กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายสุขภาพจิตและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 27 มี.ค. 2568 21 ก.ค. 2568

อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายสุขภาพจิตและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ การบริโภคอาหาร ผัก ผลไม้ ปลอดภัย เพื่อสุขภาพอย่างเพียงพอ สาธิตเมนูอาหารสุขภาพ และคัดกรองภาวะเครียดภาวะซึมเศร้า
จัดกิจกรรมที่ รพ.สต.บ้านชะรัด กลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงอายุในพื้นที่รับผิดชอบ หมู่ที่ 4,5,6,7,8 และ 9 จำนวน 80 คน
ค่าใช้จ่าย
-ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1x3 เมตร เป็นเงิน 300 บาท
-ค่าวิทยากร ซม.ละ 600 บาท x 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3600 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 80 คน x 20 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 3200 บาท
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 80 คน x 60 บาท เป็นเงิน 4800 บาท
-ค่าวัสดุสาธิตทำเมนูอาหารสุขภาพ เป็นเงิน 1000 บาท
-ค่าเอกสารแบบคัดกรองภาวะเครียดและภาวะซึมเศร้า จำนวน 80 ชุด ชุดละ 2 บาท เป็นเงิน 160 บาท

-ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการ -เปิดโครงการกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกายสุขภาพจิตและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ -เชิญวิทยากรบรรยายในหัวข้อ"ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกายสุขภาพจิต" -รับประทานอาหารว่าง -พักเที่ยง -เชิญวิทยากรบรรยายในหัวข้อ "ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ" -รับประทานอาหารว่าง -สาธิตเมนูสุขภาพ -ประเมินสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ -ปิดโครงการ

-

09.00 น.ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจำนวน 80 คน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ทั้งหมด 60 คน คิดเป็นร้อยละ 75.00 มีเพศชาย จำนวน 10 คน และเพศหญิง จำนวน 50 คน 09.30 น.เปิดโครงการกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกายสุขภาพจิตและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งมีนายกรณ์ รัตนนท์ เป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการในกิจกรรมครั้งนี้ และได้อธิบายรายละเอียดของโครงการให้ผู้เข้าร่วมโครงการรับทราบ ถึงวัตถุประสงค์ในกิจกรรมและแนวทางการปฏิบัติงานต่อไป 09.00-12.00 น. เชิญวิทยากรบรรยายในหัวข้อ"ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกายสุขภาพจิต" โดยในการอบรมครั้งนี้ได้รับเชิญ นางภาขวัญ เศรษฐสุข นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เป็นวิทยากรในการบรรยายในครั้งนี้ ซึ่งทางวิทยากรได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อให้เกิดรูปแบบการอบรมที่น่าสนใจ ซึ่งหัวข้อในการบรรยายครั้งนี้ได้กล่าวถึง ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับคนเรามีสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งมาจากการที่ร่างกายและจิตใจเสียสมดุล โดยมีปัจจัยจากสภาพแวดล้อม มลพิษ สารเคมี ฝุ่นละอองและเชื้อโรค รวมถึงการดำเนินชีวิตประจำวันที่มีความเร่งรีบ แข่งขัน ทำให้เกิดผลต่อจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือซึมเศร้า แม้ว่าธรรมชาติร่างกายของเราจะมีกลไกในการปกป้องและรักษาตนเองจากการเจ็บป่วยได้ แต่การรักษาสมดุลของทั้งร่างกายและจิตใจน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยป้องกันการเจ็บป่วย ทั้งช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้เซลล์และอวัยวะภายในร่างกายมีความสมบูรณ์ แข็งแรง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการอบรมมีผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจ จำนวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 -รับประทานอาหารว่าง ในเวลา 10.30 น. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้คลายเคลียดและมีการพูดคุยซึ่งกันและกัน -พักเที่ยง 13.00-14.00 น.เชิญวิทยากรบรรยายในหัวข้อ "ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ" โดยในการอบรมครั้งนี้ได้รับเชิญ นางภาขวัญ เศรษฐสุข นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เป็นวิทยากรในการบรรยายในครั้งนี้ ได้กล่าวการออกกำลังกายในผู้สูงอายุจะต้องทำตามสภาพร่างกายและไม่หักโหมจนเกินไปเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ กิจกรรมออกกำลังกายที่แนะนำ ได้แก่ เดินรอบหมู่บ้าน รำไทเก๊ก กายบริหาร เดินในน้ำ ออกกำลังกายท่านั่ง โดยควรทำตามคำแนะนำของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุแล้ว การออกกำลังกายมีประโยชน์ช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ทำให้ไม่แตกหักง่าย เสริมการทรงตัว และช่วยให้อวัยวะต่างๆ ทำงานประสานงานกันได้ดีขึ้น และยังสามารถช่วยให้จิตใจแจ่มใส ลดความเครียด และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจอุดตัน และโรคเบาหวานได้อีกด้วย ในการอบรมมีผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจ จำนวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 -รับประทานอาหารว่าง 14.30 - 15.00 น. สาธิตเมนูสุขภาพ เนื้อปลาเหมาะกับผู้สูงอายุ เพราะย่อยง่าย /ไข่ไก่ หรือไข่เป็ดควรต้มจนสุด/นมสดพร่องมันเนยเป็นอาหารที่ให้แคลเซียม และโปรตีน/ถั่วเมล็ดแห้งเป็นอาหารที่ให้โปรตีนสูง และมีราคาถูก ใช้แทนอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้ เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร เป็นต้น ซึ่งเมนูที่สาธิตดังนี้ 1.โจ๊ก ข้าวต้มปลา ข้าวโอ๊ตต้มใส่นม ไข่ตุ๋น 2.ผัดไข่ เห็ดผัดน้ำมันหอย ผัดดอกกุ้ยช่ายตับ ผัดไชโป้วใส่ไข่ ผัดผัดบุ้ง 3.ซุปมะเขือเทศ ซุปเห็ด ซุปฟักทอง ซุปลูกเดือย ซุปข้าวกล้อง ซุปธัญพืช 15.00 - 16.00 น.ประเมินสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ โดยทางผู้รับผิดชอบกิจกรรมได้อธิบายถึงการประเมินตนเอง ซึ่งแบบเป็นการประเมินความรู้ตนเอง โดยก่อนการประเมินมีผู้สุขภาพจิต อารมณ์วันนี้ มีความเป็นห่วง จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 3.33 มีความสนุก จำนวน 50 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33 มีความกรุ่นคิด จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.66 และความโกรธ จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0.00
-ปิดโครงการ

-

2. การออกกำลังกายด้วยฤาษีคัดตนอย่างต่อเนื่อง 12 พ.ค. 2568 8 ส.ค. 2568

รวมกลุ่มออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน ที่ รพ.สต.บ้านชะรัด
ค่าใช้จ่าย
-ไม่มีค่าใช้จ่าย

ออกกำลังด้วยฤาษีคัดตน 15 ท่า อย่างต่อเนื่อง

-

1.ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมการออกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ตลอดสิ้นสุดโครงการและยังสามารถเป็นกิจกรรมยามเย็นในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง 2.ผู้สูงอายุได้มีท่าการออกำลังกายที่ชัดเจน และเหมาะสมกัยวัย จำนวน15 ท่า เพื่อใช้ในการออกำลังกายตนเอง เป็นประจำได้ทุกวัน 3.ผู้สูงอายุสามารถรวมทีมและแกนนำในการออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง 4.ผู้สูงอายุสามารถแนะนำและสอนสมาชิกในกลุ่มให้สนใจและร่วมกิจกรรมการออกำลังกายท่าฤาษีคัดตน ได้อย่างต่อเนื่องและสามารถฝึกตนเองให้เป็นชีวิตประจำวันได้ 5.ผู้สูงอายุสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง คิดเป็นร้อยละ 70.00 ของท่าฤาษีคัดตนทั้งหมด

-

3. ประชุมคณะกรรมการชมรมฯและที่ปรึกษา ครั้งที่ 1 2 มิ.ย. 2568 2 มิ.ย. 2568

คณะกรรมการชมรม จำนวน 15 คน และที่ปรึกษา จำนวน 5 คน รวมเป็น 20 คน
ประชุมขับเคลื่อนชมรม ทุก 3 เดือน เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ วางแผนการดำเนินงาน และประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมชมรม ค่าใช้จ่าย
-ไม่มี

1.มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ 2.มีแผน/กิจกรรม 3.ได้รายชื่อผู้สูงอายุที่สมัครเข้าร่วมชมรม

-

คณะกรรมการชมรม จำนวน 15 คน และที่ปรึกษา จำนวน 5 คน รวมเป็น 20 คน ประชุมขับเคลื่อนชมรม ทุก 3 เดือน โดยในการประชุมคณะกรรมการชมรมและที่ปรึกษาในครั้งนี้ ทางชมรมผู้สูงอายุและสมาชิกชมรมได้ตกลงรายละเอียดในการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ดังนี้ 1.วางแผนการดำเนินงานจำนวนสมาชิกในการเข้าร่วมโครงการจำนวน 80 คน โดยมีการแบ่งกลุ่มในการจัดเป็น 2  กลุ่ม เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความเข้าใจกันอย่างทั่วถึง 2.ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมชมรมกิจกรรมในโครงการโดยทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการต้องสามารถปฏิบัติกิจกรรมต่างๆได้ ตามความเหมาะสมและประเมินตนเองได้เมื่อสิ้นสุดโครงการ 3.ทางคณะกรรมการให้ข้อเสนอแนะในการมีสติ้กเกอร์สำหรับกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมได้ดำเนินการแล้วเพื่อเป็นกำลังใจในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ 4.คณะกรรมชมรมได้กำหนดให้แผนกิจกรรมต่างๆให้เป็นไปตามรูปแบบกิจกรรมและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของกิจกรรม เพื่อให้กิจกรรมสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์ 5.คณะกรรมชมรมได้ให้ข้อเสนอแนะว่าให้มีการเชิญหนังสือในการเข้าร่วมกิจกรรมที่ชัดเจนเพื่อกำหนดกลุ่มเป้าที่ชัดเจนตามวัตถุประสงค์ของแต่ละกิจกรรมนั้นๆ

-

4. กิจกรรมที่ 4 อบรมลดโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ 12 มิ.ย. 2568 1 ส.ค. 2568

อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพลดโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จัดกิจกรรมที่ รพ.สต.บ้านชะรัด
กลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงอายุในพื้นที่รับผิดชอบ หมู่ที่ 4,5,6,7,8 และ 9 จำนวน 40 คน
ค่าใช้จ่าย -ค่าวิทยากร ซม.ละ 600 บาท x 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3600 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คน x 20 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 1600 บาท
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 40 คน x 60 บาท เป็นเงิน 2400 บาท -ค่าวัสดุสมุนไพรพอกเข่า จำนวน 40 คน เป็นเงิน 3000 บาท

เวลา 09.00 น ผู้รับผิดชอบงานเตรียมสถานที่และรับการลงทะเบียนจากผู้เข้าร่วมอบรม เวลา 09.30 น.ผู้รับผิดชอบกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม เวลา 09.45 น. ประธานชมรมกล่าวเปิดกิจกรรม เวลา 10.00 - 12.00 น. เชิญวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ " โรคข้อเข่าเสื่อม " เวลา 12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง เวลา 13.00 - 15.30 น.  เชิญวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ " การดูแลข้อเข่าเสื่อมด้วยสมุนไพร " เวลา 15.30 น. ทักถามข้อสงสัยและปิดกิจกรรม

-

เวลา 09.00 น ผู้รับผิดชอบงานเตรียมสถานที่และรับการลงทะเบียนจากผู้เข้าร่วมอบรม โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมาย 40 คน มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 77.5 เวลา 09.30 น.ผู้รับผิดชอบกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม โดยกล่าวถึงการดำเนินงานต่างๆในกิจกรรมที่ผ่านเพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมเข้าใจและสนใจการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น เวลา 09.45 น. ประธานชมรมกล่าวเปิดกิจกรรม โดยนางชะบา อินทร์เอียด ประธานชมรมได้กล่าว ถึงกิจกรรมที่ดำเนินงานในครั้งนี้ให้ผู้เข้าร่วมอบรมรับทราบถึงวัตถุประธานในกิจกรรมครั้งนี้ต่อไป โดยได้เชิญ นายประเทือง อมรวิริยะชัย ผอ.รพ.สต.บ้านชะรัด ได้พบปะพูดคุยในเรื่องการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบยั่งยืนและการทำกิจกรรมต่างๆในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ เวลา 10.00 - 12.00 น. เชิญวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ " โรคข้อเข่าเสื่อม " ถือเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการใช้งานของข้อเข่ามาเป็นเวลานาน แต่ในปัจจุบันพบว่า โรคข้อเข่าเสื่อมพบได้บ่อยขึ้นในผู้ที่ยังอายุน้อย โดยเฉพาะในช่วงวัยกลางคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องของอายุ แต่เป็นเรื่องของการมีน้ำหนักตัวเกิน และการใช้ข้อเข่ามากเกินไปหรือใช้ผิดท่าผิดวิธี จนทำให้เกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าปกติ มีอาการปวดขัดที่ข้อเข่า ไปจนถึงมีความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ตลอดถึงได้กล่าวการดูแลและวิธีการป้องกันเพื่อลดโรคข้อเข่าเสื่อมในอนาคต ทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ มีความรู้ความเข้าใจในโรคข้อเสื่อมจากการถามตอบ จากจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม 31 คน คิดเป็นร้อยละที่มีความเข้าใจ 75.00 เวลา 12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง เวลา 13.00 - 15.30 น. เชิญวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ " การดูแลข้อเข่าเสื่อมด้วยสมุนไพร " การพอกเข่าด้วยสมุนไพร เป็นการรักษาอาการปวดเข่าและอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อเข่าเสื่อม โดยใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามาพอกบริเวณรอบเข่า เพื่อบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น การพอกเข่าด้วยสมุนไพรเป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ และมีการพัฒนาต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน สมุนไพรที่นิยมใช้ในการพอกเข่า: ไพล: มีสรรพคุณแก้ปวด ลดการอักเสบ และช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ขมิ้นชัน: มีสาร Curcuminoids ที่ช่วยลดการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ขิง: ช่วยลดอาการปวดและช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ยาห้าราก และเถาวัลย์เปรียง เป็นยาช่วยให้ลดอาการปวดเข่าได้ดี โดยจากการอบรมการพอกเข่าลดอาการปวดในครั้งนี้พบว่า ผู้เข้าร่วมอบรมพึงพอใจมาก คิดเป็นร้อยละ 100.00 และสามารถนำสมุนไพรที่ได้กลับไปใช้ได้อีกที่บ้าน เพื่อบรรเทาอาการข้อเข่าดังกล่าว
เวลา 15.30 น. ทักถามข้อสงสัยและปิดกิจกรรม

-

5. เยี่ยมเสริมพลัง 12 มิ.ย. 2568 31 ส.ค. 2568

คณะกรรมการชมรมฯ ติดตามเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคซึมเศร้าและติดเตียง เพื่อเสริมกำลังกาย กำลังใจ ในการดำเนินชีวิต

ประชุมและสำรวจผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพและฐานะทางครอบครัวที่มีปัญหา ในหมู่บ้านที่รับผิดชอบ

-

จากประชุมคณะทำงาน พบว่า ทางผู้ร่วมประชุมได้เสนอแนวคิดให้พิจาณาการเยี่ยมเสริมพลังผู้สูงอายุที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพและปัญหาทางครอบครัว รวมทั้งการโดดเดี่ยวที่ต้องดูแลสุขภาพของตนเองเพียงลำพัง ทำให้คณะผู้จัดได้เสนอรายชื่อที่สมควรลงเยี่ยมเสริมพลังในปีนร้จำนวน 6 คน ซึ่งคัดเลือกหมู่บ้านละ 1 คนที่มีปัญหาดังกล่าว ได้แก่ หมู่ที่ 4 จำนวน 1 รายได้แก่ นายหรอ ราคิมาน หมู่ที่ 5 จำนวน 1 รายได้แก่ นายหมาน ยาชะรัด หมู่ที่ 6 จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายเชือน ราชรักษ์ หมู่ที 7 จำนวน 1 ราย ได้แก่ นายปลื้ม ยาชะรัด หมู่ที่่ 8 จำนวน 1 รายได้แก่ นางมะ และหมู่ที่ 9 จำนวน 1 ราย ได้แก่ นางหงส์ นุชมุสิทธิ์ รวมทั้งหมด 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 100.00 ซึ่งในการเยี่ยมเสริมพลังครั้งนี้ ทางชมรมผู้สูงอายุได้พูดคุย ถามเรื่องสุขภาพปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นและหาแนวทางการดูแลรักษาต่อไป ทำให้ผู้สูงอายุดังกล่าวมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปและยังกระตุ้นให้ผู้สูงอายุรักสุขภาพตนเองให้มากยิ่งขึ้น

-

6. สาธิตการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตน 29 ก.ค. 2568 29 ก.ค. 2568

วิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการอารมณ์ การผ่อนคลายความเครียด ลดการเกิดโรคในชีวิตประจำวัน และช่วยเสริมมัดกล้ามเนื้อในผู้สูงอายุ จำนวน 30 คน
ค่าใช้จ่าย
-ค่าวิทยากรสอนท่าฤาษีคัดตน จำนวน 10 วันๆ ละ 1 ชม.ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 3000 บาท

แกนนำผู้สูงอายุ จำนวน 30 คน ร่วมกันเข้าร่วมการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตน ในเวลา 16.00 - 17.00 น. ของทุกวัน

-

1.มีแกนนำผู้สูงอายุ เป้าหมาย จำนวน 30 คน เข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตน ซึ่งในการอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม จำนวน 16 คน คิดเป็น 53.33
2.มีแกนนำสามารถปฏิบัติได้และถ่ายทอดความรู้ในการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตน จำนวน 15 ท่า ได้อย่างถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ 80.00 3.วิทยากรสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แกนนำเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้ที่บ้านและในชุมชน คิดเป็นร้อยละ 90.00 4.แกนนำสามารถเข้าใจและท่าการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตนท่าที่ 1-ท่าที่ 15 ได้อย่างเข้าใจ คิดเป็นร้อยละ 80.00
5.วิทยากรให้แกนออกมาสาธิตเพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อวัดระดับความเข้าใจและความถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ 70.00 6.การอบรมแกนนำสาธิตการออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีคัดตน 15 ท่า ใช้ระยะเวลาจำนวน 10 วัน คิดเป็นร้อยละ 100.00 ในการสาธิตการอบรมแกนนำ

-

7. ประชุมคณะกรรมการชมรมฯและที่ปรึกษา ครั้งที่ 2 10 ก.ย. 2568 10 ก.ย. 2568

คณะกรรมการชมรม จำนวน 15 คน และที่ปรึกษา จำนวน 5 คน รวมเป็น 20 คน
ประชุมขับเคลื่อนชมรม ทุก 3 เดือน เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ วางแผนการดำเนินงาน และประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมชมรม
ค่าใช้จ่าย -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 20 คนๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 400 บาท

เวลา 09.30 น.  ลงทะเบียน เวลา 10.00 น. ประธานแจ้งสรุปโครงการ เวลา 11.00 น. มอบขอรางวัลให้สมาชิกที่กิจกรรมเด่น เวลา 12.00 น. ปิดโครงการ

-

เวลา 09.30 น.  ลงทะเบียน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมาย จำนวน 20 คน ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจริง ทั้งหมด 32 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 เวลา 10.00 น. ประธานแจ้งสรุปโครงการ โดยนางชะบา อินทร์เอียด ได้กล่าวสรุปกิจกรรมที่ดำเนินงานมาตลอดโครงการ โดยแต่ละกิจกรรมสามารถบรรจุวัตถุประสงค์ของกิจกรรมได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังให้สมาชิกเสนอแนวทางการดำเนินงานต่อในปีถัดไปเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในกิจกรรมครั้งต่อไป และยังให้สมาชิกได้ออกมาแสดงว่ารู้สึกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้สมาชิกอยากให้มีกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อให้มีกิจกรรมเพิ่มขึ้นในชุมชนและลดภาวะเสี่ยงจากโรคซึมเศร้าได้ เวลา 11.00 น. มอบขอรางวัลให้สมาชิกที่กิจกรรมเด่น โดยทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีกิจกรรมเด่นที่แตกต่างกันในการเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งผลจาการวัดกิจกรรมต่างๆได้มีผู้เข้ารอบจำนวน 10 คน โดยในกิจกรรมนี้ได้เชิญ นายประเทือง อมรวิริยะชัย ผอ.รพ.สต.บ้านชะรัด เป็นผู้มอบรางวัลให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และยังให้พบปะพูดคุยกับสมาชิกในชมรมเพื่อเป็นประโชยน์ในการดำเนินงานในครั้งต่อไป พร้อมทั้งถ่ายรูปรวมกันและร่วมประทานอาหารเที่ยงกัน เป็นการสิ้นสุดโครงการ โดยกิจกรรมโครงการนี้ มีความพึงพอใจของชมรมและสมาชิกคิดเป็นร้อยละ 90.00 ในการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด เวลา 12.00 น. ปิดโครงการ

-