โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยกิจกรรมทางสังคม
โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยกิจกรรมทางสังคม
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยกิจกรรมทางสังคม | |
| รหัสโครงการ | 67-L5275-02-003 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | งานสังคมสงเคราะห์ สำนักปลัดเทศบาลเมืองทุ่งตำเสา | |
| วันที่อนุมัติ | 22 พฤศจิกายน 2566 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤศจิกายน 2566 - 31 กรกฎาคม 2567 | |
| งบประมาณ | 37,100.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวสุมณฑา แป้นชุม | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
ปัญหาด้านสภาพจิตใจของผู้สูงอายุเกิดจากความรู้สึกสูญเสีย ทั้งคนใกล้ชิดอย่างบุตรหลานที่ค่อยๆ เติบโตแยกย้ายไปมีครอบครัว รวมถึงเพื่อนสนิทหรือคู่ชีวิตที่ล้มหายตายจากไป สูญเสียความสามารถการเป็นที่พึ่ง ภาวะผู้นำ การยอมรับจากผู้อื่น อีกทั้งโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สภาพสังคมแบบในอดีตเริ่มเลือนหายไป การแข่งขันสูงขึ้น จากครอบครัวใหญ่กลายเป็นครอบครัวเล็ก เป็นต้น ด้วยการเปลี่ยนแปลงต่างๆทั้งภายในและภายนอก ทำให้ผู้สูงอายุมีแนวโน้มจะกลับไปเป็นเหมือนเด็กที่ต้องการการพึ่งพาอาศัยจากผู้อื่นสัญญาณเตือนที่บ่งชี้ว่าผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับการดูแลสุขภาพจิตอย่างใกล้ชิด อาทิ ๑) มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เกิดความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ เบื่อหน่าย ๒) ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ค่อยๆ แยกตัวออกมาจากสังคม ๓) ไม่อยากทำอะไร ๔) มีความเกี่ยวข้องกับโรคทางกาย เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ๕) ขาดกำลังใจ จากสัญญาณเตือนเหล่านี้ สามารถพัฒนาจนกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ซึ่งปัจจุบันพบว่า ๑๐-๒๐% ของผู้ที่อายุมากกว่า ๖๐ ปี มีภาวะซึมเศร้าโดยเฉพาะผู้หญิง และยิ่งมีอายุมากความเสี่ยงก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้อัตราฆ่าตัวตายยังพบในผู้สูงอายุมากกว่าวัยอื่นๆ สะท้อนให้เห็นสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคงของคนสูงวัย การดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากคนใกล้ชิด ด้วยวัยที่ห่างกันอาจจะทำให้การสื่อสารแตกต่างกันบ้าง ลูกหลานควรพยายามปรับตัวเพื่อที่จะเข้าใจคนวัยนี้มากขึ้นสิ่งแรกที่แนะนำ คือทำให้พวกเขารู้สึกมีส่วนร่วมกับครอบครัว โดยการใช้เวลาอยู่กับผู้สูงอายุ พูดคุยและรับฟัง รวมถึงดูแลใส่ใจด้านสุขภาพ พาผู้สูงอายุในบ้านไปพบแพทย์ นอกจากการสนับสนุนภายในครอบครัวแล้ว สังคมภายนอกเองก็มีผลอย่างมาก ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่แต่ในบ้านมีแนวโน้มเกิด “ภาวะเนือยนิ่ง” คือมีความรู้สึกห่อเหี่ยว หดหู่ ดังนั้นการทำกิจกรรมต่างๆตามความสนใจจะสามารถช่วยเยียวยาจิตใจผู้สูงวัยได้มากทีเดียว
กิจกรรมทางสังคมจะทำให้ผู้สูงอายุได้พบปะกับผู้อื่นในวัยใกล้เคียงกัน จึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ปรับตัวและยอมรับตัวเองได้ง่ายขึ้น สนับสนุนให้พวกเขามีความนับถือในตัวเอง ป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้า แนวทางการจัดกิจกรรมสังคมควรจะมีความหลากหลายและสามารถแก้ปัญหาของผู้สูงอายุได้ เช่น ช่วยดูแลสุขภาพ ทำให้จิตใจสดชื่น มีความภูมิใจในชีวิต จัดการกับสภาวะอารมณ์ เป็นต้น กิจกรรมทางสังคมที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ กิจกรรมรูปแบบออกกำลังกาย กิจกรรมเผยแพร่ความรู้ กิจกรรมส่งเสริมความรู้ให้ผู้สูงอายุ กิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมตามประเพณีและศาสนา กิจกรรมพัฒนาสังคมกิจกรรมธรรมปฏิบัติ
จากข้อมูลจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ เพื่อการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงเทศบาลเมืองทุ่งตำเสา ณ เดือนกันยายน ๒๕๖๖ มีประชากรทั้งหมด ๑๗,๑๘๓ คน มีผู้สูงอายุ (อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป) จำนวน ๒,๕๑๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๔.๖๓ซึ่งถือว่าตำบลทุ่งตำเสาก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) (อ้างอิง กลุ่มเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพเครือข่าย
กองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ : สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) คือ สังคมที่มีประชากรอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปที่อยู่จริงในพื้นที่ต่อประชากรทุกช่วงอายุในพื้นที่เดียวกัน และมีอัตราเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ ๑๐ ขึ้นไป หรือมีประชากรอายุ ๖๕ ปีขึ้นไปที่อยู่จริงในพื้นที่ต่อประชากรทุกช่วงอายุในพื้นที่เดียวกัน อัตราเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ ๗) ทั้งนี้พบว่าตำบลทุ่งตำเสามีผู้สูงอายุกลุ่มติดเตียง จำนวน ๑๕ ราย กลุ่มติดบ้าน จำนวน ๔๑ ราย กลุ่มติดสังคม จำนวน ๒,๔๓๑ ราย เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพตามช่วงวัยส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาการผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมได้มีกิจกรรมทางสังคมที่เหมาะสม งานสังคมสงเคราะห์ ฝ่ายอำนวยการ สำนักปลัดเทศบาล จึงได้จัดทำ “โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยกิจกรรมทางสังคม” ขึ้น
- เพื่อป้องกันภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุโดยใช้กิจกรรมทางสังคม
- เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมมีกิจกรรมทางสังคมที่เหมาะสม
- ประเมินภาวะซึมเศร้าในกลุ่มผู้สูงอายุผู้เข้าร่วมกิจกรรม ก่อนและหลัง
- นันทนาการเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะแบบองค์รวม
- หิ้วปิ่นโต ฟังธรรม
- จัดประชุมชี้แจงโครงการ /สรุปผลโครงการ
- คัดเลือก “ผู้สูงอายุตัวอย่างตำบลทุ่งตำเสา”
๑.ผู้สูงอายุได้รับการประเมินความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้า
๒.ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทางสังคมเหมาะสม ป้องกัน/ลดจำนวนผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน/ติดเตียงในชุมชน
๓.มีข้อมูลสุขภาพเพื่อเฝ้าระวังภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุให้แก่ครอบครัวและหน่วยบริการสาธารณสุขดูแลต่อเนื่อง