โครงการบูรณาการส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน ปี 2566
โครงการบูรณาการส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน ปี 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการบูรณาการส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน ปี 2566 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเหนาะ | |
| วันที่อนุมัติ | 12 เมษายน 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 8,900.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายธีรพจน์ พงศ์ดารา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลคลองทรายขาว อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง |
- ร้อยละของผู้ใหญ่ อายุ 26-60 ปี ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก ขนาด 80.00
สุขภาพจิตเป็นการที่บุคคลรับรู้คุณค่าในตนเอง สามารถจัดการการควบคุมตนเองได้อย่างเหมาะสม ปราศจากความกังวลไม่สมเหตุสมผล และสามารถเผชิญปัญหาหรือความเครียดได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ในด้านสังคม สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ยอมรับและพึงพอใจในการใช้ชีวิตของตนเอง ลักษณะของผู้มีสุขภาพจิตดีจะต้องเป็นผู้ที่สามารถเผชิญกับปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดีทั้งในสถานการณ์ที่ปกติและไม่ปกติและสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ส่วนบุคคลที่มีสุขภาพจิตที่ผิดปกติ มักแสดงออกถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง มีผลต่อสมรรถภาพในการทำงาน รวมถึงความผิดปกติของความผิดปกติของความคิด และอารมณ์ จนถึงระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งปัจจุบันที่มีผลต่อสุขภาพจิตของบุคคลสามารถแบ่งเป็นปัจจัยภายใน เช่น ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ การจัดการปัญหา เป็นต้น ส่วนปัจจัยภายนอกและสภาพแวดล้อม เช่น ปัญหาสัมพันธภาพในครอบครัว เศรษฐกิจ ภาระหนี้สิน ปัญหาการเมือง การไม่มีที่อยู่อาศัยปัญหาอาชญากรรมและสารเสพติด เป็นต้น โดยปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อย ได้แก่ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการ เป็นต้น เนื่องจากข้อจำกัดในการดำรงชีวิตเพิ่มมากขึ้นกว่าบุคคลทั่วไป การส่งเสริมสุขภาพจิตสำหรับกลุ่มเสี่ยงเป็นส่วนสำคัญที่จะป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตให้ลดน้อยลงได้ ในปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตและการเจ็บป่วยทางจิตกลายเป็นอีกปัญหาที่สำคัญของประเทศ ส่วนหนึ่งอาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างจากเดิม ทำให้บุคคลมีวิถีชีวิตที่ต้องเร่งรับ แก่งแย่งแข่งขัน ทำให้บุคคลเกิดความเครียดได้ง่ายและเจ็บป่วยทางจิต สถิติการเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวช 5 อันดับแรกที่พบในประเทศไทย ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท โรควิตกกังวล โรคจิตเวชเวชเนื่องมาจากสารเสพติด และโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว ตามลำดับ จำเป็นต้องรักษาาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่องบประมาณของประเทศในการบำบัดรักษาและการดูแลที่ต่อเนื่อง ทั้งนี้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 ได้เน้นให้ประชาชนได้รับบริการทางสุขภาพ ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกัน การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ อย่างได้มาตรฐาน เสมอภาคและเท่าเทียมกัน การป้องกันหรือลดโอกาสในการเกิดปัญหาสุขภาพจิตหรือการเจ็บป่วยทางจิตจึงเป็นสิ่งที่บุคลากรทางการสาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องต้องตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมป้องกันเพื่อลดความรุนแรงของปัญหาและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น โดยในพื้นที่ความรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าเหนาะก็มีผู้ป่วยมีอาการที่เป็นโรคซึมเศร้า จำนวน 12 คน โรคจิตเภท จำนวน 7 คน โรควิตกกังวล จำนวน 10 คน โรคจิตเวชเนื่องจากสารเสพติด จำนวน 15 คน และโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว จำนวน 5 คน และมีแนวโน้มที่จะมีประชาชนป่วยเพิ่ทสูงขึ้น ดังนั้นจึงได้พิจารณาจัดโครงการบูรณาการส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชนขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการส่งเสริมสุขภาพจิต และบูรณาการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพจิตให้แก่ทุกช่วงวัย ทำให้ทุกช่วงวัยมีสุขภาพจิตที่ดีสามารภใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
- 1.เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องสุขภาพจิต
- 2.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถประเมินภาวะความเครียดของตนเองได้
- เพื่อลดผู้ใหญ่ อายุ 26-60 ปี ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก
- 1.สำรวจกลุ่มเป้าหมายในหมู่บ้านเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านท่าเหนาะ
- 2.จัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ
- 3.ประสานกลุ่มเป้าหมายการเข้าร่วมโครงการ
- 4.แจ้งประชาสัมพันธ์กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม
- 5.กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิต
- 6.กิจกรรมประเมินความเครียดด้วยตนเอง
- 7.สรุปและประเมินผลโครงการ
- สำรวจกลุ่มเป้าหมายในหมู่บ้านเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านท่าเหนาะ
2.เขียนโครงเสนอต่อผู้บริหารเพื่อขออนุมัติโครงการเข้าบรรจุในแผนและขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลคลองทรายขาว
3.ประชุมชี้แจงโครงการอสม.แกนนำโรคสุขภาพจิต
4.อบรมให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิต (ญาติผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวช กลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพ ผู้สูงอายุ และอสม.
5.กิจกรรมประเมินสุขภาพจิตของตนเอง
6.สรุปและประเมินผลโครงการ
1.ผู้ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตในชุมชนลดลง 2.ประชาชนสามารถรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุข