ส่งเสริมสุขภาพชุมชนบ้านไบก์ห่างไกลจากโรคเรื้อรัง
ส่งเสริมสุขภาพชุมชนบ้านไบก์ห่างไกลจากโรคเรื้อรัง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ส่งเสริมสุขภาพชุมชนบ้านไบก์ห่างไกลจากโรคเรื้อรัง | |
| รหัสโครงการ | 67 L4135 02 13 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านไบก์ | |
| วันที่อนุมัติ | 31 กรกฎาคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 สิงหาคม 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 18,800.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ||
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา |
จากการสํารวจปัญหาสุขภาพของประชาชนชุมชนบ้านไบก์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 พบว่าปัญหาสุขภาพ การ มีดัชนีมวลกายสูง ความดันโลหิตสูง จํานวน 106 คน และเบาหวาน จํานวน 27 คน ไขมันในเลือดสูง 23 คน มีปัจจัย ความเสี่ยงที่ละเลยการตรวจสุขภาพ ปัญหาสําคัญคือ 1.บกพร่องความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเอง 2.ขาดแรงจูงใจและแรง สนับสนุนจากผู้นําชุมชน 3.ปัญหาในเรื่องอุปสรรคทางวัฒนธรรม คี คอ ความอาย ซึ่งต้องมีการเสริมสร้างพลังอํานาจไน การแก้ไขปัญหาเหล่านั้น รูปแบบการเสริมสร้างพลังอํานาจเป็นรูปแบบ คือ การให้ความรู้เกี่ยวกับการดแลสุขภาพร่วมกับการจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพในชุมชน องค์ประกอบพื้นฐาน ได้แก่ ความเจ็บป่วยเรื้อรังที่สามารถป้องกันได้ โดย การมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม การออกกําลังกาย การพักผ่อนหย่อนใจเพื่อคลายความเครียด การ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการตรวจคัดกรองโรคด้วยตนเอง เป็นต้น ทางชมรม อสม. หมู่ 5 บ้านไบก์ได้ตระหนักถึงความสําคัญ จึงได้จัดทําโครงการส่งเสริมสุขภาพชุมชนบ้านไบก์ ห่างไกลโรคเรื้อรัง โดยการผสมผสานการดูแลสุขภาพหลากหลายวิธี เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของ ประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและรับผิดชอบการดูแลสุขภาพตนเอง เพื่อนําไปสู่การส่งเสริม สุขภาพด้วยตนเองที่ยั่ยืน จึงได้มีแนวคิดในการจัดโครงการเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพประชาชน ที่ครอบคลุมเกี่ยวกับ การให้ความรู้ ส่งเสริมการตระหนักในการดูแลสุขภาพของตนเอง
- 1. ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการตรวจสุขภาพทุกเดือน
- ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับความรู้เรื่องการควบคุม พัฒนาพฤติกรรมเพื่อสุขภาพกายและจิตที่ดี อาการเพื่อสุขภาพและโภชนาการที่เหมาะสม และการปรับสมดุลร่างกายด้วยท่ามณีเวช 5 ท่า
- - ติดตามตรวจสุขภาพประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ทุกเดือน
- อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน
1.ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลสุขภาพ การจัดการความเครียด อาหาร และการป้องกันโรคต่างๆ
2.ประชาชนมีความตระหนักในความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพในการป้องกันโรคมากขึ้น
3. ประชาชนสามารถถ่ายทอดความรููุ้่บุคลอื่นในครอบครัวได้
4.ประชาชนได้รับการตรวจสุขภาพทุกเดือน