กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการสุขใจ ไร้พุง(คลินิก DPAC)ตำบลโตนดด้วน ปีงบประมาณ ๒๕๖๖

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการสุขใจ ไร้พุง(คลินิก DPAC)ตำบลโตนดด้วน ปีงบประมาณ ๒๕๖๖
รหัสโครงการ 65-L3318-01-2
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโตนดด้วน
วันที่อนุมัติ 30 มกราคม 2566
ปี 2566
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 31 มีนาคม 2566 - 30 กันยายน 2566
งบประมาณ 6,350.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายชัชวาล เรืองเดช
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลโตนดด้วน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. 1.ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง ขนาด 20.00

ภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วนเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญซึ่งต้องเร่งแก้ไขเนื่องจากเป็นปัญหาหนึ่งซึ่งนำไปสู่ผลกระทบต่อสุขภาพเศรษฐกิจและปัญหาทางจิตสังคมอย่างชัดเจนโรคที่เป็นผลกระทบ จากภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วนต่อสุขภาพที่พบในผู้ใหญ่ได้แก่ข้อเข่าเสื่อมภาวะอัมพฤกษ์อัมพาตความดันโลหิตสูงโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวานไขมันในเลือดสูง มะเร็งลำไส้โรคซึมเศร้าเป็นต้นและยังพบว่าการตายในผู้ที่อายุระหว่าง๒๐ – ๗๔ปีกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งมีผลมาจากความอ้วนโรคหัวใจและหลอดเลือดยังเป็นสาเหตุการตายของคนทั่วโลกปีละ ๑๗ ล้านคนและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยคาดว่าในปีพ.ศ.๒๕๖6ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวประมาณ๒๕ล้านคนปัญหาสุขภาพเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค เป็นภาระของครอบครัวและประเทศนอกจากนี้ยังปรากฏว่าร้อยละ ๒-๘ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนในปัจจุบันเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นผลกระทบจากโรคอ้วน ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปในอีก๑๐ปีข้างหน้าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากจากการสำรวจสุขภาพประชากรไทยปีล่าสุด พ.ศ.๒565 พบว่า ประชากรในประเทศไทยที่อายุมากกว่า ๓๕ ปี มีเส้นรอบพุงเกินกำหนดประมาณ ๙.๓ ล้านคนโดยพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือ เพศหญิงอ้วนลงพุง ๕๒%ผู้ชาย ๒๒% คน ที่มีรอบเอวเพิ่มขึ้นทุก ๕ เซนติเมตรจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานเพิ่ม ๓-๕ เท่าจะเห็นได้ว่าเอวใหญ่ขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเจ็บป่วยและตายเร็วขึ้นเท่านั้น จากการสำรวจสภาวะอ้วนลงพุงในประชาชนของกรมอนามัยปี ๒๕65 พบว่าคนไทยอายุมากกว่า ๑๕ ปีขึ้นไป เพศชายมีภาวะอ้วนลงพุง ร้อยละร้อยละ ๒6และเพศหญิงร้อยละ ๖2 โดยพบในผู้หญิงมากกว่าชายถึง ๒.๕ เท่าตัว ภาวะอ้วนลงพุงส่วนใหญ่จะเกิดจากพฤติกรรมการบริโภค กรรมพันธุ์ และไม่ออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเรื้อรัง ตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดสมองและมะเร็งจากการคัดกรองภาวะสุขภาพประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปในพื้นที่รับผิดชอบของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโตนดด้วน ปีงบประมาณ 2565 พบว่ามีค่าดัชนีมวลกายเกินมาตรฐานร้อยละ36.15มีภาวะโรคอ้วนร้อยละ24.31 มีรอบเอวเกินมาตรฐานสูงถึงร้อยละ 43.12 (จากระบบJHCIS วันที่ 1 ตุลาคม 2565) ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโตนดด้วนจึงจัดทำโครงการสุขใจไร้พุง( DPAC ) เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้านโภชนาการกับการออกกำลังกาย และอารมณ์ ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญ การส่งเสริมสุขภาพสนับสนุนให้มี การออกกำลังกายเต้นแอโรบิคเพื่อลดรอบเอว และในการลดน้ำหนัก และทำกิจกรรมร่วมกันส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโตนดด้วนมีสุขภาพดี ลดอัตราการป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดสมองและมะเร็ง

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.ใคัดกรองกลุ่มเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุง
  2. 2.เพื่อให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงโรคอ้วน ลงพุง
  3. ๓.เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงร่วมกิจกรรมออกกำลังกายเต้นแอโรบิค
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคอ้วน ลงพุง จำนวน 5๐ คน
  2. อบรมให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงโรคอ้วน ลงพุง
  3. กิจกรรม ออกกำลังกายเต้นแอโรบิค
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ด้านโภชนาการกับการออกกำลังกายและมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสม 2.กลุ่มเสี่ยงที่เป็นผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจภาวะเสี่ยงของตนเอง เข้าใจวิธีการที่จะจัดการตนเองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ยั่งยืน 3.ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถดูแลสุขภาพตนเอง ขยายผลสู่ครอบครัว ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง