โครงการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน) ในชุมชน รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ | โครงการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน) ในชุมชน รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ปีงบประมาณ 2569 |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 69-50105-01-02 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลาตำเสา |
| วันที่อนุมัติ | 4 กุมภาพันธ์ 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 16 กุมภาพันธ์ 2569 - 15 กันยายน 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 41,290.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | |
| ละติจูด-ลองจิจูด | place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | 517 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง : ระบุ |
||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 1631 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด | |||
|---|---|---|---|---|
| 1 | ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน | 29.00 | ||
| 2 | ร้อยละประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน | 95.00 | ||
| 3 | ร้อยละประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง | 95.00 | ||
| 4 | ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี | 50.00 | ||
| 5 | ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี | 70.00 |
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วยพบว่าอัตราชุกของโรคเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะโรคดบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมององค์การอนามัยโลก (WHO)รายงานว่า ในปี 2552 ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีจำนวน 108 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 422 ล้านคน ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังพบว่าประชากรทั่วโลกที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.7 เป็นร้อยละ 8.5 หรือเมื่อเปรียบเทียบแล้ว พบว่า ปัจจุบันประชากรวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คนป่วยเป็นโรคเบาหวาน จากการดำเนินงานเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปีงบประมาณ 2568พบว่าจังหวัดพัทลุง และอำเภอควนขนุนมีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นทุกๆปี จากปีงบประมาณ 2565 -2568 มีอตราป่วยผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 5,062.88, 5,562.48, 5,832.68, 6,370.47 ต่อแสนประชากร ตามลำดับเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามภาวะสุขภาพเช่นพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกินการขาดการออกกำลังกายจากสถิติการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ต.ชะมวงอ.ควนขนุนจ.พัทลุงพบว่าประชากรอายุ35ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 1,633 คนได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้วจำนวน 1,580 คนคิดเป็นร้อยละ 96.75 ในส่วนของผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำนวน 104 คนคิดเป็นร้อยละ 55.91ซึ่งนำไปสู่การดูแลเบาหวานสู่ระยะสงบต่อไป สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงพบว่าประชากรอายุ35ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,421 คนได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,335 คนคิดเป็นร้อยละ 93.95 ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีจำนวน 341 คนคิดเป็นร้อยละ 74.29 เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมจัดการงานโรคไม่ติดต่อเรื่อรัง NCDsเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนเพื่อพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและควบคุมจัดการโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรครวมทั้งการลดอัตราตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอีกด้วย ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านศาลาตำเสาจึงจัดทำโครงการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน) รพ.สต.บ้านศาลาตำเสา ปีงบประมาณ 2569ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปและผู้ป่วยมีความตระหนักและสร้างความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ2สเพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตได้
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการคัดกรองโรคความดันและโรคเบาหวาน ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองโรคความดันและโรคเบาหวาน |
95.00 | 96.00 |
| 2 | เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ50 |
50.00 | 52.00 |
| 3 | เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี ร้อยละของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ75 |
70.00 | 75.00 |
| hourglass_emptyไม่มีกลุ่มกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรม | 0 | 41,290.00 | 0 | 0.00 | 41,290.00 | |
| 16 - 20 ก.พ. 69 | คัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเชิงรุกในชุมชนประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป | 0 | 27,090.00 | - | - | more_vert | |
| 1 มี.ค. 69 - 31 พ.ค. 69 | ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มเสี่ยง/สงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง | 0 | 0.00 | - | - | more_vert | |
| 2 มี.ค. 69 - 21 ส.ค. 69 | กิจกรรมสร้างความรอบรู้เรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง การดูแลสุขภาพและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยที่รับบริการที่ รพ.สต. | 0 | 0.00 | - | - | more_vert | |
| 9 มี.ค. 69 - 31 ก.ค. 69 | สื่อสารความเสี่ยง ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง | 0 | 0.00 | - | - | more_vert | |
| 20 มี.ค. 69 | ประชุมพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ รพ.สต./แกนนำต่อสู้โรคNCDs | 0 | 2,175.00 | - | - | more_vert | |
| 27 มี.ค. 69 | สร้างความรอบรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก3 อ. 2 ส.ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง | 0 | 5,425.00 | - | - | more_vert | |
| 27 มี.ค. 69 | อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานที่สมัครใจเข้าสู่เบาหวานระยะสงบ | 0 | 4,425.00 | - | - | more_vert | |
| 1 เม.ย. 69 - 31 พ.ค. 69 | ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน | 0 | 0.00 | - | - | more_vert | |
| 7 ส.ค. 69 | คืนข้อมูลและคัดเลือก แกนนำต้นแบบ ต่อสู้ NCDs | 0 | 2,175.00 | - | - | more_vert | |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 41,290.00 | 0 | 0.00 | 41,290.00 | ||
1.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
2.ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี
3.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 14:10 น.