| จัดบริการเยี่ยมบ้านกลุ่มผู้ป่วยโรคโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ |
1 พ.ย. 2567 |
2 ม.ค. 2568 |
|
- รายละเอียดของกิจกรรมที่ดำเนินงาน
- วัตถุประสงค์เพื่อติดตามอาการและประเมินภาวะสุขภาพของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
2.เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีความรู้และทักษะในการดูแลตนเองที่บ้านได้อย่างถูกต้อง
3.เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนและลดความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำ
4.เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ป่วยและครอบครัวให้สามารถปรับตัวกับโรคได้อย่างเหมาะสม
- กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจที่ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาพักฟื้นที่บ้าน
ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจากภาวะเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่ได้รับการคัดกรองแล้ว
ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินทางมาโรงพยาบาลหรือศูนย์สุขภาพชุมชนกำแพงได้ด้วยตนเอง
- รายละเอียดการให้บริการเยี่ยมบ้าน
การเยี่ยมบ้านจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ การประเมินสุขภาพ, การให้ความรู้, และการประสานงาน
การประเมินสุขภาพ: ตรวจวัดสัญญาณชีพ: วัดความดันโลหิต, อัตราการเต้นของหัวใจ, และอุณหภูมิร่างกาย
ประเมินอาการทางระบบประสาท: สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง จะมีการประเมินอาการอ่อนแรง, การพูด, และการทรงตัว
ประเมินภาวะโภชนาการ: ให้คำปรึกษาเรื่องอาหารที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยง
ตรวจเช็คยา: ดูความสม่ำเสมอในการรับประทานยาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับยาที่ต้องใช้
การให้ความรู้และฝึกปฏิบัติ: การดูแลตนเอง: สอนผู้ป่วยและครอบครัวถึงวิธีการทำกายภาพบำบัดเบื้องต้น เช่น การฝึกออกกำลังกายแขนขา
การสังเกตอาการฉุกเฉิน: เน้นย้ำอาการผิดปกติที่ต้องรีบมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เช่น อาการเจ็บหน้าอก, พูดไม่ชัด, หรือหน้าเบี้ยว
การใช้ชีวิตประจำวัน: ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย
การประสานงาน: การส่งต่อ: หากพบอาการที่ผิดปกติหรือภาวะแทรกซ้อน จะประสานงานกับแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที
การทำรายงาน: บันทึกผลการเยี่ยมบ้านลงในระบบข้อมูลสุขภาพชุมชนเพื่อเป็นข้อมูลในการดูแลต่อเนื่อง
- ระยะเวลาการเยี่ยมบ้าน
การเยี่ยมบ้านจะจัดขึ้นตามความเหมาะสมกับอาการของผู้ป่วย โดยจะมีการนัดหมายล่วงหน้า
ผู้ป่วยระยะวิกฤต (หลังออกจากโรงพยาบาลใหม่ๆ): เยี่ยมบ้านอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
ผู้ป่วยที่อาการคงที่: เยี่ยมบ้านอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือตามนัดหมาย
|
|
- ด้านความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน (ADL: Activities of Daily Living)
คะแนน ADL/Barthel Index เพิ่มขึ้น: นี่คือผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดของการเยี่ยมบ้านในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยพบว่า ความสามารถในการช่วยเหลือตนเองของผู้ป่วยเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบกับก่อนการเยี่ยมบ้าน หรือเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการเยี่ยม ความสามารถที่มักดีขึ้นชัดเจน เช่น การอาบน้ำ การใช้ห้องสุขา การสวมใส่เสื้อผ้า การเคลื่อนย้ายตัว และการเดิน
ลดระดับความพิการ: คะแนนความพิการโดยรวม (เช่น Modified Rankin Scale - MRS) มักจะลดลง
- ด้านการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการกำเริบของโรค ลดภาวะแทรกซ้อนที่บ้าน: การเยี่ยมบ้านช่วยให้ทีมสหวิชาชีพสามารถประเมินและแนะนำการดูแลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว เช่น
แผลกดทับ: ผู้ดูแลได้รับคำแนะนำเรื่องการพลิกตะแคงตัวและการดูแลผิวหนังที่ถูกต้อง
ข้อติดแข็ง/กล้ามเนื้อลีบ: มีการแนะนำและฝึกการทำกายภาพบำบัดเบื้องต้นอย่างสม่ำเสมอ
การติดเชื้อ: ผู้ดูแลมีทักษะในการดูแลทางเดินหายใจ (กรณีมีท่อเจาะคอ) และการดูแลสายสวนต่างๆ ได้อย่างถูกสุขลักษณะ
ควบคุมปัจจัยเสี่ยงได้ดีขึ้น: ผู้ป่วยและผู้ดูแลมีความรู้และทักษะในการจัดการกับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคซ้ำหรือภาวะแทรกซ้อน เช่น การจัดการความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง
- ด้านความรู้ ความพึงพอใจ และการสนับสนุนผู้ดูแล
ความรู้เพิ่มขึ้น: ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลมี ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลและฟื้นฟูสภาพเพิ่มสูงขึ้น
ความพึงพอใจสูง: ผู้ป่วยและผู้ดูแลมักมี ความพึงพอใจต่อบริการเยี่ยมบ้านและนวัตกรรมการดูแล ในระดับสูงถึงมากที่สุด เนื่องจากเป็นการบริการที่ตรงตามปัญหา ความต้องการ และบริบทของบ้านอย่างแท้จริง
ความพร้อมของผู้ดูแลดีขึ้น: ผู้ดูแลได้รับคำปรึกษา กำลังใจ และทักษะที่จำเป็น ทำให้เกิดความมั่นใจและลดความเครียดในการดูแลผู้ป่วย
|
|
| ประชุมคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ จำนวน 4 ครั้ง |
1 ธ.ค. 2567 |
4 มิ.ย. 2568 |
|
(ครั้งที่ 1 )
ประเด็นการประชุม: ชี้แจงโครงการ: ผู้เขียนโครงการได้นำเสนอภาพรวมของโครงการฯ วัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ต้องการให้สำเร็จ
แต่งตั้งคณะทำงาน: มีการแต่งตั้งคณะทำงานอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย บุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาล, ตัวแทนจากศูนย์สุขภาพชุมชนกำแพง, ผู้นำชุมชน, และแกนนำ อสม.
กำหนดบทบาทหน้าที่: ทุกคนในคณะทำงานได้รับมอบหมายหน้าที่ที่ชัดเจน เช่น ฝ่ายวิชาการ, ฝ่ายประสานงาน, ฝ่ายข้อมูล, และฝ่ายประชาสัมพันธ์ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีระบบ
(ครั้งที่ 2) ค้นหาข้อมูลผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงนำกลุ่มป่วยไปคัดกรองThai cv risk score และวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการคัดกรอง Thai cv risk score
การประชุมครั้งที่ 2: คัดกรองและวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย
วัน/เวลา: วันที่.....9....เดือน มิถุนายน พ.ศ.2568 เวลา13.00น.
สถานที่:ห้องประชุมศูนย์สุขภาพชุมชนกำแพง
ประเด็นการประชุม: นำเสนอข้อมูลผู้ป่วย: คณะทำงานได้นำเสนอข้อมูลผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่รวบรวมได้จากพื้นที่ เพื่อใช้เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการคัดกรอง
การคัดกรองด้วย Thai CVD Risk Score: มีการสาธิตและทบทวนการใช้แบบประเมิน Thai CVD Risk Score เพื่อให้การคัดกรองมีความแม่นยำและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
วิเคราะห์ข้อมูล: คณะทำงานร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการคัดกรอง เพื่อแบ่งกลุ่มผู้ป่วยตามระดับความเสี่ยง (ต่ำ, ปานกลาง, สูง)
(ครั้งที่ 3 ) ติดตามความต่อเนื่องของโครงการ
การประชุมครั้งที่ 3: ติดตามความต่อเนื่องของโครงการ
วัน/เวลา:วันที่....8.....เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2568
สถานที่: ห้องประชุมศูนย์สุขภาพชุมชนกำแพง
ประเด็นการประชุม: ติดตามความต่อเนื่องโครงการ
รายงานความคืบหน้า: แกนนำแต่ละคนได้รายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่ของตนเอง เช่น จำนวนผู้ที่ได้รับการคัดกรอง, ปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอ, และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การแก้ไขปัญหา: ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น ปัญหาการเข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุ, ปัญหาความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของประชาชนบางกลุ่ม
วางแผนกิจกรรมต่อไป: มีการวางแผนกิจกรรมในระยะถัดไป เช่น การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มเติมสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง, การจัดกิจกรรมให้ความรู้ในรูปแบบใหม่ๆ
ครั้งที่ 4 สรุปผลการดำเนินงานโครงการ
การประชุมครั้งที่ 4: สรุปผลการดำเนินงานโครงการ
วัน/เวลา: วันที่ 22 กรกฏาคม 2568 เวลา13.00 น.
สถานที่: ห้องประชุมศูนย์สุขภาพชุมชนกำแพง
ประเด็นการประชุม:
สรุปผลลัพธ์โครงการ: นำเสนอภาพรวมของโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน
ประเมินผลตัวชี้วัด: วิเคราะห์ผลลัพธ์เทียบกับตัวชี้วัดที่ตั้งไว้ เช่น จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการคัดกรอง, จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อ, การลดลงของจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในระยะยาว
ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา: สรุปบทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานและเสนอแนวทางสำหรับการดำเนินโครงการในอนาคต เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในชุมชน
ผลลัพธ์: โครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีการปรับแผนเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นละได้ข้อสรุปที่สำคัญเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานสุขภาพชุมชนต่อไป
|
|
การประชุมครั้งที่ 1คณะทำงานมีความเข้าใจในทิศทางการดำเนินงานร่วมกันและพร้อมที่จะขับเคลื่อนโครงการอย่างเต็มที่
การประชุมครั้งที่ 2 คณะทำงานสามารถระบุกลุ่มเสี่ยงสูงในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน เพื่อนำไปสู่การวางแผนการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างตรงจุด
การประชุมครั้งที่ 3 การดำเนินงานยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีการปรับแผนเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การประชุมครั้งที่ 4 โครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และได้ข้อสรุปที่สำคัญเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานสุขภาพชุมชนต่อไป
|
|
| สร้างแกนนำคัดกรองโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ |
1 ม.ค. 2568 |
11 มิ.ย. 2568 |
|
เพื่อให้การคัดกรองโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ (CVD Risk) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมในชุมชน จึงได้วางแผนการอบรมและสร้างศักยภาพให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้เป็น “แกนนำคัดกรองโรค” เพื่อทำหน้าที่คัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดทั้งสองชนิด
1. การอบรมพัฒนาศักยภาพ (ระยะที่ 1)
กลุ่มเป้าหมาย: อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 60 คน
วัตถุประสงค์: เพื่อให้ อสม. มีความรู้และทักษะในการคัดกรองโรคเบื้องต้นอย่างถูกต้อง
เนื้อหาการอบรม:
ความรู้เบื้องต้น: ทบทวนความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจ
เครื่องมือการคัดกรอง: ทำความเข้าใจและฝึกใช้แบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD Risk Score)
เทคนิคการวัด: ฝึกการวัดความดันโลหิต, การวัดรอบเอว, และการประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่ถูกต้อง
การให้คำปรึกษา: เรียนรู้เทคนิคการสื่อสารและให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยในชุมชน
การใช้แอปพลิเคชัน/เครื่องมือดิจิทัล: สอนการบันทึกผลการคัดกรองลงในระบบฐานข้อมูลสุขภาพชุมชน
2. การสร้างแกนนำคัดกรอง (ระยะที่ 2)
หลังจากผ่านการอบรม อสม. จะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นแกนนำคัดกรองในพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้:
การคัดกรองในกลุ่มเป้าหมาย: แกนนำจะเข้าถึงกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชนเพื่อคัดกรองและประเมินความเสี่ยงด้วยแบบประเมิน CVD Risk Score
การลงพื้นที่: จัดกิจกรรมลงพื้นที่เป็นประจำเพื่อตรวจสุขภาพเบื้องต้นและให้คำแนะนำด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
การส่งต่อผู้ป่วย: หากพบผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีอาการที่น่าสงสัย จะประสานงานกับโรงพยาบาลหรือศูนย์สุขภาพชุมชนกำแพงเพื่อส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์โดยเร็ว
การสร้างเครือข่าย: ทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนและผู้นำศาสนาเพื่อจัดตั้งเครือข่ายสุขภาพในชุมชน และใช้สื่อประชาสัมพันธ์ที่จัดทำขึ้น เช่น ป้ายไวนิลและวิดีโอ YouTube เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่คนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
|
|
ระยะสั้น: ประเมินความรู้และทักษะของแกนนำหลังการอบรม
ระยะกลาง: ติดตามผลการคัดกรองและการส่งต่อผู้ป่วยในพื้นที่
ระยะยาว: ประเมินผลลัพธ์ในภาพรวม เช่น จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษา, ความรู้ด้านสุขภาพของคนในชุมชนที่เพิ่มขึ้น, และอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจที่ลดลง
|
|
| จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ความรู้เรื่องโรคโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ |
1 ก.พ. 2568 |
1 ก.พ. 2568 |
|
1.จัดทำป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โรคโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ จำนวน 12 ป้าย
2. จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์โรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ (YOUTUBE )เผยแพร่ให้ความรู้ในรพ./ ในชุมชน
3 คลิปวิดีโอเรื่องโรคโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
แผนการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
เพื่อให้ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเข้าถึงประชาชนในวงกว้างและมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำแผนการผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ที่หลากหลาย ดังนี้
- ป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์ จำนวน: 12 ป้าย
วัตถุประสงค์: เพื่อติดตั้งในพื้นที่สาธารณะที่มีผู้คนพลุกพล่าน เช่น โรงพยาบาล, ศูนย์บริการสาธารณสุข, มัสยิด, ตลาด และศาลาประชาคมหรืออาคารSMLประจำหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นและจดจำข้อมูลสำคัญได้ง่าย
รายละเอียดเนื้อหา: แต่ละป้ายจะเน้นข้อมูลที่กระชับ เข้าใจง่าย และมีภาพประกอบที่ชัดเจน
ในป้ายประกอบด้วย: โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เน้นอาการสำคัญที่ต้องรีบสังเกต “F.A.S.T” (Face-Arm-Speech-Time) และความสำคัญของการมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
: โรคหลอดเลือดหัวใจ (Heart Attack) เน้นอาการเจ็บหน้าอกแบบไหนที่น่าสงสัย และปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง
: การป้องกันโรคทั้งสองชนิด เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การควบคุมอาหาร, การออกกำลังกาย, การงดสูบบุหรี่ และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ
3.สื่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง YouTube
วัตถุประสงค์: เพื่อเผยแพร่ความรู้เชิงลึกในรูปแบบวิดีโอที่น่าสนใจ เข้าถึงง่าย และสามารถรับชมซ้ำได้
รูปแบบ: จัดทำเป็นวิดีโอซีรีส์สั้นๆ เพื่อให้ข้อมูลที่เจาะลึกแต่ไม่น่าเบื่อ
เนื้อหา:
ตอนที่ 1: “รู้จักโรคหลอดเลือดสมอง” - อธิบายสาเหตุ, อาการ, และประเภทของโรค
ตอนที่ 2: “รู้จักโรคหลอดเลือดหัวใจ” - อธิบายอาการเจ็บหน้าอกที่อันตราย, สาเหตุ, และการรักษา
ตอนที่ 3: “การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรค” - แนะนำการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต, อาหาร, และการออกกำลังกาย
ตอนที่ 4: “นาทีชีวิต...ต้องทำอย่างไรเมื่อเจอผู้ป่วย” - สอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและขั้นตอนการขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
|
|
ผลจากการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เหล่านี้ จะช่วยให้ความรู้ด้านสุขภาพเข้าถึงประชาชนในทุกช่วงวัยและทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตและพิการจากโรคทั้งสองชนิดได้อย่างยั่งยืน
|
|
| อบรมพัฒนาศักยภาพ ให้ความรู้และคืนข้อมูลสถานการณ์โรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจให้กับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา อสม.และเครือข่ายในพื้นที่ |
1 พ.ค. 2568 |
5 ส.ค. 2568 |
|
- รายละเอียดของกิจกรรมที่ดำเนินงาน
การอบรมให้ความรู้ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเป็นโรคที่มีความสำคัญและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากร โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแกนนำหลักในการดูแลและให้ความรู้แก่ชุมชน ทั้งผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เนื้อหาการอบรม
ภาคทฤษฎี: ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ: ทำความเข้าใจสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และประเภทของโรค
อาการและสัญญาณเตือน: เรียนรู้วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของโรค เช่น อาการแขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง และอาการเจ็บหน้าอกร้าวไปแขนซ้ายสำหรับโรคหลอดเลือดหัวใจ
การดูแลรักษาและการป้องกัน: แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกาย
การประเมินอาการเบื้องต้น: ฝึกปฏิบัติการประเมินอาการผู้ป่วยตามหลัก “FAST” (Face-Arm-Speech-Time) สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง
|
|
- จากการประเมินผลหลังการอบรมพบว่า ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเพิ่มขึ้น
อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเรื่อง สัญญาณเตือนของโรค ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชุมชน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังให้ความสนใจในการฝึกปฏิบัติเป็นพิเศษ และเห็นถึงความสำคัญของการนำความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่คนในครอบครัวและสมาชิกในชุมชน
ด้านความรู้: ผู้เข้าร่วมกว่า 95% สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับอาการและสัญญาณเตือนของโรคได้อย่างถูกต้องด้านทัศนคติ: ผู้เข้าร่วมแสดงความมุ่งมั่นที่จะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองและคนรอบข้าง
ด้านการนำไปใช้: มีการวางแผนที่จะจัดกิจกรรมให้ความรู้ต่อในชุมชนและมัสยิด โดยผู้นำศาสนาและอสม.จะเป็นแกนนำในการขับเคลื่อน
ผลลัพธ์
ผู้นำศาสนามีการการประชาสัมพันธ์เสียงตามสายหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน และสอนให้ความรู้ในการอ่านคุตบะฮ์ทุกวันศุกร์ก่อนการละหมาด ผู้นำชุม/อสม.สามารถนำความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจไปถ่ายทอดในครอบครัวและชุมชน ทำให้ประชาชนมีความรู้เพิ่มขึ้น มีความตระหนักในการป้องกันโรค และให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมโครงการได้เป็นอย่างดี
|
|
| อบรมพัฒนาศักยภาพให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีภาวะเสี่ยงสูงต่อโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจและผู้ดูแล |
1 มิ.ย. 2568 |
18 มิ.ย. 2568 |
|
1.รายละเอียดของกิจกรรมที่ดำเนินงาน
บรรยายให้ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ มีการทำ Pre-test .Post-test ก่อนและหลังการอบรม
2.ทักษะการดูแลตนเอง: ผู้ป่วยสามารถระบุสัญญาณอันตรายของโรคได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เช่น อาการชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว และอาการเจ็บหน้าอก
3.ผู้เข้ารับการอบรมสามารถวางแผนการดูแลตนเองได้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์
4.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: ผู้เข้ารับการอบรมส่วนหนึ่งเริ่มมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเห็นได้ชัด เช่น การลดการบริโภคอาหารเค็มและหวาน การเพิ่มกิจกรรมทางกาย และการตรวจวัดความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ
5.ความพึงพอใจ: ผู้เข้าร่วมอบรมแสดงความพึงพอใจต่อเนื้อหาและรูปแบบการอบรมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายแล
|
|
ผลการอบรม
1.ผู้เข้ารับการอบรมร้อยละ80 มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องมากขึ้นเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง อาการเตือน และวิธีการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
2.ผู้เข้ารับการอบรมมีการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นและตระหนักถึงอันตรายและความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจที่เกิดจากเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงได้ดีขึ้น ทำให้เกิดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 80
|
|
| สรุปผลการดำเนินกิจกรรม |
1 ส.ค. 2568 |
1 ส.ค. 2568 |
|
สรุป ผลการดำเนินกิจกรรม จัดทำรูปเล่มจำนวน 4 เล่ม
|
|
จัดทำรูปเล่ม จำนวน 4 เล่ม
|
|