านร้อยละ 20ที่ผ่านมาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตะลุโบะ พบปัญหาในการดำเนินงานคือประชาชน ยังไม่ตระหนักถึงความอันตรายของโรคและมีความอายในการ มาตรวจ กลัวการขึ้นขาหยั่ง กลัวเจ็บ เป็นต้น
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะลุโบะ ตระหนักถึงปัญหาและเล็งเห็นความสำคัญและสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขให้มีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี เอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA Test)สตรีสามารถเลือกเก็บตัวอย่างได้ด้วยตนเอง ทาง รพ.สต.จึงได้จัดทำโครงการขึ้น เพื่อให้สตรีหญิงวัยเจริญพันธ์สามารถตรวจได้ด้วยตัวเอง ลดความอาย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็ง ปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีทักษะการตรวจเต้านมเบื้องต้น เพื่อการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคซึ่งจะเป็นแนวทางในการสกัดโรคก่อนลุกลาม
- เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเสี่ยง
- เพื่อให้สตรีกลุ่มอายุ 30 – 60 ปี มีทักษะและ สามารถตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ด้วยตัวเองด้วยวิธี HPV DNA Test ได้ถูกต้อง
- เพื่อให้สตรีกลุ่มอายุ 30 – 70 ปี มีทักษะและสามารถตรวจเต้านมได้ด้วยตนเองได้ถูกต้อง
- เพื่อให้สตรี อายุ ๓0 ปีขึ้นไป มีความรู้ ความเข้าใจโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมได้ถูกต้อง
- เพื่อส่งต่อสตรีที่ตรวจพบผลเซลล์ปากมดลูก มะเร็งเต้านมที่ผิดปกติเข้ารับการรักษา
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้
- ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มเป้าหมายโดยวิธี HPV DNA Test
- ฝึกปฏิบัติการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
1 สตรีกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจมะเร็งปากมดลูกและสามารถตรวจเต้านมด้วยตัวเองได้เบื้องต้น ถ้าพบภาวะผิดปกติทุกชนิด ได้รับการส่งต่อและรักษาโดยแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคน
2. สตรีกลุ่มเป้าหมายสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเองด้วยวิธี HPV DNA Test
3. อัตราป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านมลดน้อยลง