โครงการวิถีโรงเรียนสุขภาพตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติและการพัฒนาศักยภาพยุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.) ปีงบประมาณ 2567
โครงการวิถีโรงเรียนสุขภาพตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติและการพัฒนาศักยภาพยุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.) ปีงบประมาณ 2567
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการวิถีโรงเรียนสุขภาพตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติและการพัฒนาศักยภาพยุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.) ปีงบประมาณ 2567 | |
| รหัสโครงการ | 67-L6961-1-27 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ฝ่ายสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กลุ่มปฐมภูมิ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก | |
| วันที่อนุมัติ | 21 มีนาคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 55,700.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายรุสลาม ชาลี | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหง-โกลก จังหวัดนราธิวาส |
- จำนวนนักเรียน (กลุ่มวัยเรียนอายุ 7 -14 ปี) ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ป่วยด้วยโรคอุจาระร่วง (ข้อมูลปี 2566) ขนาด 107.00
- จำนวนนักเรียน (กลุ่มวัยเรียนอายุ 7 -14 ปี) ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก (ข้อมูลปี 2566) ขนาด 18.00
- จำนวนนักเรียน (กลุ่มวัยเรียนอายุ 7 -14 ปี) ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ป่วยด้วยโรคตาแดง (ข้อมูลปี 2566) ขนาด 3.00
การพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะส่งผลให้ประเทศเจริญก้าวหน้า โดยการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนที่เหมาะสมร่วมกับการพัฒนาสุขภาพนักเรียนตามแนวทางของโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขบัญญัติ ภายใต้แนวคิด การมีส่วนร่วมของนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียน รวมทั้งผู้ปกครองและชุมชน เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาสาธารณสุข ซึ่งการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ประการหนึ่งคือ “สุขบัญญัติแห่งชาติ” โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้จัดทำข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติที่จำเป็นพื้นฐานในการดูสุขภาพตามหลักสุขบัญญัติ เป็นข้อกำหนดที่เด็ก เยาวชน ตลอดจนถึงประชาชนทั่วไป พึงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจนเกิดเป็นสุขนิสัย เพื่อให้มีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม ตลอดจนเป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในการป้องกันโรค การละเลยในการปฏิบัติสุขบัญญัติข้อใดข้อหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, อัมพฤต, อัมพาต และโรคหัวใจ) หรือโรคแทรกซ้อนที่อันตรายร้ายแรง ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทั้งโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ จำเป็นต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ เพื่อปลูกฝั่งพฤติกรรมและส่งเสริมสุขภาพในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขโดยการพัฒนาตั้งแต่เด็กและเยาวชนให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ และครอบครัวในชุมชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และมีพฤติกรรมตาม สุขบัญญัติแห่งชาติ
การส่งเสริมให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดีและสามารถปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติในสถานศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถจัดประสบการณ์ในการสร้างเสริมทักษะที่จะเป็นและจัดปัจจัยแวดล้อมให้เอื้อต่อการปฏิบัติหรือการมีพฤติกรรมที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวิถีชีวิต สามารถจัดการสุขภาพเพื่อการพึ่งพาตนเองโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลนักเรียน ในสังกัดเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก มีอัตราป่วยด้วยโรคติดต่อในปี 2566 (กลุ่มวัยเรียนอายุ 7 -14 ปี) ป่วยด้วยโรคอุจาระร่วงจำนวน 107 ราย อัตราป่วย 138.60 ต่อแสนประชากร, โรคไข้เลือดออกจำนวน 18 ราย อัตราป่วย 23.31 ต่อแสนประชากร และโรคตาแดงจำนวน 3 ราย อัตราป่วย 3.88 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ ฝ่ายสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ได้เล็งเห็นความสำคัญและ เป็นปัจจัยในการส่งเสริมสุขภาพที่ดี จึงได้จัดทำโครงการวิถีโรงเรียนสุขภาพตามหลักสุขบัญญัติและพัฒนาศักยภาพยุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.) ปีงบประมาณ 2567
- เพื่อพัฒนาบุคลากรอนามัยโรงเรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ
- เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนแกนนำยุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.) ให้มีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องสุขบัญญัติ
- เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคติดต่อ (โรคอุจาระร่วง, โรคไข้เลือดออก และโรคตาแดง)
- การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ
- การอบรมพัฒนาศักยภาพนักเรียนแกนนำยุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.)
- การประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนสุขบัญญัติแห่งชาติ
- การประเมินคัดเลือกนักเรียนแกนนำยุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.) ต้นแบบ
- บุคลากรครูอนามัยโรงเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ
- นักเรียนแกนนำยุวอาสาสมัครสาธารณสุข (ยุว อสม.) มีความรู้และสามารถปฏิบัติในการเป็นยุวอาสาสมัครสาธารณสุขในโรงเรียน ลดโรคติดต่อ (โรคอุจาระร่วง, โรคไข้เลือดออก และโรคตาแดง) ในโรงเรียนและชุมชนที่ถูกต้อง
- ลดอัตราป่วยด้วยโรคติดต่อ(โรคอุจาระร่วง, โรคไข้เลือดออก และโรคตาแดง) ในโรงเรียนได้