โครงการรณรงค์ และป้องกันการระบาดของโรคหัด ปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ | โครงการรณรงค์ และป้องกันการระบาดของโรคหัด ปีงบประมาณ 2569 |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L2502-2-03 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | กลุ่มหรือองค์กรประชาชน |
| วันที่อนุมัติ | 27 ตุลาคม 2568 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 ตุลาคม 2568 - 31 ธันวาคม 2568 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 มกราคม 2569 |
| งบประมาณ | 60,000.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลกาลิซา |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางคอลีเย๊าะ นิบง |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.225,101.661place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ |
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
โรคหัด เกิดจากเชื้อไวรัส Measles ติดต่อโดยการไอ จาม หรือพูดคุยระยะใกล้ชิด แพร่กระจายได้ง่าย เมื่อผู้ป่วยหายใจหรือไอ จาม ละอองอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ระยะฟักตัว 7 – 21 วัน (เฉลี่ยประมาณ 14 วัน) จากวันที่สัมผัสโรคจนถึงมีผื่นเกิดขึ้น ทั้งนี้ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ 4 วันก่อนผื่นขึ้น ไปจนถึงหลังผื่นขึ้นแล้ว 4 วัน อาการและอาการแสดงของโรค เริ่มด้วยมีไข้ น้ำมูกไหล มักจะไอแห้ง ๆ หลังจากนั้นจะมีไข้สูง ตาแดงและแฉะ อาจมีไข้สูงประมาณ 3 − 4 วัน จึงเริ่มมีผื่นขึ้นลักษณะผื่นนูนแดง (maculopapular rash) ติดกันเป็นปื้น ๆ ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญและรุนแรงคือปอดอักเสบและสมองอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้โดยเฉพาะใน เด็กเล็ก การตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันชนิด IgM ต่อไวรัสหัดด้วยวิธี ELISA ให้เจาะเลือดเพียงครั้งเดียว ในช่วง 1 - 30 วันหลังผื่นขึ้น หรือเก็บตัวอย่างจาก throat swab หรือ nasal swab ตรวจหาสารพันธุกรรมหรือเพาะแยกเชื้อไวรัส โดยควรเก็บในช่วง 1 - 14 วันหลังผื่นขึ้น แนะนำให้ทำในกรณีเกิด การระบาด หรือเป็นผู้ป่วยรายแรกของพื้นที่ ข้อมูลการเฝ้าระวังโรคหัดจากฐานข้อมูลโปรแกรมโรคกำจัดกวาดล้างกรมควบคุมโรค ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 9 มิถุนายน 2568 พบว่ามีรายงานผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือสงสัยหัดทั้งสิ้น 1,199 ราย พบผู้ป่วย ที่ได้รับการยืนยันผลตรวจทางห้องปฏิบัติการโรคหัด 356 ราย (ร้อยละ 29.69) และมีประวัติเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา 54 ราย (ร้อยละ 4.50) คิดเป็นอัตราป่วย 0.63 ต่อแสนประชากร และมีอาการเข้าได้กับโรคหัด 124 ราย (ร้อยละ 10.34) ผู้ป่วยรอยืนยันทางห้องปฏิบัติการ 84 ราย (ร้อยละ 7.01) ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการโรคหัดเยอรมัน 7 ราย (ร้อยละ 0.58) ผู้ป่วยที่ต้องตรวจสอบยืนยันทางห้องปฏิบัติการ อีกครั้งเนื่องจากผู้ป่วยมีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้งหัดและหัดเยอรมัน 5 ราย(ร้อยละ 0.42) และผู้ป่วย ที่ไม่ใช่หัด/ หัดเยอรมัน 569 ราย (ร้อยละ 47.46) สำหรับสถานการณ์หัด พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยยืนยันหัดและผู้ป่วยที่มีความเชื่อมโยงทางระบาดวิทยา 410 ราย พบว่ามีอัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิง คือ 1 : 1.24 ผู้ป่วยมีสัญชาติไทย ร้อยละ 89.38 และไม่ใช่สัญชาติไทย ร้อยละ 10.62 ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติกัมพูชา (ร้อยละ 3.95)และเมียนมา (ร้อยละ 3.21) โดยผู้ป่วยที่ไม่ใช่ สัญชาติไทยกระจายอยู่ในจังหวัด ดังนี้ กรุงเทพฯ (9), ประจวบคีรีขันธ์(6), ระยอง (6) ,จันทบุรี(3),สงขลา (3), สระแก้ว (3),ชลบุรี(2), ฉะเชิงเทรา (2), นครราชสีมา (1), อุดรธานี(1), สุราษฎร์ธานี(1), ยะลา (1), ภูเก็ต (1), ตราด (1), และพระนครศรีอยุธยา (1) มีรายงานผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามารักษาที่ประเทศไทย (imported cases) ในจังหวัดตราด 3 ราย ผู้ป่วยมีอายุระหว่าง แรกเกิด –61 ปี (มัธยฐาน 6 ปี 2เดือน) พบอัตราป่วยในกลุ่มเด็กอายุ ต่ำกว่า 5 ปี มากที่สุด หรือคิดเป็น 7.03 ต่อแสนประชากร โดยจังหวัดยะลามีอัตราป่วยสูงสุด 16.73 ต่อแสน ประชากร รองลงมาคือ ปัตตานีสระแก้ว และระนอง (11.93, 5.56 และ 5.56 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ) ดังนั้น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลกาลิซา เล็งเห็นถึงปัญหาการระบาดของโรคหัด จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ และป้องกันโรคหัด ปีงบประมาณ 2569 เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคหัดในพื้นที่
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหัด การปฏิบัติตนในการป้องกัน และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคหัด สามารถป้องกัน และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ได้ |
||
| 2 | เพื่อให้ประชาชนฉีดวัคซีนกระตุ้นป้องกันโรคหัด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ประชาชนได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด |
| hourglass_emptyไม่มีกลุ่มกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรม | 0 | 60,000.00 | 0 | 0.00 | 60,000.00 | |
| 1 ต.ค. 68 - 31 ธ.ค. 68 | รณรงค์และป้องกันการระบาดของโรคหัด | 0 | 60,000.00 | - | - | more_vert | |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 60,000.00 | 0 | 0.00 | 60,000.00 | ||
1 ประชาชนสามารถป้องกัน และเฝ้าระวังตนเองจากการติดเชื้อโรคหัด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2 ประชาชนได้รับวัคซีนโรคหัด สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2568 09:50 น.