โครงการอบรมเพิ่มศักยภาพการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประจำปีงบประมาณ 2566
โครงการอบรมเพิ่มศักยภาพการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประจำปีงบประมาณ 2566
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการอบรมเพิ่มศักยภาพการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประจำปีงบประมาณ 2566 | |
| รหัสโครงการ | 66-L5281-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลทุ่งนุ้ย | |
| วันที่อนุมัติ | 10 พฤษภาคม 2566 | |
| ปี | 2566 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 15 สิงหาคม 2566 - 30 กันยายน 2566 | |
| งบประมาณ | 32,450.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายบุญยืน ทองเงิน | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล |
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคอ้วน เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น พันธุกรรม อายุ และปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ เช่น ความอ้วน ความเครียด ขาดการออกกำลังกาย การบริโภคอาหารไม่ถูกสัดส่วน การดื่มสุรา และการสูบบุหรี่ หากประชาชนไม่มีการควบคุมปัจจัยดังกล่าว มีโอการเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย เมื่อเจ็บป่วยแล้วต้องรับประทานยาตลอดชีวิต ถ้าหากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายในเรื่องการควบคุม ป้องกัน และรักษา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ เป็นต้นมา โดยการยกระดับมาตรฐานการบริการโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้มีประสิทธิภาพ เร่งรัดให้บริการค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ให้คัดกรองประชาชนที่มีอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป
จากข้อมูลผู้ป่วยในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งนุ้ย ตำบลทุ่งนุ้ย พบว่ามีผู้ป่วยโรคเรื้อรังจำนวน ๓๐๓ ราย ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ๓๘ ราย ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน ๑๙๖ ราย และผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง จำนวน ๖๙ ราย และจากการคัดกรองประชาชนที่มีอายุ ๓๕ ปีขึ้นไป พบผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังรายใหม่เพิ่มขึ้น ปี ๒๕๖๓ จำนวน ๔ ราย ปี ๒๕๖๔ จำนวน ๕ ราย ปี ๒๕๖๕ จำนวน ๑๓ ราย และจากการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยพบว่า ผู้ป่วยยังปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง และรับประทานยาไม่ต่อเนื่อง ขาดความตระหนักในการดูแลใส่ใจสุขภาพของตนเอง จึงส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ควบคุมระดับความดันโลหิตสูงไม่ได้ ส่งผลต่อเนื่องให้มีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นตามมา จึงเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขอย่างมาก
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งนุ้ย ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล จึงจัดทำโครงการอบรมเพิ่มศักยภาพการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติตัว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรับประทานยา และพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว
- เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีทักษะการดูแลตนเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม สามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตได้ และลดการเกิดโรคแทรกซ้อน
- เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับบริการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อน และได้รับการดูแลรักษาส่งต่อตามมาตรฐาน
- เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมของชุมชนและเครือข่ายในการดูแลและแก้ไขปัญหาโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้ จำนวน ๒๐๐ คน แบ่งเป็น ๒ รุ่น รุ่นละ ๑๐๐ คน
ขั้นเตรียมการ
๑. เสนอร่างโครงการผ่านเวทีพิจารณาโดยคณะกรรมการกองทุน
๒. สำรวจกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในพื้นที่ ที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน
ขั้นดำเนินการ
๓. ประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการแก่เจ้าหน้าที่ อสม.และผู้นำชุมชน คืนข้อมูลแก่ชุมชน หาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
๔. ประชาสัมพันธ์โครงการ ประสานงานทีมวิทยากร จัดเตรียมเอกสาร เครื่องมือตรวจวัดต่าง ๆ
๕. ดำเนินการตามแผนงานโครงการที่จัดทำขึ้น
๕.๑ ลงทะเบียน และตรวจสอบประวัติการรักษา เพื่อใช้เปรียบเทียบประเมินผลหลังการอบรม
๕.๒ ให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง คัดกรองภาวะแทรกซ้อน โดยแบ่งเป็นฐานต่าง ๆ ดังนี้ ฐานการตรวจจอประสาทตา ฐานการตรวจเท้า ฐานความรู้เรื่องการออกกำลังกาย และฐานคืนข้อมูลการตรวจสุขภาพประจำปี
๕.๓ ระดมความคิดในการหาวิธีเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ได้ผลและยั่งยืนเหมาะสมกับสภาพผู้เข้ารับการอบรมและสภาพพื้นที่ความเป็นอยู่
๕.๔ สรุปผลการจัดการอบรม โดยตัวแทนผู้เข้ารับการอบรมและจากวิทยากร เปิดโอกาสให้ซักถามและตอบข้อสงสัย คืนข้อมูลแก่ อสม.และชุมชน
๕.๕ นัดติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อน เพื่อเสริมพลังและให้กำลังใจในการดูแลตนเอง
๑. ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีภาวะแทรกซ้อนลดลง
๒. ประชาชนและทีมเครือข่ายสุขภาพมีความพึงพอใจต่อการจัดโครงการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
๓. ประชาชนในตำบลทุ่งนุ้ยมุ่งสู่ภาวะสุขภาพดีมีการปรับพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง และเกิดเครือข่ายสุขภาพที่เข้มแข็งมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโรคเรื้อรัง