โครงการรณรงค์ป้องกันโรคสมาธิสั้น ติดโทรศัพท์ ติดเกมส์ ประจำปี 2569
| ชื่อโครงการ | โครงการรณรงค์ป้องกันโรคสมาธิสั้น ติดโทรศัพท์ ติดเกมส์ ประจำปี 2569 |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 69-L2502-2-06 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | กลุ่มหรือองค์กรประชาชน |
| วันที่อนุมัติ | 27 ตุลาคม 2568 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤศจิกายน 2568 - 31 ธันวาคม 2568 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 มกราคม 2569 |
| งบประมาณ | 60,000.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลกาลิซา |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวรุสมีนี กาปง |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.225,101.661place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ |
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยจัดเป็นประเทศที่มีปัญหาเด็กติดโทรศัพท์ ติดเกมส์ เป็นอันดับต้นๆ ของโลกเพราะ พ่อ แม่ขาดความเข้าใจ เลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์มือถือ ให้เล่นเกมเพื่อจะได้อยู่นิ่งๆ และอยู่ในสายตาการปล่อยให้ลูกเล่นมือถือและทิ้งลูกอยู่กับหน้าจอเพียงลำพัง นานเกินวันละหลายชั่วโมง อาจส่งผลให้เด็กจดจ่อกับเรื่องราวที่ผ่านตาเร็วเกินไป และไม่ยอมละสายตาเพื่อสนใจกับสิ่งรอบตัวอื่นรอบข้างด้วยการเคลื่อนไหวในสื่อต่าง ๆ บนหน้าจอมือถือหรือแท็ปเล็ตที่เปลี่ยนแปลงและมีความรวดเร็ว จะทำให้เกิดปัญหาการใช้สมองในส่วนความทรงจำลดลง และหากปล่อยให้ลูกเล่นเช่นนี้เป็นประจำทุกวันจะสะสมให้เด็กเกิดอาการ “สมาธิสั้น” ได้ จากสถิติเด็กอายุ 6-12 ปี ที่ป่วยเป็นโรคสมาธิสั้นในประเทศไทย พบว่ามีเด็กป่วยเป็นโรคสมาธิสั้นมากถึง 1 ล้านคน พบในเด็กผู้ชายมากถึงร้อยละ 12 มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่พบร้อยละ 10 โดยอาการสมาธิสั้นส่วนใหญ่พบในเด็กอายุก่อน 7 ปี และจะมีอาการต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน
ซึ่งในประเทศไทยพบความชุกของโรคในเด็กนักเรียนชั้น ป.1-5 ถึงร้อยละ 8.1 ประมาณการได้ว่ามีเด็กนักเรียนชั้น ป.1- ป.5 ทั่วประเทศป่วยเป็นโรคสมาธิสั้นถึง 1 ล้านคน และมักพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง ในอัตราส่วน 3:1 และหากไม่ได้รับการวินิจฉัย รักษา และปรับพฤติกรรมอย่างถูกต้อง เด็กจะมีโอกาสไม่ประสบความสำเร็จในการเรียน เกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุมากกว่าเด็กปกติ มีปัญหาการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ฯลฯ และส่งผลเป็นปัญหาระยะยาว เช่น กลายเป็นคนต่อต้านสังคม มีความเสี่ยงติดยาเสพติดเกิดภาวะซึมเศร้าและหากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่ต้นจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านลบ และติดตัวไปจนถึงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่
ถึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันโรคสมาธิสั้น ติดโทรศัพท์ ติดเกมส์ เพื่อให้ความรู้ส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนใช้สื่อออนไลน์ในทางที่เหมาะสม ไม่ทำให้เกิดโรคสมาธิสั้น และส่งเสริมกระตุ้นให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เพื่อหลีกเลี่ยงโทษและปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตกับเด็กที่มาจากการติดโทรศัพท์ ติดเกมส์ จนกลายเป็นโรคสมาธิสั้น
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับภัยที่เกิดจากการติดโทรศัพท์ ติดเกมส์ ประชาชนมีความรู้ เรื่อง ภัยที่เกิดจากการติดโทรศัพท์ ติดเกมส์ |
||
| 2 | เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยเรียน มีสุขภาพจิตเหมาะสมตามวัย เด็กวัยเรียนมีสุขภาพจิตที่ดีเหมาะสมตามวัย |
||
| 3 | เพื่อลดภาวการณ์ติดเกมติดจอและส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนใช้สื่อออนไลน์ในทางที่เหมาะสมไม่ทำให้เกิดโรคสมาธิสั้น ประชาชนมีการลดภาวการณ์ติดเกมติดจอและไม่ทำให้ตนเอง เกิดโรคสมาธิสั้น |
| hourglass_emptyไม่มีกลุ่มกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรม | 0 | 60,000.00 | 0 | 0.00 | 60,000.00 | |
| 1 พ.ย. 68 - 31 ธ.ค. 68 | รณรงค์ป้องกันโรคสมาธิสั้น ติดโทรศัพท์ ติดเกมส์ ประจำปี 2569 | 0 | 60,000.00 | - | - | more_vert | |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 60,000.00 | 0 | 0.00 | 60,000.00 | ||
1 เด็กวัยเรียนและผู้ปกครองได้รับความรู้เกี่ยวกับภัยของการติดโทรศัพท์ ติดเกมส์ 2 เด็กวัยเรียนได้รับการส่งเสริมสุขภาพจิตให้เหมาะสมตามวัย ไม่เกิดโรคสมาธิสั้น 3 เด็กวัยเรียนติดเกมติดจอลดลงและใช้สื่อออนไลน์ในทางที่สร้างสรรค์มากขึ้น
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2568 11:53 น.