โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568
แบบรายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์
รายงานฉบับสมบูรณ์
โครงการ
“ โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568 ”
ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
หัวหน้าโครงการ
นายนคร กาเหย็ม
ได้รับการสนับสนุนโดย กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลคูหาใต้
กันยายน 2568
ชื่อโครงการ โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568
ที่อยู่ ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา จังหวัด สงขลา
รหัสโครงการ 68-L8402-1-13 เลขที่ข้อตกลง 13/2568
ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568
กิตติกรรมประกาศ
"โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568 จังหวัดสงขลา" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลคูหาใต้ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป
คณะทำงานโครงการ
โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568
บทคัดย่อ
โครงการ " โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568 " ดำเนินการในพื้นที่ ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา รหัสโครงการ 68-L8402-1-13 ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 กรกฎาคม 2568 - 30 กันยายน 2568 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 33,007.00 บาท จาก กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลคูหาใต้ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้
โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ
หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"
สารบัญ
กิตติกรรมประกาศ »
บทคัดย่อ »
ความเป็นมา/หลักการเหตุผล »
วัตถุประสงค์โครงการ »
กิจกรรม/การดำเนินงาน »
กลุ่มเป้าหมาย »
ผลลัพธ์ที่ได้ »
การประเมินผล »
ปัญหาและอุปสรรค »
ข้อเสนอแนะ »
เอกสารประกอบอื่นๆ »
ความเป็นมา/หลักการเหตุผล
ไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นโรคที่สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น ตับแข็ง มะเร็งตับ และอาจทำ ให้เสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อไม่รู้ตัวและไม่สามารถดำเนินการป้องกันหรือรักษาได้ทันเวลา การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซีจึงมี ความสำคัญอย่างยิ่งในการค้นพบผู้ติดเชื้อแต่เนิ่นๆ เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาและติดตามผลได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะ ช่วยลดภาระโรคในระยะยาวและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ไวรัสตับอักเสบบีและซีมีการแพร่ระบาดในบางกลุ่ม ประชากร เช่น ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้เข็มฉีดยาหรือผู้ที่มีประวัติการรับเลือดจากการบริจาคในอดีต ซึ่งทำให้ไวรัส สามารถแพร่กระจายไปในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว การตรวจคัดกรองสามารถช่วยลดการแพร่ระบาดและช่วยระบุผู้ที่มีความ เสี่ยงสูง ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีบางรายอาจไม่แสดงอาการหรือมีอาการเบื้องต้นที่ไม่ชัดเจน ทำให้การตรวจคัดกรอง เป็นวิธีที่สำคัญในการค้นหาผู้ติดเชื้อในระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ตับแข็งและมะเร็งตับ การ ตรวจพบไวรัสตับอักเสบบีและซีในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งสามารถลดความเสี่ยง ของการเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการหายขาดหรือควบคุมอาการได้ นอกจากนี้การรักษาและติดตามผลยังช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคในชุมชน การคัดกรองและการรักษาไวรัสตับอักเสบบีและซีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดอัตราการเกิด โรคตับแข็งและมะเร็งตับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและส่งผลกระทบต่อคุณภาพ ชีวิตของประชาชน ลดภาระทางการแพทย์และการรักษาผู้ป่วยระยะยาวในระบบสาธารณสุข
โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) และไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis C) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญใน หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย เนื่องจากไวรัสทั้งสองชนิดสามารถทำให้เกิดโรคตับเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงหากไม่ได้รับการ รักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) สามารถแพร่ระบาดได้ผ่านการสัมผัสกับเลือดหรือของเหลว ในร่างกายของผู้ติดเชื้อ เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และการรับเลือดหรือผลิตภัณฑ์เลือดที่ไม่ผ่านการตรวจกรอง อัตราการติดเชื้อตามข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณ ๒๙๖ ล้านคนทั่วโลกมีการติด เชื้อไวรัสตับอักเสบบีในปี ๒๐๒๐ โดยจำนวนนี้ยังคงมีผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยและไม่ได้รับการรักษา
และในประเทศไทย การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมีการแพร่ระบาดในบางกลุ่มประชากร เช่น กลุ่มผู้ใช้สารเสพติดทางหลอด เลือด (ผู้ฉีดสารเสพติด) และผู้ที่รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์เลือดในอดีต อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้มีการรณรงค์และการฉีด วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีในเด็ก และมีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง ซึ่งช่วยลดอัตราการติดเชื้อในประชากร
ไวรัสตับอักเสบบีซี (Hepatitis C) มีการแพร่ระบาดส่วนใหญ่ผ่านการสัมผัสกับเลือด เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การรับ เลือดที่ไม่ผ่านการตรวจกรอง และการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ไม่สะอาด อัตราการติดเชื้อตามข้อมูลจากองค์การอนามัย โลก (WHO) รายงานว่าในปี ๒๐๒๐ มีประมาณ ๕๘ ล้านคนทั่วโลกที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีซี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีการติด เชื้อเรื้อรังและยังไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือการรักษา และในประเทศไทยมีอัตราการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีซีในระดับปาน กลางถึงสูง และกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญคือผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกันและผู้ที่มีประวัติการรับเลือดหรือการผ่าตัดในอดีต นอกจากนี้ ยังมีการพบการติดเชื้อในผู้ที่ได้รับการตรวจคัดกรองในกลุ่มผู้สูงอายุที่เคยได้รับการรักษาด้วยเลือดที่ไม่ได้ผ่านการตรวจ กรองในอดีต
แม้ว่าไวรัสตับอักเสบบีและซีจะมีความเสี่ยงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว แต่การตรวจคัดกรองที่ ถูกต้องและการเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงทีเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมโรค และช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ ร้ายแรงได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งมะขามจึงเห็นความสำคัญการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี จึง ได้จัดทำโครงการโครงการตรวจเช็คตับ ป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และซี เพื่อตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบีและซี และเพื่อลดอัตราการติดเชื้อและความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับตับ
สถานการณ์
วัตถุประสงค์โครงการ
- ๑. เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซีในชุมชน
- ๒. เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี
- ๓. เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไวรัส ตับอักเสบบี และซี
กิจกรรม/การดำเนินงาน
กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมาย จำนวนที่วางไว้
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
กลุ่มวัยทำงาน
กลุ่มผู้สูงอายุ
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
679
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. สามารถค้นหาผู้ติดเชื้อในระยะแรกๆ ทำให้เข้ารับการรักษาที่เหมาะสม
๒. ลดอัตราการเกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับ
๓. ลดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสตับอักเสบบี และซีในชุมชน
๔. การสร้างความตระหนักรู้ในชุมชน
ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน
วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์**
กิจกรรมของโครงการ ผลผลิต* ผลผลิตที่ตั้งไว้ ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง
* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม
ผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
จากการดำเนินกิจกรรมประชุมคณะกรรมการเครือข่ายสุขภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งมะขาม ชี้แจงแผนงานโครงการและให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี สำรวจกลุ่มเป้าหมายใน พื้นที่ สำหรับออกใบนัดเพื่อดำเนินกิจกรรมการตรวจคัดกรองตามวัน เวลาที่กำหนด ทั้งในสถานบริการและลงพื้นที่ ตรวจคัดกรองเชิงรุกในหมู่บ้าน ในกลุ่มผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง และผู้ที่ไม่สามารถมาตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซีที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งมะขามได้ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์โครงการผ่านป้ายไวนิล สื่อโซ เชียล การการดำเนินการคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี จำนวน ๕๔๑ ราย พบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จำนวน ๔ ราย และไวรัสตับอักเสบซี จำนวน ๓ ราย และได้รับการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลรัตภูมิเพื่อการตรวจยืนยันซ้ำทาง ห้องปฏิบัติการทุกราย
ผลผลิตโครงการ
วัตถุประสงค์ สถานการณ์ เป้าหมาย ผลผลิต อธิบาย
1
๑. เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซีในชุมชน
ตัวชี้วัด : ๑. ประชากรกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการตรวจคัดกรอง
60.00
90.17
ประชากรกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการตรวจคัดกรอง ร้อยละ ๙๐.๑๗
2
๒. เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี
ตัวชี้วัด : ๒. ประชาชนในพื้นที่ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี
80.00
90.17
ประชาชนในพื้นที่ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี ร้อยละ ๙๐.๑๗
3
๓. เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไวรัส ตับอักเสบบี และซี
ตัวชี้วัด : ๓. ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซี ได้รับการรักษาที่เหมาะสม
100.00
100.00
ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซี ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ร้อยละ ๑๐๐
ผู้เข้าร่วมโครงการ
กลุ่มเป้าหมาย จำนวนที่วางไว้(คน) จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด
679
679
กลุ่มเป้าหมาย จำนวนที่วางไว้(คน) จำนวนที่เข้าร่วม(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
0
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
-
กลุ่มวัยทำงาน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ
-
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
679
679
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]
0
บทคัดย่อ*
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ๑. เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซีในชุมชน (2) ๒. เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี (3) ๓. เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไวรัส ตับอักเสบบี และซี
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่
ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...
หมายเหตุ *- บทคัดย่อ จะนำไปใส่ในส่วนบทคัดย่อของรายงานฉบับสมบูรณ์
- หากต้องการใช้ค่าเริ่มต้นของบทคัดย่อ ให้ลบข้อความในช่องบทคัดย่อ ทั้งหมด แล้วกดปุ่ม Refresh
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
ปัญหาและอุปสรรค สาเหตุ ข้อเสนอแนะ
โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568 จังหวัด สงขลา
รหัสโครงการ 68-L8402-1-13
ได้ดำเนินกิจกรรมตามที่เสนอไว้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
................................
( นายนคร กาเหย็ม )
ผู้รับผิดชอบโครงการ
......./............/.......
โครงการ
“ โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568 ”
ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
หัวหน้าโครงการ
นายนคร กาเหย็ม
กันยายน 2568
ที่อยู่ ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา จังหวัด สงขลา
รหัสโครงการ 68-L8402-1-13 เลขที่ข้อตกลง 13/2568
ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568
กิตติกรรมประกาศ
"โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568 จังหวัดสงขลา" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลคูหาใต้ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป
คณะทำงานโครงการ
โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568
บทคัดย่อ
โครงการ " โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568 " ดำเนินการในพื้นที่ ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา รหัสโครงการ 68-L8402-1-13 ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 กรกฎาคม 2568 - 30 กันยายน 2568 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 33,007.00 บาท จาก กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลคูหาใต้ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้
โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ
หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"
สารบัญ
| กิตติกรรมประกาศ | » |
| บทคัดย่อ | » |
| ความเป็นมา/หลักการเหตุผล | » |
| วัตถุประสงค์โครงการ | » |
| กิจกรรม/การดำเนินงาน | » |
| กลุ่มเป้าหมาย | » |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | » |
| การประเมินผล | » |
| ปัญหาและอุปสรรค | » |
| ข้อเสนอแนะ | » |
| เอกสารประกอบอื่นๆ | » |
ความเป็นมา/หลักการเหตุผล
ไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นโรคที่สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น ตับแข็ง มะเร็งตับ และอาจทำ ให้เสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อไม่รู้ตัวและไม่สามารถดำเนินการป้องกันหรือรักษาได้ทันเวลา การตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซีจึงมี ความสำคัญอย่างยิ่งในการค้นพบผู้ติดเชื้อแต่เนิ่นๆ เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาและติดตามผลได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะ ช่วยลดภาระโรคในระยะยาวและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ไวรัสตับอักเสบบีและซีมีการแพร่ระบาดในบางกลุ่ม ประชากร เช่น ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้เข็มฉีดยาหรือผู้ที่มีประวัติการรับเลือดจากการบริจาคในอดีต ซึ่งทำให้ไวรัส สามารถแพร่กระจายไปในชุมชนได้อย่างรวดเร็ว การตรวจคัดกรองสามารถช่วยลดการแพร่ระบาดและช่วยระบุผู้ที่มีความ เสี่ยงสูง ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีบางรายอาจไม่แสดงอาการหรือมีอาการเบื้องต้นที่ไม่ชัดเจน ทำให้การตรวจคัดกรอง เป็นวิธีที่สำคัญในการค้นหาผู้ติดเชื้อในระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ตับแข็งและมะเร็งตับ การ ตรวจพบไวรัสตับอักเสบบีและซีในระยะเริ่มต้นจะช่วยให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งสามารถลดความเสี่ยง ของการเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการหายขาดหรือควบคุมอาการได้ นอกจากนี้การรักษาและติดตามผลยังช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคในชุมชน การคัดกรองและการรักษาไวรัสตับอักเสบบีและซีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดอัตราการเกิด โรคตับแข็งและมะเร็งตับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและส่งผลกระทบต่อคุณภาพ ชีวิตของประชาชน ลดภาระทางการแพทย์และการรักษาผู้ป่วยระยะยาวในระบบสาธารณสุข
โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) และไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis C) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญใน หลายประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย เนื่องจากไวรัสทั้งสองชนิดสามารถทำให้เกิดโรคตับเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงหากไม่ได้รับการ รักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) สามารถแพร่ระบาดได้ผ่านการสัมผัสกับเลือดหรือของเหลว ในร่างกายของผู้ติดเชื้อ เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และการรับเลือดหรือผลิตภัณฑ์เลือดที่ไม่ผ่านการตรวจกรอง อัตราการติดเชื้อตามข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณ ๒๙๖ ล้านคนทั่วโลกมีการติด เชื้อไวรัสตับอักเสบบีในปี ๒๐๒๐ โดยจำนวนนี้ยังคงมีผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยและไม่ได้รับการรักษา และในประเทศไทย การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมีการแพร่ระบาดในบางกลุ่มประชากร เช่น กลุ่มผู้ใช้สารเสพติดทางหลอด เลือด (ผู้ฉีดสารเสพติด) และผู้ที่รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์เลือดในอดีต อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้มีการรณรงค์และการฉีด วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีในเด็ก และมีการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง ซึ่งช่วยลดอัตราการติดเชื้อในประชากร
ไวรัสตับอักเสบบีซี (Hepatitis C) มีการแพร่ระบาดส่วนใหญ่ผ่านการสัมผัสกับเลือด เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การรับ เลือดที่ไม่ผ่านการตรวจกรอง และการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ไม่สะอาด อัตราการติดเชื้อตามข้อมูลจากองค์การอนามัย โลก (WHO) รายงานว่าในปี ๒๐๒๐ มีประมาณ ๕๘ ล้านคนทั่วโลกที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีซี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีการติด เชื้อเรื้อรังและยังไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือการรักษา และในประเทศไทยมีอัตราการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีซีในระดับปาน กลางถึงสูง และกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญคือผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกันและผู้ที่มีประวัติการรับเลือดหรือการผ่าตัดในอดีต นอกจากนี้ ยังมีการพบการติดเชื้อในผู้ที่ได้รับการตรวจคัดกรองในกลุ่มผู้สูงอายุที่เคยได้รับการรักษาด้วยเลือดที่ไม่ได้ผ่านการตรวจ กรองในอดีต
แม้ว่าไวรัสตับอักเสบบีและซีจะมีความเสี่ยงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว แต่การตรวจคัดกรองที่ ถูกต้องและการเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงทีเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมโรค และช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ ร้ายแรงได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งมะขามจึงเห็นความสำคัญการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซี จึง ได้จัดทำโครงการโครงการตรวจเช็คตับ ป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และซี เพื่อตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบีและซี และเพื่อลดอัตราการติดเชื้อและความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับตับ
สถานการณ์
วัตถุประสงค์โครงการ
- ๑. เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซีในชุมชน
- ๒. เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี
- ๓. เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไวรัส ตับอักเสบบี และซี
กิจกรรม/การดำเนินงาน
กลุ่มเป้าหมาย
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้ | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 679 | |
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] |
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. สามารถค้นหาผู้ติดเชื้อในระยะแรกๆ ทำให้เข้ารับการรักษาที่เหมาะสม
๒. ลดอัตราการเกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับ
๓. ลดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสตับอักเสบบี และซีในชุมชน
๔. การสร้างความตระหนักรู้ในชุมชน
ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน
| วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์** กิจกรรมของโครงการ | ผลผลิต* | |
|---|---|---|
| ผลผลิตที่ตั้งไว้ | ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง | |
* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม
ผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
จากการดำเนินกิจกรรมประชุมคณะกรรมการเครือข่ายสุขภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งมะขาม ชี้แจงแผนงานโครงการและให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี สำรวจกลุ่มเป้าหมายใน พื้นที่ สำหรับออกใบนัดเพื่อดำเนินกิจกรรมการตรวจคัดกรองตามวัน เวลาที่กำหนด ทั้งในสถานบริการและลงพื้นที่ ตรวจคัดกรองเชิงรุกในหมู่บ้าน ในกลุ่มผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง และผู้ที่ไม่สามารถมาตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซีที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งมะขามได้ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์โครงการผ่านป้ายไวนิล สื่อโซ เชียล การการดำเนินการคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี จำนวน ๕๔๑ ราย พบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จำนวน ๔ ราย และไวรัสตับอักเสบซี จำนวน ๓ ราย และได้รับการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลรัตภูมิเพื่อการตรวจยืนยันซ้ำทาง ห้องปฏิบัติการทุกราย
ผลผลิตโครงการ
| วัตถุประสงค์ | สถานการณ์ | เป้าหมาย | ผลผลิต | อธิบาย | |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ๑. เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซีในชุมชน ตัวชี้วัด : ๑. ประชากรกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการตรวจคัดกรอง |
60.00 | 90.17 | ประชากรกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการตรวจคัดกรอง ร้อยละ ๙๐.๑๗ |
|
| 2 | ๒. เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี ตัวชี้วัด : ๒. ประชาชนในพื้นที่ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี |
80.00 | 90.17 | ประชาชนในพื้นที่ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี ร้อยละ ๙๐.๑๗ |
|
| 3 | ๓. เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไวรัส ตับอักเสบบี และซี ตัวชี้วัด : ๓. ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซี ได้รับการรักษาที่เหมาะสม |
100.00 | 100.00 | ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซี ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ร้อยละ ๑๐๐ |
ผู้เข้าร่วมโครงการ
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
|---|---|---|---|
| จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด | 679 | 679 | |
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | |||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | 0 | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | - | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | - | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | - | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | |||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | - | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | - | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | - | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 679 | 679 | |
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] | 0 |
บทคัดย่อ*
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ๑. เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซีในชุมชน (2) ๒. เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี (3) ๓. เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไวรัส ตับอักเสบบี และซี
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่
ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...
หมายเหตุ *
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ
| ปัญหาและอุปสรรค | สาเหตุ | ข้อเสนอแนะ |
|---|---|---|
|
|
|
โครงการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซี รพ.สต.บ้านทุ่งมะขาม ประจำปี 2568 จังหวัด สงขลา
รหัสโครงการ 68-L8402-1-13
ได้ดำเนินกิจกรรมตามที่เสนอไว้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
( นายนคร กาเหย็ม )
ผู้รับผิดชอบโครงการ
......./............/.......