โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนชีวิตพิชิตโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตามวิถีชุมชน ปี2567
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนชีวิตพิชิตโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตามวิถีชุมชน ปี2567
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนชีวิตพิชิตโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตามวิถีชุมชน ปี2567 | |
| รหัสโครงการ | 67-L3069-10(1)-06 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่ากูโบ | |
| วันที่อนุมัติ | 30 มกราคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 35,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางฮานีซะ แวสอเฮาะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | เขตพื้นที่ตำบลปุโละปุโย |
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 11.33
- ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 13.61
- กลุ่มป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ ขนาด 46.19
องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ได้ไห้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกคนทุกภาคส่วนในสังคมในการพัฒนาด้านต่างๆโดยเฉพาะด้านการเสริมสร้างสุขภาวะให้คนปัตตานีมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจสามารถดูแลตนเองได้โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาทุนสังคม และภูมิปัญญาชุมชน ตลอดจนการมีส่วนร่วมของพื้นที่ในระดับท้องถิ่นและได้กำหนดเกณฑ์ชี้วัดความสำเร็จของการสร้างสุขภาวะให้คนปัตตานีแข็งแรงส่วนหนึ่งนั้นโดยได้กำหนดตัวชี้วัดของโรคไม่ติดต่อได้แก่โรคความดันโลหิตสูงโรคอัมพฤกษ์อัมพาตโรคเบาหวานโรคหลอดเลือดหัวใจโดยกำหนดให้มีกิจกรรมการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยในชุมชน และให้มีการลดละกิจกรรมเสี่ยงอันได้แก่ละเลิกการสูบบุหรี่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ลดอาหารที่มีรสหวานมันเค็มและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานผักผลไม้เพิ่มขึ้นมีการออกกำลังกายเป็นประจำลดภาวะน้ำหนักเกิน การดำเนินงานไห้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนนั้นจำเป็นจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง และการกำหนดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมของพื้นที่
จากการคัดกรองความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ในปี2566เป้าหมายประชากร 15 ปีขึ้นไป จำนวน 1,661 คน คัดกรองได้ 875 คน คิดเป็นร้อยละ 52.67 แยกเป็น กลุ่มประชากร 35ปีขึ้นไปเป้าหมาย คัดกรองเบาหวาน 939 คน คัดกรองได้867คนคิดเป็นร้อยละ92.33พบกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคเบาหวาน จำนวน 118 คน คิดเป็นร้อยละ 13.61 กลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 1.37ผู้ป่วยรายใหม่12 คน คิดเป็นร้อยละ 1.37 และคัดกรองความดันโลหิตสูง786 คน คิดเป็นร้อยละ 92.31 พบกลุ่มเสี่ยงสูงต่อความดันโลหิตสูง จำนวน 87 คน คิดเป็นร้อยละ 11.33 กลุ่มสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 3.12 ผู้ป่วยรายใหม่ 24 คน คิดเป็นร้อยละ 3.12 และกลุ่มป่วยเบาหวานควบคุมได้เกณฑ์ ร้อยละ40กลุ่มป่วยความดันโลหิตสูงควบคุมได้ ร้อยละ60 ปี2566 พบว่ากลุ่มป่วยเบาหวาน จำนวน 92 คนสามารถควบคุมได้ 10คนคิดเป็นร้อยละ10.87 กลุ่มป่วยความดันโลหิตสูง 210คนสามาถควบคุมได้97คน คิดเป็นร้อยละ46.19
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่ากูโบ มุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพความครอบคลุมการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จึงได้จัดทำโครงการปรับพฤติกรรม เปลี่ยนชีวิต พิชิตโรคเบาหวาน/ความโลหิตสูง ตามวิถีชุมชน ปีงบประมาณ2567 ขึ้นโดยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างความร่วมมือและพัฒนากิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดอัตราเพิ่มของผู้ป่วยเบาหวานความดันโลหิตสูง และลดภาวะแทกซ้อนในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
- 1.เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอยู่ใประชาชนนเกณฑ์ปกติและกลุ่มป่วยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถควบคุมได้
- ติดตาม และประเมินผลการดำเนินโครงการ
- การสร้างแกนนำวิทยากรและการพัฒนาหลักสูตรเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- จัดซื้อจัดทำป้ายไวนิล วัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนจัดเตรียมสถานที่สำหรับจัดกิจกรรม
- การดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง และการพัฒนาเครือข่ายกลุ่มเสี่ยง
- กิจกรรมติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสียง ครั้งที่ 1 เมื่อครบ 1 เดือน
- ติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสียง ครั้งที่ 2 เมื่อครบกำหนด 4 เดือน( ครั้งที่1 กับครั้งที่ 2ห่างกัน 3เดือน)
- จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และคัดเลือกบุคคลต้นแบบ โดยให้ผู้ที่เป็นบุคคลต้นแบบมาเล่าประสบการณ์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองพร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมีผลการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด/ระดับความดันโลหิต เปลี่ยนแปลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ 2.กลุ่มป่วยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารถควบคุมโรคได้ ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน 3. มีเครือข่าย/แกนนำด้านสุขภาพในชุมชน 4. เกิดนวัตกรรมสุขภาพในชุมชน