โครงการ นักเรียนกาลูปัง อนามัยดี๊ดี ไม่มีเหา ประจำปี 2566
โครงการ นักเรียนกาลูปัง อนามัยดี๊ดี ไม่มีเหา ประจำปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการ นักเรียนกาลูปัง อนามัยดี๊ดี ไม่มีเหา ประจำปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-l4155-01-010 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | รพ.สต.กาลูปัง | |
| วันที่อนุมัติ | 31 มกราคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 10,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวสาวีย๊ะ เจ๊ะหะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกาลูปัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา |
โรคเหา เป็นโรคที่พบบ่อยมากในกลุ่มนักเรียนตั้งแต่ชั้นปฐมวัยจนถึงประถมศึกษาโดยเฉพาะนักเรียนหญิง เกิดจากการไม่รักษาความสะอาดของร่างกาย เครื่องนอน เป็นโรคที่น่ารังเกียจ สำหรับคนทั่วไปนอกจากก่อให้เกิดความรำคาญกับผู้ที่เป็นเนื่องจากมีอาการคันศีรษะแล้วยังทำให้เสียสมาธิในการเรียน เสียบุคลิกภาพ เนื่องจากคันหนังศีรษะ ก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้ที่เป็น และยังเป็นพาหะนำไปติดผู้อื่นต่อไป วิธีการรักษาเหา จะต้องทำการรักษาผู้ที่เป็นเหาและผู้ที่อยู่ใกล้ชิดควบคู่กันไป โดยต้องทำการควบคุมไม่ให้เหาแพร่กระจาย และป้องกันไม่ให้เกิดการติดเหาซ้ำโดยใช้ยาเพื่อฆ่าเหาซึ่งวิธีการรักษาเหาในรูปแบบดังกล่าวเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย และเห็นผลชัดเจน นอกจากนี้ยังพบว่าใบน้อยหน่าสามารถกำจัดเหาได้ดีมาก โยไม่เป็นอันตรายและไม่มีอาการแพ้เหมือนใช้สารเคมี ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ และอีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รู้จักใช้ภูมิปัญญาละสมุนไพรท้องถิ่นในการรักษาเด็กที่เป็นเหาและลดการระบาดโรคเหาต่อไป ดังนั้นเพื่อรักษาและป้องกันการแพร่กระจายของโรคเหาในเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านกาลูปัง ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกาลูปัง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการกำจัดโรคเหา จึงได้จัดทำโครงการนักเรียนกาลูปัง อนามัยดี๊ดี ไม่มีเหา ประจำปี 2566 ขึ้นมา
- 1. เพื่อสร้างแกนนำที่มีส่วนร่วมในการแก้ไชปัญหาโรคเหาในนักเรียน 2. เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับโรคเหา การดูแลตนเองและรักษาโรคเหา 3. เพื่อรักษาและควบคุมการระบาดของโรคเหาในเด็กนักเรียน
- การรณรงค์/ประชาสัมพันธ์/ฝึกอบรม/ให้ความรู้
- นักเรียนสามามารถดูแลรักษาความสะอาดร่างกายของตนเองได้ถูกต้อง
- นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับโรคเหา การดูแลตนเองและรักษาโรคเหาได้
- ไม่มีการเกิดเหาในนักเรียนรายใหม่
- นักเรียนมีสมาธิในการเรียนเพิ่มขึ้น มีบุคลิกภาพดีขึ้น