กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)

กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายสุขภาพจิตและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 27 มี.ค. 2568 21 ก.ค. 2568

 

-ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการ -เปิดโครงการกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกายสุขภาพจิตและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ -เชิญวิทยากรบรรยายในหัวข้อ"ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกายสุขภาพจิต" -รับประทานอาหารว่าง -พักเที่ยง -เชิญวิทยากรบรรยายในหัวข้อ "ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ" -รับประทานอาหารว่าง -สาธิตเมนูสุขภาพ -ประเมินสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ -ปิดโครงการ

 

09.00 น.ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจำนวน 80 คน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ทั้งหมด 60 คน คิดเป็นร้อยละ 75.00 มีเพศชาย จำนวน 10 คน และเพศหญิง จำนวน 50 คน 09.30 น.เปิดโครงการกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกายสุขภาพจิตและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งมีนายกรณ์ รัตนนท์ เป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการในกิจกรรมครั้งนี้ และได้อธิบายรายละเอียดของโครงการให้ผู้เข้าร่วมโครงการรับทราบ ถึงวัตถุประสงค์ในกิจกรรมและแนวทางการปฏิบัติงานต่อไป 09.00-12.00 น. เชิญวิทยากรบรรยายในหัวข้อ"ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกายสุขภาพจิต" โดยในการอบรมครั้งนี้ได้รับเชิญ นางภาขวัญ เศรษฐสุข นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เป็นวิทยากรในการบรรยายในครั้งนี้ ซึ่งทางวิทยากรได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อให้เกิดรูปแบบการอบรมที่น่าสนใจ ซึ่งหัวข้อในการบรรยายครั้งนี้ได้กล่าวถึง ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับคนเรามีสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งมาจากการที่ร่างกายและจิตใจเสียสมดุล โดยมีปัจจัยจากสภาพแวดล้อม มลพิษ สารเคมี ฝุ่นละอองและเชื้อโรค รวมถึงการดำเนินชีวิตประจำวันที่มีความเร่งรีบ แข่งขัน ทำให้เกิดผลต่อจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือซึมเศร้า แม้ว่าธรรมชาติร่างกายของเราจะมีกลไกในการปกป้องและรักษาตนเองจากการเจ็บป่วยได้ แต่การรักษาสมดุลของทั้งร่างกายและจิตใจน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยป้องกันการเจ็บป่วย ทั้งช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้เซลล์และอวัยวะภายในร่างกายมีความสมบูรณ์ แข็งแรง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการอบรมมีผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจ จำนวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 -รับประทานอาหารว่าง ในเวลา 10.30 น. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้คลายเคลียดและมีการพูดคุยซึ่งกันและกัน -พักเที่ยง 13.00-14.00 น.เชิญวิทยากรบรรยายในหัวข้อ "ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ" โดยในการอบรมครั้งนี้ได้รับเชิญ นางภาขวัญ เศรษฐสุข นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เป็นวิทยากรในการบรรยายในครั้งนี้ ได้กล่าวการออกกำลังกายในผู้สูงอายุจะต้องทำตามสภาพร่างกายและไม่หักโหมจนเกินไปเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ กิจกรรมออกกำลังกายที่แนะนำ ได้แก่ เดินรอบหมู่บ้าน รำไทเก๊ก กายบริหาร เดินในน้ำ ออกกำลังกายท่านั่ง โดยควรทำตามคำแนะนำของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุแล้ว การออกกำลังกายมีประโยชน์ช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ทำให้ไม่แตกหักง่าย เสริมการทรงตัว และช่วยให้อวัยวะต่างๆ ทำงานประสานงานกันได้ดีขึ้น และยังสามารถช่วยให้จิตใจแจ่มใส ลดความเครียด และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจอุดตัน และโรคเบาหวานได้อีกด้วย ในการอบรมมีผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจ จำนวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 -รับประทานอาหารว่าง 14.30 - 15.00 น. สาธิตเมนูสุขภาพ เนื้อปลาเหมาะกับผู้สูงอายุ เพราะย่อยง่าย /ไข่ไก่ หรือไข่เป็ดควรต้มจนสุด/นมสดพร่องมันเนยเป็นอาหารที่ให้แคลเซียม และโปรตีน/ถั่วเมล็ดแห้งเป็นอาหารที่ให้โปรตีนสูง และมีราคาถูก ใช้แทนอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้ เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร เป็นต้น ซึ่งเมนูที่สาธิตดังนี้ 1.โจ๊ก ข้าวต้มปลา ข้าวโอ๊ตต้มใส่นม ไข่ตุ๋น 2.ผัดไข่ เห็ดผัดน้ำมันหอย ผัดดอกกุ้ยช่ายตับ ผัดไชโป้วใส่ไข่ ผัดผัดบุ้ง 3.ซุปมะเขือเทศ ซุปเห็ด ซุปฟักทอง ซุปลูกเดือย ซุปข้าวกล้อง ซุปธัญพืช 15.00 - 16.00 น.ประเมินสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ โดยทางผู้รับผิดชอบกิจกรรมได้อธิบายถึงการประเมินตนเอง ซึ่งแบบเป็นการประเมินความรู้ตนเอง โดยก่อนการประเมินมีผู้สุขภาพจิต อารมณ์วันนี้ มีความเป็นห่วง จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 3.33 มีความสนุก จำนวน 50 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33 มีความกรุ่นคิด จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.66 และความโกรธ จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0.00
-ปิดโครงการ

 

การออกกำลังกายด้วยฤาษีคัดตนอย่างต่อเนื่อง 12 พ.ค. 2568 8 ส.ค. 2568

 

ออกกำลังด้วยฤาษีคัดตน 15 ท่า อย่างต่อเนื่อง

 

1.ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมการออกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ตลอดสิ้นสุดโครงการและยังสามารถเป็นกิจกรรมยามเย็นในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง 2.ผู้สูงอายุได้มีท่าการออกำลังกายที่ชัดเจน และเหมาะสมกัยวัย จำนวน15 ท่า เพื่อใช้ในการออกำลังกายตนเอง เป็นประจำได้ทุกวัน 3.ผู้สูงอายุสามารถรวมทีมและแกนนำในการออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง 4.ผู้สูงอายุสามารถแนะนำและสอนสมาชิกในกลุ่มให้สนใจและร่วมกิจกรรมการออกำลังกายท่าฤาษีคัดตน ได้อย่างต่อเนื่องและสามารถฝึกตนเองให้เป็นชีวิตประจำวันได้ 5.ผู้สูงอายุสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง คิดเป็นร้อยละ 70.00 ของท่าฤาษีคัดตนทั้งหมด

 

ประชุมคณะกรรมการชมรมฯและที่ปรึกษา ครั้งที่ 1 2 มิ.ย. 2568 2 มิ.ย. 2568

 

1.มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ 2.มีแผน/กิจกรรม 3.ได้รายชื่อผู้สูงอายุที่สมัครเข้าร่วมชมรม

 

คณะกรรมการชมรม จำนวน 15 คน และที่ปรึกษา จำนวน 5 คน รวมเป็น 20 คน ประชุมขับเคลื่อนชมรม ทุก 3 เดือน โดยในการประชุมคณะกรรมการชมรมและที่ปรึกษาในครั้งนี้ ทางชมรมผู้สูงอายุและสมาชิกชมรมได้ตกลงรายละเอียดในการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ดังนี้ 1.วางแผนการดำเนินงานจำนวนสมาชิกในการเข้าร่วมโครงการจำนวน 80 คน โดยมีการแบ่งกลุ่มในการจัดเป็น 2  กลุ่ม เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความเข้าใจกันอย่างทั่วถึง 2.ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมชมรมกิจกรรมในโครงการโดยทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการต้องสามารถปฏิบัติกิจกรรมต่างๆได้ ตามความเหมาะสมและประเมินตนเองได้เมื่อสิ้นสุดโครงการ 3.ทางคณะกรรมการให้ข้อเสนอแนะในการมีสติ้กเกอร์สำหรับกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมได้ดำเนินการแล้วเพื่อเป็นกำลังใจในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ 4.คณะกรรมชมรมได้กำหนดให้แผนกิจกรรมต่างๆให้เป็นไปตามรูปแบบกิจกรรมและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของกิจกรรม เพื่อให้กิจกรรมสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ 5.คณะกรรมชมรมได้ให้ข้อเสนอแนะว่าให้มีการเชิญหนังสือในการเข้าร่วมกิจกรรมที่ชัดเจนเพื่อกำหนดกลุ่มเป้าที่ชัดเจนตามวัตถุประสงค์ของแต่ละกิจกรรมนั้นๆ

 

กิจกรรมที่ 4 อบรมลดโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ 12 มิ.ย. 2568 1 ส.ค. 2568

 

เวลา 09.00 น ผู้รับผิดชอบงานเตรียมสถานที่และรับการลงทะเบียนจากผู้เข้าร่วมอบรม เวลา 09.30 น.ผู้รับผิดชอบกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม เวลา 09.45 น. ประธานชมรมกล่าวเปิดกิจกรรม เวลา 10.00 - 12.00 น. เชิญวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ " โรคข้อเข่าเสื่อม " เวลา 12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง เวลา 13.00 - 15.30 น.  เชิญวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ " การดูแลข้อเข่าเสื่อมด้วยสมุนไพร " เวลา 15.30 น. ทักถามข้อสงสัยและปิดกิจกรรม

 

เวลา 09.00 น ผู้รับผิดชอบงานเตรียมสถานที่และรับการลงทะเบียนจากผู้เข้าร่วมอบรม โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมาย 40 คน มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 77.5 เวลา 09.30 น.ผู้รับผิดชอบกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม โดยกล่าวถึงการดำเนินงานต่างๆในกิจกรรมที่ผ่านเพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมเข้าใจและสนใจการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น เวลา 09.45 น. ประธานชมรมกล่าวเปิดกิจกรรม โดยนางชะบา อินทร์เอียด ประธานชมรมได้กล่าว ถึงกิจกรรมที่ดำเนินงานในครั้งนี้ให้ผู้เข้าร่วมอบรมรับทราบถึงวัตถุประธานในกิจกรรมครั้งนี้ต่อไป โดยได้เชิญ นายประเทือง อมรวิริยะชัย ผอ.รพ.สต.บ้านชะรัด ได้พบปะพูดคุยในเรื่องการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบยั่งยืนและการทำกิจกรรมต่างๆในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ เวลา 10.00 - 12.00 น. เชิญวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ " โรคข้อเข่าเสื่อม " ถือเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการใช้งานของข้อเข่ามาเป็นเวลานาน แต่ในปัจจุบันพบว่า โรคข้อเข่าเสื่อมพบได้บ่อยขึ้นในผู้ที่ยังอายุน้อย โดยเฉพาะในช่วงวัยกลางคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องของอายุ แต่เป็นเรื่องของการมีน้ำหนักตัวเกิน และการใช้ข้อเข่ามากเกินไปหรือใช้ผิดท่าผิดวิธี จนทำให้เกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าปกติ มีอาการปวดขัดที่ข้อเข่า ไปจนถึงมีความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ตลอดถึงได้กล่าวการดูแลและวิธีการป้องกันเพื่อลดโรคข้อเข่าเสื่อมในอนาคต ทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ มีความรู้ความเข้าใจในโรคข้อเสื่อมจากการถามตอบ จากจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม 31 คน คิดเป็นร้อยละที่มีความเข้าใจ 75.00 เวลา 12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง เวลา 13.00 - 15.30 น. เชิญวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ " การดูแลข้อเข่าเสื่อมด้วยสมุนไพร " การพอกเข่าด้วยสมุนไพร เป็นการรักษาอาการปวดเข่าและอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อเข่าเสื่อม โดยใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามาพอกบริเวณรอบเข่า เพื่อบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น การพอกเข่าด้วยสมุนไพรเป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ และมีการพัฒนาต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน สมุนไพรที่นิยมใช้ในการพอกเข่า: ไพล: มีสรรพคุณแก้ปวด ลดการอักเสบ และช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ขมิ้นชัน: มีสาร Curcuminoids ที่ช่วยลดการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ขิง: ช่วยลดอาการปวดและช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ยาห้าราก และเถาวัลย์เปรียง เป็นยาช่วยให้ลดอาการปวดเข่าได้ดี โดยจากการอบรมการพอกเข่าลดอาการปวดในครั้งนี้พบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมพึงพอใจมาก คิดเป็นร้อยละ 100.00 และสามารถนำสมุนไพรที่ได้กลับไปใช้ได้อีกที่บ้าน เพื่อบรรเทาอาการข้อเข่าดังกล่าว
เวลา 15.30 น. ทักถามข้อสงสัยและปิดกิจกรรม

 

เยี่ยมเสริมพลัง 12 มิ.ย. 2568 31 ส.ค. 2568

 

ประชุมและสำรวจผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพและฐานะทางครอบครัวที่มีปัญหา ในหมู่บ้านที่รับผิดชอบ

 

จากประชุมคณะทำงาน พบว่า ทางผู้ร่วมประชุมได้เสนอแนวคิดให้พิจาณาการเยี่ยมเสริมพลังผู้สูงอายุที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและปัญหาทางครอบครัว รวมทั้งการโดดเดี่ยวที่ต้องดูแลสุขภาพของตนเองเพียงลำพัง ทำให้คณะผู้จัดได้เสนอรายชื่อที่สมควรลงเยี่ยมเสริมพลังในปีนร้จำนวน 6 คน ซึ่งคัดเลือกหมู่บ้านละ 1 คนที่มีปัญหาดังกล่าว ได้แก่ หมู่ที่ 4 จำนวน 1 รายได้แก่ นายหรอ ราคิมาน หมู่ที่ 5 จำนวน 1 รายได้แก่ นายหมาน ยาชะรัด หมู่ที่ 6 จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายเชือน ราชรักษ์ หมู่ที 7 จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายปลื้ม ยาชะรัด หมู่ที่่ 8 จำนวน 1 รายได้แก่ นางมะ และหมู่ที่ 9 จำนวน 1 ราย ได้แก่ นางหงส์ นุชมุสิทธิ์ รวมทั้งหมด 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 100.00 ซึ่งในการเยี่ยมเสริมพลังครั้งนี้ ทางชมรมผู้สูงอายุได้พูดคุย ถามเรื่องสุขภาพปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นและหาแนวทางการดูแลรักษาต่อไป ทำให้ผู้สูงอายุดังกล่าวมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปและยังกระตุ้นให้ผู้สูงอายุรักสุขภาพตนเองให้มากยิ่งขึ้น

 

สาธิตการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตน 29 ก.ค. 2568 29 ก.ค. 2568

 

แกนนำผู้สูงอายุ จำนวน 30 คน ร่วมกันเข้าร่วมการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตน ในเวลา 16.00 - 17.00 น. ของทุกวัน

 

1.มีแกนนำผู้สูงอายุ เป้าหมาย จำนวน 30 คน เข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตน ซึ่งในการอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม จำนวน 16 คน คิดเป็น 53.33
2.มีแกนนำสามารถปฏิบัติได้และถ่ายทอดความรู้ในการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตน จำนวน 15 ท่า ได้อย่างถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ 80.00 3.วิทยากรสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แกนนำเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้ที่บ้านและในชุมชน คิดเป็นร้อยละ 90.00 4.แกนนำสามารถเข้าใจและท่าการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตนท่าที่ 1-ท่าที่ 15 ได้อย่างเข้าใจ คิดเป็นร้อยละ 80.00
5.วิทยากรให้แกนออกมาสาธิตเพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อวัดระดับความเข้าใจและความถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ 70.00 6.การอบรมแกนนำสาธิตการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตน 15 ท่า ใช้ระยะเวลาจำนวน 10 วัน คิดเป็นร้อยละ 100.00 ในการสาธิตการอบรมแกนนำ

 

ประชุมคณะกรรมการชมรมฯและที่ปรึกษา ครั้งที่ 2 10 ก.ย. 2568 10 ก.ย. 2568

 

เวลา 09.30 น.  ลงทะเบียน เวลา 10.00 น. ประธานแจ้งสรุปโครงการ เวลา 11.00 น. มอบขอรางวัลให้สมาชิกที่กิจกรรมเด่น เวลา 12.00 น. ปิดโครงการ

 

เวลา 09.30 น.  ลงทะเบียน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมาย จำนวน 20 คน ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจริง ทั้งหมด 32 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 เวลา 10.00 น. ประธานแจ้งสรุปโครงการ โดยนางชะบา อินทร์เอียด ได้กล่าวสรุปกิจกรรมที่ดำเนินงานมาตลอดโครงการ โดยแต่ละกิจกรรมสามารถบรรจุวัตถุประสงค์ของกิจกรรมได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังให้สมาชิกเสนอแนวทางการดำเนินงานต่อในปีถัดไปเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในกิจกรรมครั้งต่อไป และยังให้สมาชิกได้ออกมาแสดงว่ารู้สึกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้สมาชิกอยากให้มีกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้นในชุมชนและลดภาวะเสี่ยงจากโรคซึมเศร้าได้ เวลา 11.00 น. มอบขอรางวัลให้สมาชิกที่กิจกรรมเด่น โดยทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีกิจกรรมเด่นที่แตกต่างกันในการเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งผลจาการวัดกิจกรรมต่างๆได้มีผู้เข้ารอบจำนวน 10 คน โดยในกิจกรรมนี้ได้เชิญ นายประเทือง อมรวิริยะชัย ผอ.รพ.สต.บ้านชะรัด เป็นผู้มอบรางวัลให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และยังให้พบปะพูดคุยกับสมาชิกในชมรมเพื่อเป็นประโชยน์ในการดำเนินงานในครั้งต่อไป พร้อมทั้งถ่ายรูปรวมกันและร่วมประทานอาหารเที่ยงกัน เป็นการสิ้นสุดโครงการ โดยกิจกรรมโครงการนี้ มีความพึงพอใจของชมรมและสมาชิกคิดเป็นร้อยละ 90.00 ในการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด เวลา 12.00 น. ปิดโครงการ