กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

credit_score
แบบการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (Process Evaluation)
กิจกรรมระยะเวลาเป้าหมาย/วิธีการผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข
ตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริงตามแผนปฏิบัติจริง
1. ประชุมวางแผนคณะกรรมการ 5 เม.ย. 2569 5 เม.ย. 2569

1.ประชุมคณะกรรมการ จำนวน 9 คน เพื่อวางแผนและกำหนดกิจกรรมในการดำเนินงาน
- ค่าอาหารว่าง 9*30 บาท=270 บาท

ประชุมคณะกรรมการ จำนวน 9 คน เพื่อวางแผนและกำหนดกิจกรรมในการดำเนินงาน ค่าอาหารว่าง 9*30=270

-

คณะกรรมการมีการวางแผนและกำหนดแนวทางดำเนินกิจกรรมร่วมกันอย่างเป็นระบบ ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับแผนงาน ขั้นตอนการดำเนินงานและการมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ ของแต่ละฝ่าย เพื่อดำเนินกิจกรรมให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

-

2. รู้ทันเนือยนิ่ง ปรับพฤติกรรมสุขภาพดี 5 พ.ค. 2569 5 พ.ค. 2569

จัดอบรมให้ความรู้ เรื่องการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง อบรมในเชิงการปฏิบัติ/สื่อออนไลน์ และให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการนั่งนาน กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 70 คน โดยเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ จำนวน 2 ท่าน สรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้ ค่าวิทยากร 2 ท่าน X 3 ชั่วโมง X 600 = 3,600 บาท ค่าอาหาร 70 คน X 60 บาท = 4,200 บาท ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 70 คน X 30 บาท = 2,100 บาท X 2 มื้อ = 4,200 บาท ค่าเช่าเต้นท์ 1,500 บาท ค่าป้ายไวนิล 750 บาท

จัดอบรมให้ความรู้ เรื่องการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง อบรมในเชิงการปฏิบัติ/สื่อออนไลน์
และให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการนั่งนาน กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 70 คน
โดยเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ จำนวน 2 ท่าน สรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้
ค่าวิทยากร 2 ท่าน X 3 ชั่วโมง X 600 = 3,600 บาท
ค่าอาหาร 70 คน X 60 บาท = 4,200 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 70 คน X 30 บาท = 2,100 บาท X 2 มื้อ = 4,200 บาท
ค่าเช่าเต้นท์ 1,500 บาท
ค่าป้ายไวนิล 750 บาท

-

ทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้เรื่องการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง อบรมในเชิงการปฏิบัติ/สื่อออนไลน์
และให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการนั่งนาน
โดยเชิญวิทยากรมาให้ความรู้ จำนวน 2 ท่าน สรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้
ค่าวิทยากร 2 ท่าน X 3 ชั่วโมง X 600 = 3,600 บาท
ค่าอาหาร 70 คน X 60 บาท = 4,200 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 70 คน X 30 บาท = 2,100 บาท X 2 มื้อ = 4,200 บาท
ค่าเช่าเต้นท์ 1,500 บาท
ค่าป้ายไวนิล 750 บาท

-

3. เดินออกกำลังกายย้อนรอยประวัติศาสตร์วังยะหริ่งและศึกษาระบบนิเวศน์ป่าชายเลน 9 พ.ค. 2569 10 พ.ค. 2569

จัดกิจกรรมการออกกำลังกายโดยใช้ไม้พลองพร้อมเดินชมพื้นที่วังยะหริ่ง ฟังการบรรยายประวัติศาสตร์และเรื่องราวสำคัญ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ความเป็นมาของวังยะหริ่ง หลังจากนั้นจัดกิจกรรมเดินชมป่าชายเลน จะใช้เวลาเดินออกกำลังในทุกๆวันอาทิตย์ เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกาย ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง โดยออกเดินทางจากวังยะหริ่งสู่สถานที่ถัดไปคือ ป่าชายเลน บูรณาการการออกกำลังกาย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประวัติศาสตร์วังยะหริ่งและระบบนิเวศน์ สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น สรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้ ค่าเข้าชมวัง 70 คน X 30 บาท = 2,100 บาท ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 70 X 30 บาท = 2,100 บาท

จัดกิจกรรมการออกกำลังกายดดยใช้ไม้พลองพร้อมเดินชมพื้นที่วังยะหริ่ง ฟังคำบรรยายประวัติศาสตร์และเรื่องราวสำคัญ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ความเป็นมาของวังยะหริ่ง หลังจากนั้นจัดกิจกรรมเดินชมป่าชายเลน จะใช้เวลาเดินออกกำลังในทุกๆวันอาทิตย์ เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกายลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง โดยออกเดินทางจากวังยะหริ่งสู่สถานที่ถัดไปคือ ป่าชายเลน บูรณาการการออกกำลังกาย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิ่งวัฒนธรรมประวัติศาสตร์วังยะหริ่งและระบบนิเวศน์ สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น สรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้ ค่าชมวัง70คนx30บาท=2100 บาท ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม70x30บาท=2100บาท

-

  • ผู้เข้าร่วมได้ออกกำลังกายและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมากขึ้น -ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และความสำคัญของวังยะหริ่ง -เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน -ส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน -ผู้เข้าร่วมมีความสามัคคี และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ -ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น -ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และกระตุ้นให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

-

4. ทำขนมพื้นบ้าน ขยับกายคลายเนือยนิ่ง 15 พ.ค. 2569 6 พ.ค. 2569

จัดกิจกรรมสาธิตและทำขนมพื้นบ้านแบบเชิงปฏิบัติการ โดยให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำ เช่น ผสม นวด กวน ปั้น และยืนทำขนม เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง เป็นการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งที่ทำได้ง่ายและเข้าถึงทุกวัย พร้อมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหาร สร้างบรรยากาศสนุกสนานและส่งเสริมความสัมพันธ์ในชุมชน สรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้ - ค่าวิทยากร จำนวน 1 ท่าน X 3 ชั่วโมง X 600 บาท = 1,800 บาท - ค่าวัสดุอุปกรณ์ 2,100 บาท - ค่ามะพร้าว 10 กิโลกรัม X 70 บาท = 700 บาท - ค่านำ้ตาลโตนด 4 กิโลกรัม X 80 บาท = 320 บาท - ค่าแป้งข้าวเหนียว 10 ถุง = 500 บาท - ค่าข้าวคั่ว 145 บาท - ค่านำ้ ค่าถุง และค่ายางรัดของ 470 บาท - ค่าอาหาร 70 คน X 60 บาท = 4,200 บาท

จัดกิจกรรมสาธิตและทำขนมพื้นบ้านแบบเชิงปฏิบัติการ โดยให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือทำ เช่นผสม นวด กวน ปั้นและยืนทำขนมเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง เป็นการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งที่ทำได้ง่ายและเข้าถึงทุกวัย พร้อมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหาร สร้างบรรยากาศสนุกสนานและส่งเสริมความสัมพันธ์ในชุมชน สรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้ -ค่าวิทยากร จำนวน 1ท่าน x 3ชั่วโมง x 600บาท=1800บาท
-ค่าวัสดุอุปกรณ์ 2100 (1.ค่ามะพร้าว10กิโลกรัม x70บาท=700บาท 2.ค่าน้ำตาลโตนด4กิโลกรัมx80บาท=320บาท 3.แป้งข้าวเหนียว10ถุง=500บาท 4.ค่าข้าวคั่ว200บาท 5.ค่าน้ำ ค่าถุงและยางรัดของ 325บาท) -ค่าอาหาร70คนx60บาท=4200บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม70คนx30บาท=2100บาท

-

-ผู้เข้าร่วมมีการเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น ลดพฤติกรรมเนือยนึ่ง -ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และทักษะในการทำขนมพื้นบ้าน สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือสร้างรายได้เสริมได้ -ช่วยอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารพื้นบ้าน -ผู้เข้าร่วมมีความสุข ผ่อนคลาย และเกิดความสามัคคีในชุมชน

-

5. ติดตามและประเมินผล 15 ก.ค. 2569 19 พ.ค. 2569

 

ทำแบบการประเมิน และสอบถามผู้เข้าร่วมกิจกรรม

-

ผลการประเมินภาพรวมโครงการ พบว่า การดำเนินกิจกรรมทั้ง 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมรู้ทันเนือยนิ่ง ปรับพฤติกรรมสุขภาพดี กิจกรรมทำขนมพื้นบ้านขยับกาย คลายเนือยนิ่ง “กวน ปั้น เดิน” และกิจกรรมเดินออกกำลังกายย้อนรอยประวัติศาสตร์และศึกษาศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน สามารถดำเนินงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 70 คน แต่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจริงเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ แสดงให้เห็นถึงความสนใจและความตระหนักด้านสุขภาพของประชาชนในชุมชนทุกกลุ่มวัย ทั้งเด็ก เยาวชน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยง

จากการติดตามและประเมินผล พบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมเนือยนิ่งและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพิ่มมากขึ้น สามารถนำกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกำลังกายไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ อีกทั้งกิจกรรมยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวและชุมชน เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกช่วงวัยในการดูแลสุขภาพร่วมกัน

นอกจากนี้ กิจกรรมยังช่วยกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายควบคู่กับการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านและทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน ส่งผลให้เกิดบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมของโครงการถือว่าประสบผลสำเร็จ อยู่ในระดับดีมาก และสามารถต่อยอดดำเนินกิจกรรมในชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป

-