โครงการบูรณาการส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน ปี 2566
-
นายธีรพจน์ พงศ์ดารา
-
นางฐิติยา รักษาแก้ว
-
นางสุพัตรา คะโมระวงค์
-
นางนันธิญา เดชอรัญ
-
นางสาวอนงค์ ยาชะรัด
สุขภาพจิตเป็นการที่บุคคลรับรู้คุณค่าในตนเอง สามารถจัดการการควบคุมตนเองได้อย่างเหมาะสม ปราศจากความกังวลไม่สมเหตุสมผล และสามารถเผชิญปัญหาหรือความเครียดได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ในด้านสังคม สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ยอมรับและพึงพอใจในการใช้ชีวิตของตนเอง ลักษณะของผู้มีสุขภาพจิตดีจะต้องเป็นผู้ที่สามารถเผชิญกับปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดีทั้งในสถานการณ์ที่ปกติและไม่ปกติและสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ส่วนบุคคลที่มีสุขภาพจิตที่ผิดปกติ มักแสดงออกถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง มีผลต่อสมรรถภาพในการทำงาน รวมถึงความผิดปกติของความผิดปกติของความคิด และอารมณ์ จนถึงระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งปัจจุบันที่มีผลต่อสุขภาพจิตของบุคคลสามารถแบ่งเป็นปัจจัยภายใน เช่น ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ การจัดการปัญหา เป็นต้น ส่วนปัจจัยภายนอกและสภาพแวดล้อม เช่น ปัญหาสัมพันธภาพในครอบครัว เศรษฐกิจ ภาระหนี้สิน ปัญหาการเมือง การไม่มีที่อยู่อาศัยปัญหาอาชญากรรมและสารเสพติด เป็นต้น โดยปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อย ได้แก่ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการ เป็นต้น เนื่องจากข้อจำกัดในการดำรงชีวิตเพิ่มมากขึ้นกว่าบุคคลทั่วไป การส่งเสริมสุขภาพจิตสำหรับกลุ่มเสี่ยงเป็นส่วนสำคัญที่จะป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตให้ลดน้อยลงได้ ในปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตและการเจ็บป่วยทางจิตกลายเป็นอีกปัญหาที่สำคัญของประเทศ ส่วนหนึ่งอาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างจากเดิม ทำให้บุคคลมีวิถีชีวิตที่ต้องเร่งรับ แก่งแย่งแข่งขัน ทำให้บุคคลเกิดความเครียดได้ง่ายและเจ็บป่วยทางจิต สถิติการเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวช 5 อันดับแรกที่พบในประเทศไทย ได้แก่ โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท โรควิตกกังวล โรคจิตเวชเวชเนื่องมาจากสารเสพติด และโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว ตามลำดับ จำเป็นต้องรักษาาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่องบประมาณของประเทศในการบำบัดรักษาและการดูแลที่ต่อเนื่อง ทั้งนี้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 ได้เน้นให้ประชาชนได้รับบริการทางสุขภาพ ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกัน การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ อย่างได้มาตรฐาน เสมอภาคและเท่าเทียมกัน การป้องกันหรือลดโอกาสในการเกิดปัญหาสุขภาพจิตหรือการเจ็บป่วยทางจิตจึงเป็นสิ่งที่บุคลากรทางการสาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องต้องตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมป้องกันเพื่อลดความรุนแรงของปัญหาและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น โดยในพื้นที่ความรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าเหนาะก็มีผู้ป่วยมีอาการที่เป็นโรคซึมเศร้า จำนวน 12 คน โรคจิตเภท จำนวน 7 คน โรควิตกกังวล จำนวน 10 คน โรคจิตเวชเนื่องจากสารเสพติด จำนวน 15 คน และโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว จำนวน 5 คน และมีแนวโน้มที่จะมีประชาชนป่วยเพิ่ทสูงขึ้น ดังนั้นจึงได้พิจารณาจัดโครงการบูรณาการส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชนขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการส่งเสริมสุขภาพจิต และบูรณาการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพจิตให้แก่ทุกช่วงวัย ทำให้ทุกช่วงวัยมีสุขภาพจิตที่ดีสามารภใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
-
1.เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องสุขภาพจิต82.00
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้เรื่องสุขภาพจิตร้อยละ 80
-
2.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถประเมินภาวะความเครียดของตนเองได้83.00
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถประเมินความเครียดของตนเองได้ ร้อยละ 80
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน40
-
กลุ่มวัยทำงาน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.สำรวจกลุ่มเป้าหมายในหมู่บ้านเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านท่าเหนาะ1 พฤษภาคม 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 2566
1.ผู้ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตในชุมชนลดลง 2.ประชาชนสามารถรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุข
0.00 บาท -
2.จัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 มิถุนายน 2566
1.ผู้ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตในชุมชนลดลง 2.ประชาชนสามารถรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุข
0.00 บาท -
3.ประสานกลุ่มเป้าหมายการเข้าร่วมโครงการ1 กรกฎาคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566
1.ผู้ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตในชุมชนลดลง 2.ประชาชนสามารถรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุข
0.00 บาท -
4.แจ้งประชาสัมพันธ์กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม1 กรกฎาคม 2566 ถึง 31 กรกฎาคม 2566
1.ผู้ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตในชุมชนลดลง 2.ประชาชนสามารถรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุข
0.00 บาท -
5.กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิต
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิต มีค่าอาหารกลางวัน 70 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท ค่าอาหารว่าง 70 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท และค่าวิทยากร 2 คนๆละ 2 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
1 กรกฎาคม 2566 ถึง 31 สิงหาคม 25661.ผู้ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตในชุมชนลดลง 2.ประชาชนสามารถรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุข
8900.00 บาท -
6.กิจกรรมประเมินความเครียดด้วยตนเอง1 สิงหาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2566
1.ผู้ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตในชุมชนลดลง 2.ประชาชนสามารถรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุข
0.00 บาท -
7.สรุปและประเมินผลโครงการ1 กันยายน 2566 ถึง 30 กันยายน 2566
1.ผู้ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตในชุมชนลดลง 2.ประชาชนสามารถรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุข
0.00 บาท
1.ผู้ป่วยด้วยโรคสุขภาพจิตในชุมชนลดลง 2.ประชาชนสามารถรับมือกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้และสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมีความสุข
