โครงการวัยรุ่นวัยใส ห่างไกลยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า ปี 2569
| ชื่อโครงการ | โครงการวัยรุ่นวัยใส ห่างไกลยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า ปี 2569 |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | |
| ประเภทการสนับสนุน | |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบุดี |
| วันที่อนุมัติ | 1 มกราคม 2569 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มกราคม 2569 - 31 สิงหาคม 2569 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | |
| งบประมาณ | 16,650.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | |
| ละติจูด-ลองจิจูด | place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | 70 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงได้กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดหลักที่ว่า ผู้เสพ คือ ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา ส่วนผู้ค้า คือ ผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม จากนโยบายดังกล่าวเน้นการเร่งรัดปราบปรามการค้ายาเสพติด และป้องกันกลุ่มเสี่ยงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วนในสังคม ควบคู่ไปกับมาตรการทางกฎหมาย ซึ่งจากสถานการณ์ในปัจจุบันการแพร่ระบาดในประเทศไทย พบว่ามีเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งอาจเกิดจากความตั้งใจหรือการหลงผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้เยาวชนมีโอกาสติดยาเสพติดเพิ่มขึ้น เช่น อยู่ในวัยที่ต้องการเรียนรู้ อยากทดลอง ต้องการเรียกร้องความสนใจ ความต้องการสร้างการยอมรับ กล้าทำสิ่งที่ท้าทาย และการถูกชักจูงหรือหลอกลวง ดังนั้น เด็กและเยาวชนจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ และสร้างบรรยากาศภายในครอบครัวให้อบอุ่น ผู้ปกครองและเยาวชนต้องได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโทษร้ายแรงของยาเสพติด และรู้วิธีหลีกเลี่ยงอย่างเหมาะสม ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน โดยการผนึกกำลังทุกภาคส่วนให้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมแรงร่วมใจเป็นพลังของแผ่นดิน เพื่อต่อสู้และเอาชนะปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างยั่งยืน
ซึ่งปัญหายาเสพติดในโรงเรียนมัธยมศึกษาถือเป็นประเด็นที่ซับซ้อน เนื่องจากนักเรียนอยู่ในช่วง "วัยรุ่น" ซึ่งเป็นรอยต่อสำคัญของการพัฒนาทางสมอง อารมณ์ และสังคม โดยสาเหตุและแนวทางการแก้ไขสามารถจำแนกออกเป็นประเด็นสำคัญได้แก่ 1. ปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นเสี่ยงต่อยาเสพติดในระดับมัธยมปลาย ปัจจัยกระตุ้นมักไม่ได้มาจากความเกเรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัว:อิทธิพลของกลุ่มเพื่อน (Peer Pressure): วัยรุ่นให้ความสำคัญกับการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนมากที่สุด การถูกชักชวนหรือการอยาก "เข้ากลุ่ม" จึงเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น (Accessibility): โดยเฉพาะ บุหรี่ไฟฟ้า (E-cigarette) ที่ถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์เหมือนอุปกรณ์การเรียน (เช่น ปากกา หรือ USB) และมีกลิ่นหอม ทำให้เข้าถึงเด็กได้ง่ายและตรวจจับยากกว่ายาเสพติดดั้งเดิม ความอยากรู้อยากลอง (Curiosity): สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ทำหน้าที่ยับยั้งชั่งใจยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้วัยรุ่นกล้าตัดสินใจในสิ่งที่เสี่ยงภัย 2. ผลกระทบที่น่ากังวล ยาเสพติดส่งผลกระทบต่อวัยรุ่นรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ในหลายมิติ: ทำลายสมองระยะยาว: สารเสพติดจะขัดขวางการสร้างโครงข่ายประสาท ส่งผลต่อความจำ สมาธิ และความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ปัญหาสุขภาพจิต: วัยรุ่นที่ใช้สารเสพติดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า วิตกกังวล หรืออาการทางจิตเวชในอนาคต พฤติกรรมก้าวร้าว: อาจนำไปสู่ความรุนแรงในโรงเรียน หรือการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ 3. แนวทางการป้องกันเชิงรุกในโรงเรียนการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจับกุมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้หลักการ "ป้องกันล่วงหน้า" ระดับการป้องกันมาตรการสำคัญระดับบุคคลเสริมสร้าง ทักษะการปฏิเสธ (Refusal Skills) และความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem)ระดับโรงเรียนสร้างระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (SDQ) เพื่อคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและดูแลอย่างใกล้ชิดระดับครอบครัวพ่อแม่ต้องเป็น "ที่ปรึกษา" มากกว่า "ผู้พิพากษา" เพื่อให้เด็กกล้าเล่าปัญหาเมื่อถูกชักจูงระดับชุมชนการเฝ้าระวังร้านค้ารอบโรงเรียน และการทำงานร่วมกับ รพ.สต.ในพื้นที่
จากความสำคัญของปัญหายาเสพติดที่ได้กล่าวมาข้างต้น ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบุดี จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการจัดทำโครงการ เพื่อถ่ายทอดความรู้และเสริมทักษะการป้องกันภัยยาเสพติดให้แก่เด็กและเยาวชน ในสามระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล ระดับครอบครัว และระดับชุมชน ทั้งนี้ มุ่งเน้นการส่งเสริมให้นักเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษามีภูมิคุ้มกันที่ดี เป็นเกราะที่แข็งแรงในการปกป้องลูกหลานจากภัยยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | เพื่อให้ในเด็กและเยาวชนในเขตรับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านบุดี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และสามารถปฏิบัติตนให้ห่างไกลยาเสพติดได้ ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และทักษะการป้องกันภัยยาเสพติด บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น |
0.00 | |
| 2 | เพื่อให้ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 8 ตำบลบุดี อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา มีทักษะในการป้องกันภัยยาเสพติด บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าในครอบครัว ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีทักษะในการป้องกันภัยยาเสพติดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าในครอบครัว |
0.00 |
| hourglass_emptyไม่มีกลุ่มกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรม | 0 | 16,650.00 | 0 | 0.00 | 16,650.00 | |
| 1 ม.ค. 69 - 31 ส.ค. 69 | กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องทักษะการป้องกันตนเองจากภัยยาเสพติด บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า (ตามกำหนดการอบรม) แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ยะลา โดยใช้นวัตกรรมสื่อการสอนเรื่องพิษภัยบุหรี่ด้วย “ขวดดักควัน” | 0 | 16,650.00 | - | - | more_vert | |
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 16,650.00 | 0 | 0.00 | 16,650.00 | ||
เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ในเขตรับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านบุดี ไม่ติดยาเสพติด บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 10:21 น.