โครงการชุมชนล้อมรักษ์ (CBTX) ในชุมชน รพ.สต.บ้านศาลามะปราง
โครงการชุมชนล้อมรักษ์ (CBTX) ในชุมชน รพ.สต.บ้านศาลามะปราง
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการชุมชนล้อมรักษ์ (CBTX) ในชุมชน รพ.สต.บ้านศาลามะปราง | |
| รหัสโครงการ | 68-L3367-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลามะปราง | |
| วันที่อนุมัติ | 27 มีนาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 21 เมษายน 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 22,100.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางอมรรัตน์ ทุ่มพุ่ม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง |
- ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน ขนาด 50.00
- ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด ขนาด 12.00
ปัญหายาเสพติดของประเทศไทยเป็นปัญหาเรื้อรังปัญหาหนึ่ง โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ทวีขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้จำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นปัญหาที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเศรษฐกิจและสังคมทั้งผู้เสพ ครอบครัว และชุมชน สถานการณ์ยาเสพติดสำหรับสถิติของผู้ป่วยสารเสพติดในประเทศไทย จากรายงานผลการดำเนินงานตามแบบบำบัดรักษาของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565 พบว่ามีผู้เข้ารับการบำบัด ทั้งหมด 120,925 คน โดยแบ่งเป็นชาย จำนวน 1063,709 คนและหญิง จำนวน 14,206 คน นักเรียน/นักศึกษา จำนวน 4,335 คน ว่างงาน จำนวน 24,349 คน และอื่นๆ จำนวน 17,105 คน เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญอีกทั้งส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าจำนวประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไป เป็นผู้ที่ดื่มสุรา ประมาณ 15.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 28.4 โดยเป็นผู้ที่ดื่มสม่ำเสมอ 6.98 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12.5 และเป็นผู้ที่ดื่มนานๆ ครั้ง 8.91 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15.9 ในกลุ่มอายุ 25 - 44 ปี มีอัตราการดื่มสุราสูงสุด ร้อยละ 36 รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 20 - 25 ปี ร้อยละ 33.5 ตามลำดับ การใช้สุรา/สารเสพติดมีความสัมพันธ์กับการเกิดอาการทางจิตหรือเรียกว่าภาวะโรคจิตเวชสุรา/สารเสพติด ซึ่งเมื่อสารดังกล่าวผ่านเข้าสู่สมองมีผลทำให้สารสื่อนำประสาทหรือสารโดปามีนในสมองผิดปกติ หากมีการเสพติด/ดื่มหนักมากก็จะส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยทั้งทางร่างการและทางจิตเวชได้ เช่น ภาวะหวาดระแวง หลงผิด ประสาทหลอน เป็นต้น กระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกับภาคีเครือข่ายดำเนินการการบำบัดรักษายาเสพติดภายใต้นโยบาย “ผู้เสพคือผู้ป่วย” ให้โอกาสผู้เสพยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแทนการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม วิธีที่คุ้มค่าที่สุดคือการให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหายาเสพติด (CommunityBasedTreatmentand Care: CBTX) ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดรักษาโดยมีส่วนร่วมของชุมชนมีอัตราการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล หรือห้องฉุกเฉิน หรือประวัติทางอาชญากรรมลดลง และยังมีทางเลือกที่เหมาะสม อาทิ การลดอันตรายจากสารเสพติด การป้องกันและแก้ไขผู้ที่มีอาการทางจิตจากการใช้สารเสพติดเพิ่ม การเข้าถึงบริการระบบสาธารณสุขให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และการเตรียมการรองรับประมวลกฎหมายยาเสพติดเพื่อเป้าหมายคือผู้เสพผู้ติดยาเสพติดได้รับการบำบัดรักษา ลดอันตรายจากยาเสพติด สามารถกลับสู่สังคมไปใช้ชีวิตในสังคมตามปกติได้ จากสถิติผู้ป่วยจิตเวชสารเสพติดของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลามะปรางที่มารับบริการแผนกผู้ป่วยจิตเวชสารเสพติด ปี 2566 จำนวน 4 ราย และ ปี 2567 จำนวน 3 ราย และยังมีผู้ป่วยติดสารเสพติดในพื้นที่อีกมากที่ยังไม่ได้รับการบำบัดรักษา และยังไม่มีอาการทางจิตเวช และหลังจากที่ผู้ป่วยได้เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาเพื่อป้องกันการกลับไปเสพสารเสพติดซ้ำ ซึ่งจะเห็นว่าผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับเสพซ้ำอีกเป็นจำนวนมาก การใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการบำบัดถือว่าเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่หน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมกับประชาชนหรือกลุ่มบุคคลซึ่งต้องเข้ามาร่วมกันดำเนินการในการบำบัดฟื้นฟูทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจปฎิบัติการมีส่วนร่วมในผลประโยชน์และการประเมิลผล การดูแลผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดในชุมชนเป็นการบำบัดแบบหนึ่งที่ให้บริการในชุมชน ทำให้เข้าถึงครอบครัวของผู้ใช้สารเสพติดและสมารถนำทรัพยากรรวมถึงนำความรู้ที่มีในชุมชนมาร่วมในการบำบัดฟื้นฟูได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลามะปราง กองสาธารณสุของค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง จึงได้เล็งเห็นความสำคัญในการจัดทำโครงการประชุมเชิงปฎิบัติการการสร้างการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วยจิตเวชสารเสพติดในชุมชน ฟื้นฟูสมรรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชสารเสพติด เน้นชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาให้โอกาสผู้เสพยาเสพติดและมีความผิดปกติทางจิตเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างมีมาตรฐานและเหมาะสม สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ
- เพื่อเพิ่มหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
- เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด
- สกัดกั้นผู้เสพรายใหม่ในชุมชน โดยการคัดกรองและปรับพฤติกรรม ที่เน้นสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชนและกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่
- ลดความรุนแรงและลดผลกระทบของการแพร่ระบาดยาเสพติดในชุมชน
- เฝ้าระวังติดตามอย่างต่อเนื่อง
- เพิ่มอัตราการเข้าถึงระบบการบำบัดรักษาภาครัฐของผู้เสพและผู้ติดและลดอัตราการเสพซ้ำของผู้ผ่านการบำบัดเมื่อคืนกลับชุมชน
ปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชน อายุ 15 - 25 ปี ลดลง